สิบตำรวจโทบุญทิ้ง

โดย...ป.ยุทธ
๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒

          รถปิกอัพเคลื่อนตัวไปตามไหล่เขาที่สูงและราดชันสลับขึ้นลงเนิน ไปมาช้า ๆ อย่างระมัดระวังชายฉกรรจ์ในชุดลายพรางพร้อมอาวุธครบมือสี่ – ห้าคนที่นั่งบนกระบะโยกเยกโอนเอนไปมาตามสภาพถนนลูกรังอันขรุขระของขุนเขา
ดวงตะวันเคลื่อนคล้อยลอยต่ำลงทุกขณะ ผู้ทำหน้าที่พลขับรู้ดีว่าจะต้องมุ่งหน้าให้ถึงหมู่บ้านก่อนเวลาอันพลบค่ำเพื่อจะไม่เป็นอุปสรรคและความเลวร้ายในการเดินทางกับสภาพถนนเช่นนี้
“ ปลัดบุญทิ้ง …. ผมจะออกประชุมชาวบ้านเรื่องยาเสพติดในเขตพื้นที่ออบอตอของคุณ ”  ปลัดอำเภอผู้รับผิดชอบงานป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อยพร้อมกำลังอาสาสมัครที่ทุกคนเรียกจนติดปากว่า อส. แจ้งกับบุญทิ้ง ณ ที่ทำการ อบต. ก่อนเลิกงาน
“ พอดีเลยครับหัวหน้า ผมจะออกประชุมชี้แจงชาวบ้านเตรียมการเลือกตั้งสมาชิกออบอตอ ที่ครบวาระอยู่พอดี ผมขอไปด้วยคน ” บุญทิ้งบอกกับปลัดอำเภอที่เขาเรียกหัวหน้าอย่างให้เกียรติ
ก่อนออกเดินทางบุญทิ้งไม่ลืมที่จะหยิบเอาปืนขนาด 9 มม. ที่เขาซื้อไว้สมัยเป็นตำรวจติดตัวมาด้วย

บุญทิ้งนั่งเบียดเสียดข้างหน้ากับปลัดอำเภอ เขาเหลือบมอง  อส. ทำหน้าที่พลขับ พลางนึกเอาใจช่วยในการทำหน้าที่ให้ตลอดรอดฝั่งอย่างปลอดภัย แล้วชำเลืองปลัดอำเภอที่มาในชุดลายพรางเช่นเดียวกับ อส.
บุญทิ้งรู้ดีว่าปลัดอำเภอหนุ่มหน้าตาดี อายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกับเขาเป็นผู้มีอนาคตไกล โดยเฉพาะนามสกุลที่เหมือนกับอดีตอธิบดีที่เกษียณอายุไปแล้ว  เป็นตัวการันตีในความก้าวหน้า บุญทิ้งได้แต่แปลกใจว่าทำไมเส้นสายใหญ่ขนาดนี้ยังมารับราชการอยู่อำเภอกันดารอย่างนี้ด้วย  หรือว่า...แต่ความสงสัยก็ได้แค่เพียงสงสัยไม่กล้าถาม  และคิดว่าทุกคนต้องมีเหตุผลของตัวเองที่เป็นเรื่องส่วนตัว
บุญทิ้งก็เช่นกัน แม้แต่ตัวเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะสงสัยในเรื่องของตัวเอง
ตั้งแต่จำความได้เขาไม่เคยรู้เลยสักนิดว่าพ่อแม่ของเขาเป็นใครกัน  เห็นมีแต่หลวงตาเท่านั้นที่เลี้ยงดูมา ทุก ๆ เช้าบุญทิ้งจะต้องถือปิ่นโตตามหลังหลวงตาออกบิณฑบาต หลวงตาส่งให้เรียนหนังสือจนจบ ม. 6 จากนั้นเขาก็สอบเข้าโรงเรียนพลตำรวจพร้อมจบออกมาเป็นข้าราชการตำรวจชั้นประทวน

