ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.......

          คณะกรรมการพิจารณากฎหมายของกระทรวงมหาดไทย คณะที่ ๒ ได้มีการประชุมครั้งที่ ๓๐/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ..... ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเสนอ โดยมีการแก้ไขหลายแห่ง ซึ่งมีที่มาที่ไปจากรายงานบันทึกการประชุมดังนี้.-

         ๓.๑ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น  (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. ....
                 ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  ชี้แจงว่า   พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่น บัญญัติขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๘๘ โดยบัญญัติให้การแต่งตั้งและการให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเป็นไปตามความต้องการและความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่น โดยต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นก่อน สำหรับคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีกรรมการสามฝ่าย ประกอบด้วย ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ได้ถูกยกเลิกทั้งฉบับ ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ โดยผลของการปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙
                   พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มีปัญหาในการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นสรุปได้ ดังนี้
                    ๑) การโอนย้ายไม่สามารถกระทำได้ แม้ว่ากรณีมีเหตุจำเป็น หรือมีปัญหาความขัดแย้ง
เมื่อมีการร้องขอ เนื่องจากเป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่นในการออกคำสั่งรับโอนหรือให้พ้นจากตำแหน่ง
                    ๒) การสอบคัดเลือก  หรือคัดเลือก มีการสร้างระบบอุปถัมภ์ และเลือกปฏิบัติ
สร้างความไม่เป็นธรรม ทำให้เกิดการให้ประโยชน์ต่างตอบแทน และทำให้มีการสร้างอิทธิพลเรียกรับผลประโยชน์
                    ๓) การสอบแข่งขัน มีการทุจริตโดยเรียกรับเงินเพื่อให้เป็นผู้สอบได้ และเพื่อให้ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง แม้ว่าจะเป็นจำนวนน้อยแต่ก็มีแนวโน้มแพร่ขยายเป็นวงกว้างและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่น
ในการปฏิบัติงานของท้องถิ่น
                     ๔) การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้บริหารท้องถิ่นบางคน ใช้อำนาจบริหารงานบุคคล
โดยเลือกปฏิบัติ ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน หลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล แต่ไม่มีบทบังคับและบทลงโทษต่อผู้บริหารท้องถิ่นดังกล่าว ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเสียโอกาส  และขาดขวัญกำลังใจ
                      ๕) โครงสร้างคณะกรรมการ เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นจำแนกเป็น ๓ ระดับในแต่ละประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้มีหลายมาตรฐานก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการบริหารงานบุคคล และเป็นภาระค่าใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ                                               
                        โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๓ (๕)บัญญัติให้จัดทำ หรือ ปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นภายในสองปีนับแต่แถลงนโยบายต่อ
รัฐสภา  แต่มาตรา ๓๐๕ (๗) บัญญัติว่ามิให้นำมาตรา ๒๘๘ วรรคสาม ว่าด้วยคณะกรรมการข้าราชการ
ส่วนท้องถิ่นประกอบด้วย  ผู้แทนของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง  ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น  และผู้ทรงคุณวุฒิ   โดยมีจำนวนเท่ากัน    ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ มาใช้บังคับ
ภายในหนึ่งปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ซึ่งมีนัยว่าเมื่อครบกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว  ในการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นต้องมีคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีกรรมการสี่ฝ่าย ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช  ๒๕๕๐
                               ข้อกฎหมาย
                               รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
                               มาตรา ๒๘๘ การแตงตั้งและการใหขาราชการและลูกจางขององคกรปกครองสวน
ทองถิ่นพนจากตําแหนง  ตองเปนไปตามความเหมาะสมและความจําเปนของแตละทองถิ่น โดยการบริหาร
งานบุคคลขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ตองมีมาตรฐาน สอดคลองกันและอาจไดรับการพัฒนารวมกันหรือสับเปลี่ยนบุคลากรระหว่างองคกรปกครองสวนทองถิ่นดวยกันได รวมทั้งตองไดรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการขาราชการสวนทองถิ่นซึ่งเปนองคกรกลางบริหารงานบุคคลสวนทองถิ่นกอน ทั้งนี้ตามที่ กฎหมายบัญญัติ
                               ในการบริหารงานบุคคลขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ตองมีองคกรพิทักษระบบคุณธรรม ของขาราชการสวนทองถิ่น เพื่อสรางระบบคุมครองคุณธรรมและจริยธรรมในการบริหารงานบุคคล ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
                               คณะกรรมการขาราชการสวนทองถิ่นตามวรรคหนึ่งจะตองประกอบดวย ผูแทนของ
หนวยราชการที่เกี่ยวของ ผูแทนขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ผูแทนขาราชการสวนทองถิ่นและผูทรงคุณวุฒิ โดยมีจํานวนเทากัน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ
                               การโยกยาย การเลื่อนตําแหนง การเลื่อนเงินเดือนและการลงโทษขาราชการและลูกจาง
ขององคกรปกครองสวนทองถิ่น ใหเปนไปตามที่กฎหมายบัญญัติ
                               มาตรา ๓๐๕ (๗) มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๕๕ วรรคห้า และมาตรา ๒๘๘ วรรคสาม มาใช้บังคับภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
