
สรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมระหว่าง
สมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย และ สมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย
เรื่อง วิพากษ์ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ......
วันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ ณ ชั้น ๙ อาคารตึกเนชั่นทาวเวอร์
------------------------------------------
เมื่อวันเสาร์ที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๕๑ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. ณ ตึกอาคารเนชั่นทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร สมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) ได้เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกับสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย เรื่อง วิพากษ์ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ....... โดยมีคณะผู้บริหารของหนังสือพิมพ์คมชัดลึกในเครือเนชั่น ร่วมให้การสนับสนุนการจัดการประชุมในครั้งนี้ ทั้งนี้ ผู้เข้าประชุมประกอบ คณะกรรมการฯของทั้ง ๓ องค์กร รวมทั้งผู้แทน ก.อบต. (ก.กลาง) ในส่วนของพนักงานส่วนตำบล ประกอบด้วย นายเชื้อ ฮั่นจินดา นายพัสกร ใยน้อย และจ.ส.อ.วัฒนชัย บุญมานะ ทั้งนี้ สมาคมพนักงานส่วนตำบลฯได้เรียนเชิญ นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผอ.ส่วนมาตรฐานทั่วไปการบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่น เป็นวิทยากรบรรยายสรุปและชี้แจงเจตนารมย์ที่มาที่ไปของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ซึ่งเป็นร่างที่กรมส่งเสริมฯยกร่างขึ้น และเรียนเชิญ ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ...... ซึ่งเป็นร่างที่คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยกร่างขึ้น
ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น นายกสมาคมพนักงานส่วนตำบลแห่งประเทศไทย นายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ และประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ได้พบปะกับผู้เข้าประชุมเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับหลักการทำงานของทั้งสององค์กร โดยนายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ นายกสมาคมพนักงานส่วนตำบลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตนเป็นห่วงเกี่ยวกับหลักการใหญ่ของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เช่น สำนักงาน ก.ถ. เลขาธิการก.ถ. ว่าควรสังกัดอยู่ที่ใดจึงจะเกิดประโยชน์ต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นมากที่สุด ในการจัดทำกฎหมายระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นครั้งก่อน พวกเราไม่ค่อยให้ความสนใจ แต่พอกฎหมายผ่านสภาฯมีผลบังคับใช้แล้ว พวกเราก็มาตำหนิกันเอง ดังนั้น ครั้งนี้ เมื่อเรามีโอกาสที่จะมีส่วนร่วมอีกครั้งควรให้ความสนใจมากขึ้น มิใช่ให้เฉพาะแกนนำเท่านั้น การจัดประชุมครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของพวกเราไม่ว่าจะเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นสังกัด อบต.หรือเทศบาล ที่จะได้ร่วมปรึกษาหารือถึงแนวทางการทำงานร่วมกันโดยเฉพาะการผลักดันเกี่ยวกับกฎหมายระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น
นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ร่างพระราชบัญญัติทั้งสองฉบับ (ของกรมส่งเสริมฯ และก.กระจายอำนาจฯ) พวกเราควรรับทราบไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่า พวกเราจะเห็นชอบกับร่างใดร่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ควรพิจารณาว่า เป้าหมายของพวกเราคืออะไร พวกเราต้องอะไร แล้วจึงค่อยพิจารณากำหนดว่าในแต่ละเรื่องนั้น ควรเขียนออกมาอย่างไร ทั้งนี้ เราต้องพิจารณาควบคู่ไปกับกฏหมายที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น กฎหมายจัดตั้ง กฎหมายกระจายอำนาจ ด้วย โดยประธานสมาพันธ์ฯ ได้แสดงจุดยืนของสมาพันธ์ฯว่า จะร่วมกับสมาคมฯทั้งสองสมาคมฯในการผสานกันเพื่อดำเนินการยกร่างกฎหมายบุคคลเป็นของพวกเราเอง และยังต้องพิจารณากฎหมายอื่นควบคู่ไปด้วย โดยประธานสมาพันธ์ฯ ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ต่อไปนี้ สมาพันธ์ฯและสมาคมฯจะเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน สมาคมฯเป็นพี่สมาพันธ์ฯเป็นน้อง สำหรับการเลือกตัวแทนก.อบต.ที่จะถึงนี้ สมาพันธ์ฯและสมาคมฯจะไม่ส่งตัวแทนเข้าไปเป็นกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล โดยจะไม่ให้ใครอ้างชื่อของสมาคมฯและสมาพันธ์ฯไปหาเสียง ทั้งนี้ จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ใครจะลงกี่คนก็ได้ ไม่มีการแบ่งฝักฝ่ายว่า คนนี้เป็นคนของสมาคมฯ คนนี้เป็นคนของสมาพันธ์ฯ อีกต่อไป......