บุญทิ้งเคยสอบถามหลวงตาถึงพ่อแม่หลายครั้ง แต่ก็ได้คำตอบแค่ว่าแม่นำมาฝากไว้กับหลวงตาตั้งแต่ยังเล็กๆ โดยที่หลวงตายังไม่ได้รับฝากเสียด้วยซ้ำ แม่ของเขาก็ทิ้งไว้แล้วหายไป หายไปตราบเท่าทุกวันนี้ ด้วยเหตุนี้เองหลวงตาจึงตั้งชื่อให้เขาว่า บุญทิ้ง เขารู้ตัวดีว่าชื่อเขาออกจะเชย แต่เขาบอกกับตัวเองว่าจะไม่ยอมเปลี่ยนชื่อใหม่อย่างเด็ดขาด เขาจะคงไว้เป็นอนุสรณ์ตราบชั่วชีวิต เพื่อไว้เป็นที่ระลึกว่าเขาถูกทอดทิ้งจากผู้บังเกิดเกล้า แต่ที่จริงแล้วเขาไม่เคยคิดที่จะโกรธแม่แม้แต่นิดตรงกันข้ามเขาปรารถนาที่จะเห็นแม่กลับมา กลับมาหาเขา บุญทิ้งคิดเสมอว่าแม่คงลำบากมากถึงไม่สามารถเลี้ยงเขาได้ และคงมีเหตุผลเพียงพอจึงได้ทิ้งเขาไปเช่นนี้

บุญทิ้งรับราชการเป็นตำรวจ พร้อมทั้งสมัครเรียนต่อกับมหาวิทยาลัยเปิดในคณะนิติศาสตร์ควบคู่ไปด้วย ความหวังตั้งใจของเขาจะต้องเป็นนายร้อยตำรวจให้ได้ และเขาจะต้องเป็นนายร้อยตำรวจที่ดี มีคุณธรรมช่วยเหลือประชาชนตามอุดมการณ์และปณิธานที่ตั้งไว้

บุญทิ้งจบหลักสูตรนิติศาสตร์บัณฑิตดังตั้งใจเมื่อมียศสิบตำรวจโท ความฝันของเขาต้องมลายเมื่อสอบเป็นนายร้อยตำรวจไม่ได้ดังที่ตั้งใจ เขาไม่ละความพยายาม สอบครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็คว้าน้ำเหลว ในที่สุดเขาจึงหันเหชีวิตมาเป็นนักพัฒนา เขาสอบเป็นปลัด อบต. ได้ในปีนั้น พร้อมอำลาชีวิตราชการตำรวจ มาเริ่มต้นเป็นข้าราชการสังกัดใหม่ที่คลุกคลีอยู่กับชาวบ้านในท้องถิ่นชนบท เด็กวัดอย่างเขาได้แค่นี้ก็นับว่าก้าวหน้าในชีวิตราชการแล้ว เขาคิดเช่นนั้น

รถเลี้ยวเข้าเขตหมู่บ้านในหุบเขา  เด็ก ๆ กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจที่นานๆทีจะมีรถผ่านมาให้เห็น  แต่เมื่อเห็นผู้แต่งชุดลายพรางถือปืนที่นั่งกระบะหลังเท่านั้น เด็ก ๆ ก็วิ่งเตลิดหนีไปคนละทิศละทาง บางคนร้องไห้จ้า ด้วยความกลัวเกรงตามแบบฉบับของเด็กบ้านดอยที่ถูกผู้ใหญ่หลอกให้กลัวเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเพื่อให้ว่านอนสอนง่าย
“ สวัสดีครับท่านปลัดไชยยศ  อ้าว …ปลัดออบอตอ ก็มาด้วย เชิญครับ เชิญบนบ้านก่อน ” ผู้ใหญ่บ้านเข้ามาต้อนรับหลังจากที่รถจอดหน้าบ้านแล้ว พวกเขารับไหว้ก่อนก้าวขึ้นเรือนผู้ใหญ่บ้านตามคำเชื้อเชิญ ก่อนที่จะแจ้งความประสงค์
“ รอเดี๋ยวนะครับผมจะจัดหาข้าวปลาอาหารมาให้ ” ผู้ใหญ่บ้านว่า
“ ไม่ต้องหรอกครับผู้ใหญ่พวกเรามีข้าวกล่องมาด้วย อย่าลำบากเลย ” ไชยยศยกมือห้าม แต่ผู้ใหญ่บ้านน้ำใจงามก็ยังจัดหาสำรับมาวางเต็มหน้าให้พวกเขากินจนอิ่มหนำสำราญ

