ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.......
(ฉบับพรรคประชาธิปัตย์)
--------------------------------------

          ความคืบหน้าของการร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้มีการนำร่างฉบับของกระทรวงมหาดไทย ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ได้ร่วมแสดงความเห็น และเสนอแนะเพิ่มเติม ระหว่างเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา หลังจากนั้น มีการเสวนาของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๑ ณ โรงแรมเอส ดี อเวนิว กรุงเทพมหานคร ผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ส่วนราชการส่วนกลางและท้องถิ่น ทั้งนี้ เพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างกฏหมายและสรุปนำเสนอกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง( รายละเอียดดูได้ที่นี่ ) โดยในวันดังกล่าว พรรคประชาธิปัตย์ได้มอบหมายให้ นายถวิล ไพรสณฑ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร เข้าร่วมประชุมสัมมนา และได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ...... ฉบับที่ร่างโดยพรรคฝ่ายค้าน (พรรคประชาธิปัตย์) โดยร่างของพรรคประชาธิปัตย์มีประเด็นใหญ๋ที่ต่างจากร่างของกรมส่งเสริมฯ ในประเด็นที่ให้สำนักงาน ก.ถ. สังกัดในส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทยหรือสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ร่างฉบับนี้ ได้กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือ สำนักงาน ก.ถ. เป็นหน่วยงานของรัฐมีฐานะเป็นนิติบุคคล และอยู่ภายใต้การกำกับดูและของคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยมีประธานกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด นั่นก็คือ สำนักงาน ก.ถ. เป็นองค์กรอิสระ มีฐานะเทียบเท่า ก.พ. และประเด็นใหญ่อีกประเด็น คือ ให้ประธานก.ถ.นั้นมาจากการคัดเลือกกันเองของคณะกรรมการฯ ซึ่งมาจากกรรมการประเภทผู้ทรงคุณวุฒิ เหมือนกับ คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) ชุดปัจจุบัน อีกประเด็นคือ การให้ เลขาธิการสำนักงาน ก.ถ. เป็นกรรมการและเลขานุการ ของคณะกรรมการก.ถ. โดยท่านถวิล ไพรสณฑ์ ได้กล่าวถึงเหตุผลในการเสนอร่างดังกล่าวไว้ตอนหนึ่งของการสัมมนาซึ่งทีมงานกลุ่มเพื่อนฯ เห็นว่าเป็นประเด็นสำคัญ และมีเหตุมีผลน่าสนใจและน่ารับฟังอย่างยิ่ง จึงขอหยิบยกคำกล่าวบางส่วนมาให้พวกเราได้พิจารณา ส่วนรายละเีอียดเต็มสามารถเข้าไปดูได้ที่แจ้งไว้ข้างต้น ดังนี้
          "จากการได้อ่านร่างของกรมส่งเสริมฯ กับร่างของ ก.กระจายฯแล้วมีความเห็นที่แตกต่างกันมากอยู่หนึ่งประเด็นและเป็นประเด็นใหญ่ ซึ่งไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ให้สำนักงาน ก.ถ. สังกัดในส่วนราชการไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทยหรือสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะมีความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้น 100 % ไม่ตั้งใจทำงานเพื่อท้องถิ่นจริง ๆ เพราะผู้ที่ทำงานอยู่ที่นั่นต้องการไปเป็นนายอำเภอ เป็นปลัดจังหวัดก็ทำงานไปตามวิถีทางกฎหมาย ระเบียบข้าราชการเท่านั้น โอกาสที่ต้องไปอยู่ที่อื่นก็มีความจำเป็นเพื่อโอกาสคยวามก้าวหน้าของตน ฉะนั้นจึงมีการสับเปลี่ยนกันตลอดเวลา ถ้ายังเป็นอยู่แบบนี้แล้วท้องถิ่นไม่มีการพัฒนาและข้าราชการเหล่านี้จะยึดติดกับ ก.พ. เพราะเป็นข้าราชการพลเรือน เป็นความคิดส่วนตัวที่คิดว่านำมาใช้กับท้องถิ่นไม่ได้ จึงอยากให้สำนักงาน ก.ถ. เป็นหน่วยงานอิสระ เป็นองค์กรของรัฐ ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลกลางโดยตรง เหมือนสำนักงานของศษลรัฐธรรมนูญ กกต. และสำนักงานของหน่วยงานองค์กรอิสระต่าง ๆ และเจ้าหน้าที่ต้องมีความรู้ทางด้านรัฐศาสตร์ รัฐประศาสนศาสตร์ และมีประสบการณ์ทางด้านการบริหารท้องถิ่นบางส่วนเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ แต่ไม่นับเป็นข้าราชการนับเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐมีเงินเดือนสูง กว่าข้าราชการและมีสวัสดิการและจะย้ายไปที่ไหนไม่ได้ และถ้าเรายังปล่อยให้สำนักงาน ก.ถ.อยู่ในกระทรวงมหาดไทยหรือสำนักนายกก็ตาม คิดว่าเราจะไม่เหิดสิ่งใหม่ ๆ กับข้าราชการส่วนท้องถิ่น อยากเห็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นระบบต่าง ๆ มีความแตกต่างจาก ก.