หลังจากนั้น คณะผู้บริหารหนังสือพิมพ์รายวัน คม-ชัด-ลึก ในเครือเนชั่นได้ชี้แจงเกี่ยวกับการดำเนินงานของเครือฯ พร้อมแนะนำบุคลากรให้ผู้เข้าประชุมได้รู้จัก รวมทั้งได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า หนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึก รวมทั้งบริษัทในเครือไม่ว่า จะเป็นทีวี วิทยุ และหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ยินดีเป็นสื่อกลางให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อนำความรู้และผลงานของท้องถิ่นสู่สาธารณชน ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึก ได้เปิดหน้าข่าวท้องถิ่นเพิ่มขึ้นจากเดิมจำนวน ๒ หน้า เริ่มตั้งแต่ฉบับวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์หรือผลงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ผ่านอีเมล์หรือส่งมาที่บรรณาธิการหนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึก โดยยินดีทยอยนำเสนอให้ต่อไป
จากนั้น ผอ.ศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผอ.ส่วนมาตรฐานทั่วไปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ได้ชี้แจงและอธิบายที่มาที่ไปรวมทั้งเจตนารมย์ของการยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ...... ซึ่งมีเนื้อสาระเช่นเดียวกันกับที่ได้นำเสนอผ่านเวทีชี้แจงและรับฟังความเห็น ในแต่ละภูมิภาค หรือในเวทีการประชุมเครือข่ายคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯไปแล้ว โดยผอ.ศิริวัฒน์ เน้นย้ำ(เกือบทุกเวที) ว่า การจัดทำร่างนี้ขึ้น มิใช่ว่า จะเป็นไปตามนี้ ขึ้นอยู่กับความต้องการของพวกท่าน (ข้าราชการส่วนท้องถิ่น) และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนหรือไม่ ทั้งนี้ การยกร่างฉบับนี้ ได้ยึดถือหลักปรัชญาที่ว่า "องค์กรเข้มแข็ง การบริหารมีประสิทธิภาพ ประชาชนได้ประโยชน์" โดยการยกร่างฉบับนี้ ได้นำหลักการเดิมที่ได้ยกร่างไว้เมื่อปี ๒๕๔๘ ซึ่งผ่านการประชาพิจารณ์จากพวกเรามาแล้ว และคณะกรรมการกฤษฏีกาได้เห็นชอบแล้ว โดยนำมาปรับปรุงเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับหลักการในรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ เท่านั้น การยกร่างในครั้งนี้ ไม่ว่าจะมีกี่ร่างก็ตามสุดท้ายก็ต้องออกมาเป็นกฎหมายฉบับเดียวกัน โดยจะไปจบกันที่รัฐสภา การดำเนินการในครั้งนี้ ไม่มีใครแพ้ไม่ใครชนะ เพราะกรมฯก็ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กรมฯจัดทำขึ้นก็มิใช่เพื่อประโยชน์ของกรมฯเอง ดังนั้น จึงขอให้ทุกท่านสบายใจได้ว่า หากจะมีการแก้ไขในวันข้างหน้าก็ไม่เป็นปัญหา ขอเพียงให้ผลประโยชน์สูงสุดตกอยู่กับประชาชนในท้ายที่สุด สำหรับความกังวลว่า กฎหมายฉบับนี้จะผ่านหรือไม่ จะทำเสร็จหรือไม่เพราะบ้านเมืองวุ่นวาย ผอ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล เมื่อนับหนึ่งตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญแล้ว กฎหมายฉบับนี้ต้องออกมาบังคับใช้ภายในวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ อย่างแน่นอน ผอ.