ดวงตะวันลับเหลี่ยมเขาไป ความมืดมิดเริ่มโรยตัวเข้าปกคลุมหมู่บ้านที่กระแสไฟฟ้ายังมาไม่ถึง ยังดีที่เป็นข้างขึ้น แสงเดือนใกล้วันเพ็ญลอยตัวส่องแสงนวลสลัว จึงดูไม่มืดมิดนัก
เสียงเกราะดังเป็นสัญญาณเรียกให้ชาวบ้านมาประชุม โดยผู้ใหญ่บ้านนัดหมายเอาศาลากลางบ้านเป็นที่ประชุมในครั้งนี้  แสงสว่างจากหลอดไฟที่ใช้แบตเตอรี่รถยนต์ที่ไชยยศเตรียมมาส่องสว่างพอมองเห็นหน้ากลุ่มชาวบ้านที่มาประชุมกลุ่มใหญ่
“ สวัสดีครับพ่อแม่พี่น้องชาวบ้านดอยหมู ผมมาประชุมชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ..ขอให้พวกเราร่วมเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแลอย่าให้แพร่ระบาดมาถึงลูกหลานท่านได้ ..หากมีเบาะแสก็แจ้งกับทางการ ”           ปลัดไชยยศสาธยาย จนถึงคิวบุญทิ้งบ้าง
“ สวัสดีครับ…….การเลือกตั้งสมาชิกสภาออบอตอ ที่จะมีขึ้นอีกในเดือนหน้าแทนสมาชิกที่ครบวาระไป  คุณสมบัติของผู้เลือกตั้งคือ …….. คุณสมบัติของผู้สมัครรับเลือกตั้งคือ ………. ” ขณะกำลังชี้แจงอยู่นั้นบุญทิ้งไม่เห็นไชยยศกับ  อส. ในที่ประชุม เขาจึงสอบถามผู้ใหญ่บ้านเพื่อคลายสงสัย     
“ พอดีมีสายมาบอกว่า  จะมีกลุ่มขนยาบ้าผ่านหุบเขาท้ายหมู่บ้าน  ท่านปลัดไชยยศ กับ  อส.  จึงรีบไปดักซุ่มจับกุม  เลยไม่ได้บอกให้ปลัดบุญทิ้งทราบ ”  บุญทิ้งรู้ว่าการปราบปราบไม่ใช่หน้าที่ของเขา  ด้วยเหตุนี้กระมังที่ไชยยศไม่ได้ชวนเขาไปด้วย  หรือเห็นว่าเขากำลังประชุมชี้แจงกับชาวบ้านอยู่ก็เป็นได้  เขาคิด
“ ปลัดครับ ”  อดีตสมาชิก  อบต.  ที่ครบวาระและคุ้นเคยกับเขาเข้ามากระซิบ  
“มีอะไรหรือพี่คำหล้า”
“ คือ  ผมกลัวว่ามันอาจจะเป็นกับดักพวกมันนะครับ  หรือไม่พวกมันอาจจะวางแผนปล่อยข่าวเพื่ออะไรซักอย่าง ”
“ หรือครับ  ไหนลองขยายความให้ผมเข้าใจหน่อยซิครับ ”  บุญทิ้งยังไม่เข้าใจ
“ ปลัดลองคิดดูนะครับ  วันนี้ใคร ๆ  ก็รู้ว่าปลัดอำเภอกับ  อส.  เข้ามาในหมู่บ้าน  แล้วพวกมันยังมีหน้ามาขนยาบ้าอีก ” บุญทิ้งฟังอดีตสมาชิก  อบต.  พูดแล้วพยักหน้าเห็นด้วยและพอเข้าใจ
“ ไป…นำทางผมไปหน่อย  เผื่อยังไง ๆ  พวกเขาอาจต้องการความช่วยเหลือ ”
“ท่านผู้ใหญ่ประชุมต่อก่อนครับ” เขาหันไปบอก