                               กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นพิจารณาเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามนัย มาตรา ๓๐๕ (๗)  แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ซึ่งบัญญัติให้คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นประกอบด้วย คณะกรรมการเป็นสี่ฝ่าย นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญ ประกาศใช้ครบหนึ่งปี ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ จึงได้ดำเนินการ ยกร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น  (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....
เฉพาะในเรื่ององค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น จำนวน ๑๔ มาตรา
ซึ่งมีสาระสำคัญคือ
๑.๑ ให้เรียกชื่อว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่น
๑.๒ ให้คงองค์กรการบริหารงานบุคคลขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา และ ก.ถ. ในรูปแบบเดิม แต่แก้ไของค์ประกอบจากสามฝ่ายเป็นสี่ฝ่าย ๆ ละเท่าๆกันเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ก.ถ.มีจำนวน ๒๐ คน คณะกรรมการกลางแต่ละประเภทมีจำนวนทั้งสิ้น ๒๔ คน และคณะกรรมการระดับจังหวัดในแต่ละจังหวัด ได้แก่ ก.จ.จ. มีจำนวนทั้งสิ้น ๑๖ คน สำหรับ ก.ท.จ.และ ก.อบต.จังหวัด มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๔ คน
๑.๓ ก.ถ. คณะกรรมการกลาง และคณะกรรมการระดับจังหวัด มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเช่นเดิม ได้เพิ่มเติมให้คณะกรรมการกลางมีมติโอนย้ายข้าราชการส่วนท้องถิ่นดำเนินการสรรหาโดยการสอบแข่งขันและคัดเลือกได้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาข้อจำกัดการบริหารบุคคลที่ผ่านมา สำหรับการยกร่างกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๒๘๘ และมาตรา ๓๐๓ (๕) ยังคงมีระยะเวลาดำเนินการภายใน  สองปีนับแต่วันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา (๑๘ กุมภาพันธ์ – ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)  ทั้งนี้ 
อยู่ระหว่างการดำเนินการยกร่างกฎหมาย และรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ทั่วประเทศ ผลความคืบหน้าเป็นประการใด จักรายงานเพิ่มเติมต่อไป
                           กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ .... เพื่อคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยตรวจพิจารณา เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐๕ (๗) ซึ่งจะต้องมีคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีคณะกรรมการเป็นสี่ฝ่าย นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญประกาศใช้
ครบหนึ่งปี วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๑ ต่อไป  โดยนายสุรพล    กาญจนะจิตรา  รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความเห็นชอบด้วยแล้ว
                             คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย  คณะที่ ๒ ได้ตรวจพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฯดังกล่าวแล้ว  มีความเห็นว่าบทบัญญัติมาตรา ๒๘๘ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้ “คณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งจะต้องประกอบด้วย  ผู้แทนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง  ผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น  ผู้ทรงคุณวุฒิ 
โดยมีจำนวนเท่ากัน  ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ” ประกอบกับบทบัญญัติมาตรา ๓๐๕ (๗) กำหนดว่า “มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๕๕ วรรคห้า และมาตรา ๒๘๘ วรรคสาม มาใช้บังคับภายในหนึ่งปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้” อีกทั้งบทบัญญัติมาตรา ๓๐๓ กำหนดว่า “ในวาระเริ่มแรก ให้คณะรัฐมนตรีที่เข้าบริหารราชการ แผ่นดินภายหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปเป็นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้   ดำเนินการจัดทำหรือปรับปรุงกฎหมายในเรื่อง  ดังต่อไปนี้   ให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด (๕) กฎหมายว่าด้วยการกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  กฎหมายรายได้ท้องถิ่น  กฎหมายจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  กฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น และกฎหมายอื่นตามหมวด ๑๔ การปกครองส่วนท้องถิ่น  เพื่อให้เป็นไป
ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้  ภายในสองปีนับแต่วันที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๗๖ ในการนี้  จะจัดทำเป็นประมวลกฎหมายท้องถิ่นก็ได้”   ดังนั้นในชั้นนี้คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายฯเห็นว่าควรเสนอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเฉพาะในประเด็นการแก้ไขโครงสร้างและองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นจากสามฝ่ายเป็นสี่ฝ่ายเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา ๒๘๘ วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เท่านั้น  ดังนั้นจึงให้ตัดความในมาตรา ๓ และมาตรา ๖ ของร่างพระราชบัญญัติฯออก   สำหรับในประเด็นอื่นๆที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมมานั้น   กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นควรจัดให้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  เช่น  สำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย  และผู้แทนคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น (องค์การบริหารส่วนจังหวัด   เทศบาล  องค์การบริหารส่วนตำบล และเมืองพัทยา)  แล้วนำผลการประชุมที่ผ่านความเห็นชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสนอกระทรวงมหาดไทยตามขั้นตอนการเสนอร่างกฎหมายต่อไป

                    คณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยคณะที่ ๒ ได้ผ่านความเห็นชอบและให้แก้ไขหลายมาตรา รายละเอียดร่างพระราชบัญญัติคลิกที่นี่

 

 

 

 

Web Design Factory
web-design-factory.net
(26-05-51)