ศิริวัฒน์ ยังได้กล่าวถึงร่างพ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ....... หรือฉบับแก้ไขเร่งด่วนตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีจำนวน ๔ ฝ่ายจากเดิมมีจำนวน ๒ ฝ่าย โดยไม่ให้นำมาใช้บังคับภายใน ๑ ปี และต้องดำเนินการให้มีคณะกรรมการฯ ๔ ฝ่าย หลังวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างการรอนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยหลักการแล้ว หากกฎหมายฉบับนี้ ไม่ทันออกใช้ภายในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ มีนักวิชาการและนักกฎหมายได้แบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งบอกว่า มาตรา ๓๐๓ คุ้มครองอยู่ ก็คือ สามารถแก้ไขภายใน ๒ ปี แต่อีกฝ่ายเน้นย้ำว่า ต้องแล้วเสร็จภายใน ๑ ปี คือ คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าระดับประเทศหรือระดับจังหวัด ต้องประกอบด้วย ๔ ฝ่ายภายหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้แล้ว ๑ ปี ดังนั้น กรมฯจึงได้เร่งรัดดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรี หากคณะรัฐมนตรีเสนอรัฐสภาพิจารณาแล้ว ก็ถือว่าหมดภาระของกรมฯ จึงเป็นความรับผิดชอบของรัฐสภาที่จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญต่อไป
ในช่วงที่ผอ.ศิริวัฒน์ ได้บรรยายและชี้แจงนั้น ผู้เข้าประชุมได้ซักถามและแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในมาตราต่าง ๆ เป็นระยะ ๆ โดยเฉพาะประเด็น องค์ประกอบของก.ถ. ต้นสังกัดของสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น (สำนักงาน ก.ถ.) ประธาน อ.ก.ถ.จังหวัด ที่มาและวิธีการคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อำนาจในการบริหารงานบุคคลที่ต้องการให้มีการแบ่งระหว่างผู้บริหารกับปลัดอบต.รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการให้ชัดเจน นอกจากนั้นที่ประชุมยังได้หยิบยกรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ มาตรา ๒๖๖ ซึ่งห้ามสมาชิกรัฐสภา เข้าแทรกแซงหรือยุ่งเกี่ยวกับการบรรจุแต่งตั้ง การโอนย้าย การเลื่อนขั้น เลื่อนระดับของข้าราชการ มาบังคับใช้กับคณะผู้บริหาร หรือผู้บริหาร และสมาชิกสภาท้องถิ่น ตามมาตรา ๒๘๕ วรรคท้ายด้วยว่า เจตนารมย์คืออย่างไร เพราะหากตีความตามตัวอักษรแล้ว หลายท่านมองว่า ผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ไม่มีอำนาจในการบรรจุแต่งตั้ง โอนย้าย เลื่อนขั้น เลื่อนระดับ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งนี้ ผอ.ศิริวัฒน์ จะขอนำประเด็นนี้ไปหารือกับผู้ใหญ่อีกครั้งหนึ่งว่าเป็นไปตามที่ที่ประชุมวิตกกังวลหรือไม่ สุดท้าย ผอ.ศิริวัฒน์ ได้เน้นย้ำว่า ร่างฉบับนี้ ไม่ใช่จะเป็นร่างที่จะต้องเป็นไปตามนี้ ดังนั้น พวกเราสามารถที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ตลอดทุกมาตรา ทั้งนี้ โดยส่วนตัวผอ.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า ตนเองเห็นด้วยกับหลักการที่ให้นายกฯหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้น รับผิดชอบต่อปลัดอปท. และให้ปลัดอปท.รับผิดชอบต่อหัวหน้าส่วนราชการและข้าราชการลูกจ้างระดับล่างลงมา เหมือนกับกรุงเทพมหานคร
ในช่วงนี้ นายสัญญา ถินขาม ปลัดอบต.ก่อเอ้ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี ได้ฝากผอ.ศิริวัฒน์ ให้ช่วยจัดทำหนังสือซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานีอีกครั้งหนึ่ง ในกรณีที่ก.อบต.เคยมีมติให้ อบต.ไม่ต้องทำหนังสือผ่านอำเภอ ในกรณีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลโดยให้ส่งตรงไปยังประธานกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัด แต่จังหวัดอุบลฯไม่ปฏิบัติตามหนังสือสั่งการและมติ ก.