แสงจันทร์ยังสาดส่องให้เห็นทางเดินเป็นลาง ๆ  อดีตสมาชิก  อบต.  ส่องไฟฉายพร้อมสาวเท้านำทาง  ในขณะบนบ่าสะพายปืนลูกซองยาว  ซึ่งเป็นปืนประจำหมู่บ้าน  อพป.  ไปด้วย  บุญทิ้งกระชากลูกเลื่อนลำกล้องปืนของเขาเตรียมพร้อมก่อนที่จะเก็บลงซองที่สะพายซ่อนไว้ข้างลำตัวโดยมีเสื้อแจ็กเก็ตสวมทับ
ผู้นำทางให้สัญญาณเขาเหมือนมีอะไรบางอย่าง ก่อนปิดไฟฉาย  แล้วทำเสียงจุ๊ๆ
แว่วเสียงคนพูดอยู่ไกลๆ ฟังไม่ได้ความ
คนนำทางหมอบลงแล้วหันมาทางบุญทิ้ง เขาทำตามแล้วค่อยคืบคลานเข้าไปตามพุ่มไม้และโขดหิน    เขาสะกิดผู้นำทางก่อนคืบคลานเข้าใกล้กว่านี้อีก
“ ไหนใครเป็นหัวหน้า  ไอ้นี่  หรือไอ้นี่ ”  แสงจันทร์บวกแสงไฟแบตเตอรี่ที่ใส่ไว้บนหัวของคนกลุ่มนั้นส่องหน้ากลุ่มคนที่ถูกจับนั่งคุกเข่ารวมกัน แต่ละคนเอามือไว้บนหัว   เขาเห็นชายสวมหมวกไหมพรม   เล็งปืนสั้นในมือส่ายไปมาใส่ไชยยศ กับ  อส.     พรรคพวกที่เหลือสี่ห้าคนรายล้อม  พร้อมเล็งปืนอาก้าใส่  นี่พวกเขาคงถูกซ้อนแผนจริง ๆ  ด้วย       จึงถูกจับเป็นเชลยเช่นนี้  บุญทิ้งคิด
“ไม่ไอ้นี่ก็ไอ้นี่แน่ท่าทางมันบอก”
“เอาเลยลูกพี่ จะเอาพวกมันไว้ทำไม ”  สมุนที่กำลังเล็งอาก้าใส่พูดขึ้น
เอ้า…เอาไอ้นี่ก่อน ”  สิ้นเสียงพูดปืนหันไปจ่อกับหน้าผาก
“อย่า...ยอมแล้ว”คนถูกจ่อร้องลั่น
“ใจเย็นๆ เราคุยกันได้นะคือว่า...”  ไชยยศพูดยังไม่ทันจบ
“ ปัง ”  ร่างของ  อส.  เคราะห์ร้ายหงายไปตามแรงของกระสุน  เลือดทะลักออกจากแสกหน้า        ทุกคนตะลึงงัน  แต่ไม่กล้าขัดขืน  เพราะมีอาก้าเล็งที่หัวของทุกคน
ชายสวมหมวกไหมพรมคนเดิมหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“ ไหน  ใครจะจับยาบ้ากู  มาซินี่ไง  เต็มกระเป๋าหมดเลย  ต่อไป  คิวไอ้นี่  บะ…ท่าทางดีนี่คงจะเป็นหัวหน้าแน่นอน ”  ปืนที่ปลิดชีพ  อส.  กระบอกเดิมมาที่หัวไชยยศ
“ ไม่ใช่หัวหน้าหรอก ”  หนึ่งในกลุ่มที่ถูกจับพูดแก้ต่างขึ้น
“ ใช่ไม่ใช่...ไม่เป็นไร ”  พูดจบใช้นิ้วชี้สอดเข้าแตะไกร
เสี้ยววินาทีนั้น  ไม่มีใครคิดที่จะขัดขืน เพราะนี่มันชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย หรือในละครทีวี   ไชยยศตัวสั่นระทึกรู้ว่าไม่รอดแน่แล้ว จบกันทีล่ะทีนี้ชีวิต
บุญทิ้งรู้ดีว่าจะต้องทำอะไร  เหรียญทองนักแม่นปืนของวิทยาลัยการปกครอง  ประกอบกับหลักสูตรชัยยะของโรงเรียนพลตำรวจอย่างเขาคงต้องตัดสินใจ
“ ปัง ” ไชยยศสะดุ้งเฮือกตกใจ   แต่...ชายคนที่สวมหมวกไหมพรมร่วงทรุดกับพื้นแทน  เลือดสด ๆ  ทะลักออกจากรูโหว่ที่หน้าผากนองพื้น
“ ปัง ”  บุญทิ้งไม่ปล่อยโอกาสลั่นไกรใส่กลุ่มคนที่ถืออาก้าอีกคนร่วงตาม  ทุกคนตะลึงจังงัง
ไชยยศกับ  อส.       พอรู้ตัวว่ามีคนมาช่วยจึงใช้จังหวะนั้นกระโดดเข้าแย่งปืนพลิกสถานการณ์เอาพวกนั้นเป็นเชลยแทน
“ ใครมาช่วยพวกเรานี่   เยี่ยมเลย”  ไชยยศถามขึ้นอย่างงง ๆ
“ ผมเอง ”  บุญทิ้งพูดพลางเดินออกจากที่ซ่อนเข้าไปหา
“ โอ้…ปลัดบุญทิ้ง ”  ทุกคนร้องเป็นเสียงเดียวกัน
‘ปลัดอำเภอใจเด็ดนำกำลัง  อส.  จับตายกลุ่มขนยาบ้าหลายศพ’  หนังสือพิมพ์ประโคมข่าวในวันต่อมา  แต่คนที่อยู่ในเหตุการณ์คืนนั้นเท่านั้นที่รู้ว่ามันไม่ค่อยตรงตามความเป็นจริงมากนัก