พ. และมีความก้าวหน้ากว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีไม่มากนัก ทำไมจึงไม่พัฒนาในส่วนที่สามารถพัฒนาได้ และผู้บังคับบัญชาสูงสุดคือหัวหน้าสำนักงาน ก.ถ. และเป็นเลขาธิการ ก.ถ. โดยตำแหน่ง ส่วนกรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้น ผมไม่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหรือนายกรัฐมนตรี เป็นประธานก.ถ. เพราะนักการเมือง 2 ท่านนี้ไม่ค่อยสนใจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะมาสนใจการจำแนกตำแหน่ง การวิเคราะห์ตำแหน่งเป็นไปไม่ได้ เพราะพอเข้าประชุมก็จะนั่งคิดเรื่องอื่นไม่สนใจเรื่องที่ประชุม เพราะรัฐมนตรีเมืองไทยนั้นแล้วแต่ ข้าราชการ จะยื่นเรื่องให้ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะมานั่งประชุม ฉะนั้นจึงเสนอให้ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นประธาน ก.ถ. และต้องเป็นพนักงานประจำด้วย ต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ตามที่กฎหมายกำหนดว่า ต้องมีความรู้ มีประสบการณ์ด้านใดบ้างและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะต้องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คือ มี 4 ฝ่าย ซึ่งแตกต่างจาก ดร.สมคิด ที่ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และของกรมส่งเสริมที่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เป็นสาระสำคัญที่มีควาามแตกต่างกันค่อนข้างมาก และคิดว่าท้องถิ่นก็พอใจ"
          ทั้งนี้ ทีมงานกลุ่มเพื่อนฯ ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และพยายามกระตุ้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สำนักงาน ก.ถ. (ปัจจุบัน) กรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) สมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) และสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ผ่านเว็บไซต์นี้อย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องจากขณะนี้ สถานการณ์บ้านเมืองไม่สงบเรียบร้อย ดังที่พวกเรารับทราบกันมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลไม่ได้ใส่ใจในเรื่องนี้เท่าที่ควร เพราะต้องรีบแก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่หนักกว่าและเร่งด่วนกว่า ดังนั้น ร่างฯกฎหมายฉบับนี้ จึงยังคงไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ดังนั้น ผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลกระทบโดยตรงเท่านั้นที่ควรจะต้องคอยติดตาม เร่งรัด และผลักดันให้ร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาโดยเร็ว นั่นก็คือ พวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกประเภทนั่นเอง ไม่ว่าจะดำเนินการผ่านสมาคมฯ สมาพันธ์ฯ กลุ่มฯ ชมรมฯ องค์กรของพวกเราเอง โดยการผ่านเวทีสัมมนา เสวนา ที่จัดขึ้นเอง หรือหน่วยงานของรัฐบาลจัดขึ้น หรือผ่านข้อเขียน บทความ หรือแม้แต่การร่วมลงชื่อ เสนอหนังสือต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ก.กระจายอำนาจฯ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา หรือคณะกรรมการกฤษฏีกา เป็นต้น
          ทั้งนี้ เพื่อให้ครอบคลุมการพิจารณาให้รอบคอบในเรื่องดังกล่าว ทีมงานกลุ่มเพื่อนฯ ได้ค้นหาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ร่างที่สาม ซึ่งเป็นร่างของพรรคฝ่ายค้าน หรือพรรคประชาธิปัตย์ที่มอบหมายให้ ท่านถวิล ไพรสณฑ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น สภาผู้แทนราษฎร และอดีตเคยรับผิดชอบงานของท้องถิ่นและติดตามเรื่องกระจายอำนาจมาโดยตลอด มาให้พวกเราได้ศึกษาเปรียบเทียบ ทั้งนี้ ขอขอบคุณเว็บไซต์สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทยด้วยที่เผยแพร่ร่างฉบับดังกล่าว รายละเอียดคลิกที่นี่ สำหรับความคืบหน้าอื่น ๆ จะนำมาเสนอให้พวกเราทราบอีกครั้ง
          อีกเรื่องนี้ นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ในฐานะ กรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล แจ้งมาว่า วันนี้ (25 พฤศจิกายน) จะมีการประชุม ก.อบต. ครั้งแรก หากมีความคืบหน้าหรือมีเรื่องสำคัญเรื่องใดจะนำมาแจ้งให้พวกเราได้รับทราบต่อไปครับ.

 

ทีมงานวิชาการกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น.....รายงาน
25 พฤศจิกายน 2551
admin@thailocalgov.com

Web Design Factory
web-design-factory.net