อบต.ดังกล่าว ทำให้มีพนักงานส่วนตำบลหลายรายได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากนายอำเภอไม่ยอมส่งหนังสือขอความเห็นชอบเพื่อประเมินเลื่อนระดับไปยังจังหวัด ทำให้พนักงานส่วนตำบลเสียสิทธิที่พีงมีพึงได้ จึงอยากขอร้องให้สำนักงานเลขานุการ ก.อบต.มีหนังสือซักซ้อมอีกครั้งหนึ่ง เพราะเท่าที่ทราบ ยังมีอีกหลายจังหวัดที่ไม่ดำเนินการตามหนังสือสั่งการและมติก.อบต.ในเรื่องดังกล่าว เช่น จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นต้น ทั้งนี้ ผอ.ศิริวัฒน์ รับปากจะนำไปพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง
ในภาคบ่าย ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะประธานอนุกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ได้ให้เกียรติเป็นวิทยากรบรรยายอธิบายต่อที่ประชุมให้รับทราบและเข้าใจเจตนารมย์ีที่มาที่ไปของการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเสร็จสมบูรณ์ในขั้นคณะอนุกรรมการยกร่างเมื่อวันที่ ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา โดยอาจารย์สมคิด ได้ เน้นย้ำองค์กรหลัก ๔ องค์กรในร่างกฎหมายฉบับนี้ ประกอบด้วย คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. เป็นองค์กรหลักและสำคัญที่สุด โดยในร่างกำหนดให้คณะกรรมการก.ถ.มีจำนวน ๒๐ คน โดยยึดหลักแนวคิดที่อปท.มี ๕ รูปแบบ คือ อบจ. อบต. เทศบาล กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ทั้งนี้ เมืองพัทยาและกรุงเทพมหานครนั้น ไม่ได้ใช้กฎหมายฉบับนี้บังคับ แต่เชิญมาเป็นกรรมการในฐานะเป็นราชการส่วนท้องถิ่นเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ พวกเราไม่จำเป็นยึดเอาตามร่างนี้ อาจกำหนดสัดส่วนเป็น ฝ่ายละ ๘ คนก็ได้ โดยตัวแทนอปท.อาจกำหนดให้มาจาก อบจ. ๒ คน อบต. ๒ คน เทศบาล ๒ คน และกรุงเทพฯกับเมืองพัทยา องค์กรละ ๑ คน ซึ่งสามารถคิดได้เพราะตัวแทนส่วนราชการอื่นก็อยากให้เพิ่มสัดส่วนขึ้น โดยครูและสาธารณสุขก็อยากเข้ามาร่วมเป็นกรรมการด้วย ทั้งนี้ อยากให้พิจารณาว่า ทำอย่างไรจะ้ยกฐานะ ก.ถ.เทียบเท่า ก.พ. ซึ่งก็อาจทำได้ยากในทางปฏิบัติ เพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการพลเรือน แต่สำหรับท้องถิ่นไม่ชัดว่า นายกรัฐมนตรีคือผู้บังคับบัญชาหรือไม่ นอกจาก.ถ.แล้วยังมี อ.ก.ถ.จังหวัดอีกชั้นหนึ่ง โดยอาจารย์สมคิด ได้ให้ข้อคิดเรื่องนี้ไว้ว่า ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยใช้การบริหารงานบุคคลมาเป็นเครื่องมือในการกำกับดูแลท้องถิ่น ซึ่งไม่ถูกต้อง การบริหารงานบุคคลควรหลุดจากการกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย ทั้งนี้ เจตนารมย์ในการเลือกผู้แทนใน ก.ถ. หรือ อ.ก.ถ.จังหวัด นั้น ผู้แทนต้องเป็นผู้แทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการอบจ. เทศบาล หรืออบต. มิใช่เป็นผู้แทนเฉพาะองค์กรที่ตนได้รับเลือกมาเท่านั้น องค์กรที่ ๒ คือ สำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยร่างกำหนดให้ขึ้นอยู่กับทบวงท้องถิ่น โดยยังคงขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย แต่หากจะให้ดีควรให้สำนักงานก.ถ.หลุดจากทุกองค์กร คือ เป็นองค์การมหาชน เช่นเดียวกันกับ ก.พ. องค์กรที่ ๓ คือ คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ถ. มีหน้าที่คล้าย ๆ กับศาลปกครอง โดยล้อมาจากของข้าราชการพลเรือน ซึ่งจะเป็นองค์กรที่คอยถ่วงดุลอำนาจของ ก.ถ. และองค์กรสุดท้ายคือ อ.ก.ถ.ข้าราชการครูส่วนท้องถิ่นประจำจังหวัด ซึ่งเห็นว่ามีความจำเป็นต้องมี เนื่องจากครูเป็นบุคลากรที่มีกฎหมายเฉพาะ