วันนี้ข้าราชการทุกส่วนในอำเภอมารวมกันให้การต้อนรับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เดินทางมาประชุมและมอบนโยบายในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
“ ให้ทุกคนปรบมือให้ปลัดไชยยศด้วย ”  เสียงปรบมือดังกราวทั้งหอประชุม  “ ผมดีใจที่ข้าราชการของเราเอาจริงเอาจังกับการปราบปรามยาเสพติดในครั้งนี้  เชิญมารับเกียรติบัตร  ส่วนความดีความชอบปีนี้รับไปเลยสองขั้น ”  เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง
แต่แล้วทุกคนในห้องประชุมก็ต้องเงียบกริบเมื่อไชยยศลุกขึ้นกล่าวคัดค้าน
“ ผมจะไม่ขอรับเกียรติบัตรและความดีความชอบครั้งนี้โดยเด็ดขาด  ถ้าหากสิบตำรวจโทบุญทิ้ง  ปลัดออบอตอดอยหมูไม่ได้รับด้วย  เพราะเขาคือวีรบุรุษผู้ช่วยชีวิตผมไว้ ”   เสียงอื้ออึงดังขึ้นในหอประชุม
“ ไหนคนไหนสิบตำรวจโทบุญทิ้ง  แล้วเรื่องมันเป็นยังไง ”  ผู้ว่า ถามขึ้นอย่างงง ๆ
บุญทิ้งลุกขึ้นยืนเก้ ๆ กัง ๆ แสดงตน ส่วนไชยยศเดินไปที่ไมค์แล้วเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ผู้อยู่ในหอประชุมฟัง  และแล้วเสียงปรบมือก็ดังกราวขึ้นเนิ่นนานอย่างชื่นชม

หลังเลิกประชุมแล้ว ไชยยศเดินปรี่เข้าหาบุญทิ้ง

“ ขอบใจมากเพื่อนรักที่ช่วยชีวิตกันไว้ ”  ไชยยศพูดพลางยื่นมือไปจับกับบุญทิ้ง
“ ไม่เป็นไรครับหัวหน้า ”
“ ไม่เอา พูดใหม่ซิเพื่อน ” ไชยยศบอกเสียงดัง บุญทิ้งงง
“ไม่เป็นไรครับท่านปลัด”
“ไม่ใช่อย่างงั้น ไม่เอาเพื่อน...พูดใหม่” ไชยยศยังยืนยัน
“ ให้พูดใหม่เหรอ…ได้   ไม่เป็นไรเพื่อน ” บุญทิ้งเสียงดัง
“ น่าน …มันต้องยังงั้นเพื่อนรัก ”
ทั้งสองยิ้มเริงร่า  พร้อมจับมือกันเขย่าแรงและเนิ่นนาน ……

@@@@@@@

พิมพ์/ดูเรื่องเล่าไฟล์ pdf คลิกที่นี่

อ่าน/ดูเรื่องเล่าจากป.ยุทธ ย้อนหลัง คลิกที่นี่

 

ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจ ท่านปลัดฯนักต่อสู้ได้ที่อีเมล์ rooplor2009@gmail.com

 

Web Design Factory
web-design-factory.net