ศ.ดร.สมคิด ยังให้ข้อคิดกับแกนนำทั้ง ๓ องค์กรไว้ว่า
-หลักการในการมอบอำนาจให้ผู้บริหารเป็นผู้มีอำนาจเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลเพียงลำพังนั้น ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานเดียวกันกับข้าราชการพลเรือน ซึ่งข้าราชการพลเรือนมีการแบ่งอำนาจระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายประจำอย่างชัดเจน ดังนั้น ควรจะมีการแบ่งแยกอำนาจระหว่างกัน แต่ในร่างฉบับนี้ไม่มีกำหนดไว้ ซึ่งตนได้สงวนความเห็นไว้ว่า ควรมีการแบ่งอำนาจระหว่างกัน โดยให้มีการลดหลั่นกันไปตามความรับผิดชอบระหว่งฝ่ายการเมืองกับฝ่ายประจำ
-ปัจจุบันเรากำลังเดินมาถูกทางแล้ว เนื่องจากแต่เดิมมีเพียงกระทรวงมหาดไทยกับผู้บริหารท้องถิ่นเท่านั้นที่มีอำนาจในการบริหารงานบุคคล แต่กฎหมายรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ ได้กำหนดให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเข้ามีส่วนในเรื่องนี้ด้วย
-การบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องดำเนินการให้หลุดจากวงจรการกำกับดูแลหรือของกระทรวงมหาดไทยให้ได้
-ต้องหาจุดสมดุลแห่งอำนาจระหว่างผู้บริหารกับข้าราชการประจำว่าควรอยู่ตรงจุดไหนให้เหมาะสม
-ร่างกฎหมายไม่มีทางถูกใจข้าราชการ หากนักวิชาการหรือกรมส่งเสริมฯ เป็นผู้ยกร่างฯ ดังนั้น ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องยกร่างขึ้นมาเอง โดยหาจุดร่วมที่สำคัญที่สุดที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรโดยรวมมากที่สุด
ในระหว่างการบรรยายและชี้แจงของศ.ดร.สมคิด ผู้เข้าประชุมได้อภิปรายแสดงความเห็นหลากหลายทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในหลายประเด็น สำหรับประเด็นที่สำคัญที่สุดที่ ที่ประชุมต้องการให้แก้ไขหรือให้ตัดออกทั้งมาตราคือ มาตรา ๓๘ ที่เกี่ยวข้องกับการโอนข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพราะเห็นว่า มาตรานี้ให้อำนาจแก่ผู้บริหารและ อ.ก.ถ.มากเกินไป ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นอาจถูกกลั่นแกล้งได้ง่ายกว่าเดิม รวมทั้งมาตรา ๔๓ ที่ให้อำนาจผู้บริหารมากเกินไป อย่างไรก็ตามที่ประชุมส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ร่างของ ก.กระจายอำนาจฯส่วนใหญ่ร่างได้ค่อนข้างดี แต่มีบางมาตราที่อาจปรับหรือตัดออก
ในโอกาสนี้ ดร.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม อดีต ส.ส.จังหวัดหนองบัวลำภู ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำสถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะที่ปรึกษาสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) ได้เข้าร่วมประชุมพร้อมกับ ดร.บุญเลิศ ไพรินทร์ อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดฉะเชิงเทรา อดีตเลขาธิการ ก.พ. ปัจจุบันเป็นประธานบริษัทฉะเชิงเทราวงษ์พาณิชย์ ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอก สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้ร่วมให้ข้อคิดต่อที่ประชุมด้วย โดย ดร.สรชาติ ได้ให้แนวคิดต่อที่ประชุมว่า ทั้ง ๓ องค์กรควรจัดทำร่างของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเอง เมื่อแล้วเสร็จควรจัดประชุมชี้แจงให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศได้เข้าใจ จากนั้นจึงประสานกับฝ่ายการเมืองอีกทีหนึ่ง ในการกำหนดตำแหน่งปลัดฯนั้น ขึ้นอยู่กับกฎหมายว่า กำหนดให้พวกเราเป็นอะไร หากกฎหมายกำหนดว่า ให้อบต.เป็นองค์การบริหารเมือง ปลัดอบต. ก็จะเป็นปลัดเมือง เป็นต้น ดังนั้น กฎหมายจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญในกำหนดอนาคตของพวกท่าน การพิจารณาขั้นสุดท้ายนั้น ขึ้นอยู่กับกรรมาธิการของทั้งสองสภาฯ (สภาผู้แทนและวุฒิสภา) การที่ยกร่างดีอย่างไร หากทั้งสองสภาฯไม่เห็นด้วย ก็อาจมีการรื้อกันทั้งฉบับ ดังเช่น กฏหมายหลายฉบับที่ผ่านมา....สำหรับดร.บุญเลิศ ได้ให้ข้อคิดอย่างน่าสนใจว่า ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ควรกำหนดเริ่มต้นไว้ตั้งแต่ระดับ ๘ - ๑๑ หรือไม่ก็ระดับ ๙ - ๑๑ อปท.เล็ก ๆ ควร เริ่มจากระดับ ๘ อปท.ขนาดใหญ่เช่น กทม.ก็กำหนดเป็นระดับ ๑๑ การกำหนดระดับตำแหน่ง มิได้พิจารณาจากองค์กรว่าเล็กหรือใหญ่ แต่ควรดูภารกิจที่รับผิดชอบ คุณภาพของงาน และความยากง่ายของงานมากกว่า ดังนั้น จะกำหนดให้ปลัดอปท.นั้นเริ่มต้นตั้งแต่ระดับใด มันขึ้นอยู่กับพวกท่านว่า จะยกร่างกฎหมายออกมาเป็นอย่างไร.....
ช่วงสุดท้ายของการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผู้นำทั้ง ๓ องค์กร ประกอบด้วย นายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ ปลัดเทศบาลตำบลสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่ (เดิมเป็นอบต.สุเทพ) นายกสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) นายสรณะ เทพเนาว์ ปลัดเทศบาลตำบลแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย และนายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ปลัดอบต.อ่าวน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ได้ขึ้นกล่าวขอบคุณคณะกรรมการทั้ง ๓ องค์กรที่เข้าประชุมรวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น ยังได้ร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานของทั้ง ๓ องค์กร โดยในช่วงแรกจะจัดตั้งคณะกรรมการยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... โดยนำร่างของกรมส่งเสริมฯ และของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ มาเป็นตุ๊กตา โดยให้ทั้ง ๓ องค์กรคัดเลือกตัวแทนเป็นคณะกรรมการยกร่างองค์กรละ ๕ คน ร่วมเป็น ๑๕ คน มีกำหนดยกร่างให้แล้วเสร็จภายใน ๓๐ วัน หลังจากนั้น สมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมร่วมระหว่างกันในครั้งต่อไป ในโอกาสนี้ นายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ นายกสมาคมพนักงานส่วนตำบล(แห่งประเทศไทย) ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการดำรงตำแหน่งของตนว่า เมื่อขึ้นเป็นเทศบาลแล้ว ทำไมยังไม่พ้นจากตำแหน่งนายกสมาคมฯว่า ตามข้อบังคับแล้ว ผู้ก่อการยังสามารถดำรงตำแหน่งสมาชิกสมาคมและกรรมการสมาคมฯได้ต่อไป อีกทั้ง เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ คณะกรรมการสมาคมฯส่วนใหญ่จึงได้ร้องขอให้ตนเองรับผิดชอบในตำแหน่งนี้ไปพลางก่อน จนกว่าจะได้มีการจดแจ้งเปลี่ยนชื่อสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ เป็นสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่น ให้แล้วเสร็จ จากนั้นจึงค่อยมีการเลือกคณะกรรมการสมาคมฯชุดใหม่ จึงขอโอกาสนี้ชี้แจงให้ทุกฝ่ายได้รับทราบและเข้าใจ ในส่วนของนายสรณะ เทพเนาว์ นายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้ฝากข้อคิดต่อที่ประชุมไว้ว่า ปลัดอปท.นั้น ต้องพัฒนาตนเองให้เป็นข้าราชการมืออาชีพ ต้องพัฒนาให้เป็นสถาบันข้าราชการที่เข้มแข็งเช่นเดียวกันกับสถาบันข้าราชการส่วนท้องถิ่นของเกาหลีใต้ ตนเองจะผลักดันให้เกิดสมดุลแห่งอำนาจในการบริหารงานบุคคลที่ต้องมีการแชร์กันระหว่างผู้บริหารกับปลัดฯให้จงได้ และสำนักงาน ก.ถ. ต้องได้คนมืออาชีพมาทำงาน ไม่ใช่อยู่ภายใต้กระทรวงมหาดไทยดังเช่นปัจจุบัน สุดท้าย นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของคณะกรรมการสมาพันธ์ฯ ชุดใหม่ว่า จะร่วมมือกับทั้ง ๒ สมาคมฯในการผลักดันกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่นโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญแต่ไม่ละทิ้งสิทธิประโยชน์ที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นพึงมีพึงได้ และสมาคมฯจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเลือกตัวแทนปลัดอบต.ใน ก.อบต.ที่จะมีขึ้นปลายเดือนนี้ ทั้งนี้ เพื่อมิให้เกิดข้อครหาว่า สมาพันธ์ฯใช้องค์กรหาเสียง คณะกรรมการสมาพันธ์ฯจึงจะยังไม่พิจารณาคัดเลือกกรรมการระดับจังหวัดจนกว่า การเลือกก.อบต. (ก.กลาง) และ ก.อบต.จังหวัด จะสิ้นสุดลง......
เรียบเรียงโดย......
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น
phiphatw@hotmail.com
๕ สิงหาคม ๒๕๕๑
พิมพ์หรือดูเอกสารไฟล์แบบ Acrobat (pdf) คลิกที่นี่
ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ (ฉบับแก้ไขล่าสุด ๒๓ ก.ค. ๕๑) คลิกที่นี่
ประมวลภาพถ่ายการประชุมเิชิงปฏิบัติการร่วมระหว่าง สมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ สมาคมพนักงานเทศบาลฯ และสมาพันธ์ปลัดอบต.ฯ
![]() |
![]() |
![]() |
นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผอ.ส่วนมาตรฐานทั่วไปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น |
ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ |
ดร.บุญเลิศ ไพรินทร์ และ ดร.สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม |
![]() |
![]() |
![]() |
คณะผู้บริหารหนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึก ในเครือเนชั่น |
ผู้นำ ๓ องค์กร นายกสมาคมพนักงานเทศบาลฯ นายกสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ และประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย |
คณะผู้บริหารหนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึก ร่วมหาความร่วมมือกับนายกสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ |
![]() |
![]() |
![]() |
ลงทะเบียนก่อนการประชุม |
อดีตประธานสมาพันธ์ฯ เชื้อ ฮั่นจินดา |
ทีมงานสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ |
![]() |
![]() |
![]() |
ดอกไม้เหล็กแห่งสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ |
นายกสมาคมพนักงานเทศบาลฯขอสิทธิแสดงความเห็น |
เจ้าพ่อปักษ์ใต้...เมืองสตูลคนดุ |
![]() |
![]() |
![]() |
โฉมหน้าผู้แทนก.อบต. (จ.ส.อ.วัฒนชัย บุญมานะ) |
ผู้แทน ๓ องค์กรในร่างเดียว |
ผู้แทน ก.ท.จากสุโขทัย ขอชี้แจงบ้าง |
![]() |
![]() |
![]() |
ทีมงานอีสานครับ (อุบลฯ-หนองคาย-โคราช) |
รวมทีมแกนนำข้าราชการส่วนท้องถิ่น |
รวมดาว (แกนนำ) สมาพันธ์ปลัดอบต.ชุดใหม่ |