"การล้างมลทินของข้าราชการส่วนท้องถิ่น "
สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....วันนี้ผมอยู่ กทม.ครับ ยังอยู่ที่ โรงแรมริเวอร์ไซด์ บางพลัด กทม. ครั้งแรกเข้าใจว่า คงจะไม่ได้เขียนคอลัมน์นี้ในสัปดาห์นี้ครับ แต่พอมาถึงแล้ว ทางโรงแรมมีบริการอินเตอร์เน็ตไร้สาย (เสียเงินครับ) และบังเอิญได้นำคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คมาด้วย ก็เลยมีเวลาที่จะมาชวนพวกเราคุยกันได้บ้างครับ
มากรุงเทพฯครั้งนี้ มีโอกาสได้ไปสักการะพระศพของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เรียบร้อยแล้วครับ แต่ไม่ได้เป็นไปดังที่หลายท่านเข้าใจเกี่ยวกับการเข้าเคารพพระศพ เนื่องจากขณะนี้ มีการจัดระเบียบการเข้าสักการะพระศพค่อนข้างดี ทำให้การเข้าสักการะใช้เวลาไม่นานประมาณ ๕ นาทีเท่านั้นเองครับ ไม่เหมือนกับช่วงแรก ๆ ที่มีหลายท่านไปตั้งแต่เช้า ได้เคารพพระศพในช่วงบ่ายหรือเย็น แต่ตอนนี้ง่ายแล้วครับ ประชาชนก็เบาบางลงแล้ว จึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับชาวท้องถิ่นที่อาจจะนำประชาชนในพื้นที่ไปสักการะพระศพจนถึงต้นเดือนเมษายนนี้ แต่ผมคิดว่า หากไปควรไปช่วงนี้ก่อนสิ้นเดือนมีนาคมนี้ครับ โดยเฉพาะในวันราชการ ทำให้สะดวกมาก ๆ รวมทั้งสำนักพระราชวังก็อำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี มีน้ำไว้บริการอย่างเพียงพอ อ๋อ...??? สำหรับการแต่งกาย ผู้หญิงต้องสวมกระโปรงนะครับ ผู้ชายกางเกงสุภาพ (salak) สำหรับเสื้อเป็นเสื้อเชิ๊ตสีขาว หรือสีดำ เท่านั้นครับ รองเท้าก็เหมือนกับที่เราสวมมาทำงานปกติครับ การนำชาวบ้านไปก็ต้องแจ้งให้ชาวบ้านด้วยนะครับ แต่ถ้าไม่มีเสื้อเชิ๊ต เข้าใจว่า สวมเสื้อยึดคอปกสีดำหรือสีขาว ก็น่าจะได้ครับ เพราะเห็นมีคนสวมไปด้วย การเข้าสักการะก็ควรไปก่อน ๖ โมงเย็น (๑๘.๐๐ น.) เพราะช่วงเย็นจะมีการเสด็จของพระบรมวงศานุวงศ์ครับ
สำหรับบรรยากาศการฝึกอบรมคณะกรรมการสอบสวน (วินัย) รุ่นที่ ๖ ซึ่งกำหนดระหว่างวันที่ ๒ - ๘ มีนาคม ๒๕๕๑ มีผู้เข้าอบรมประมาณ ๒๗๐ คน (ข้อมูลไม่เป็นทางการ) จากผู้แจ้งความประสงค์ไว้ประมาณ ๓๒๐ คน มีบางท่านที่ไม่มีชื่อเข้าอบรมแต่ก็สามารถเข้าอบรมได้เช่นเดียวกัน โดยการประสานมาล่วงหน้าก่อน การลงทะเบียนวันแรกก็มีการพบปะพูดคุยกันเล็กน้อยในช่วงเย็นครับ โดยมีอาจารย์ประวิทย์ เปรื่องการ หน.กลุ่มงานวินัยฯ เป็นผู้มาคอยอำนวยความสะดวกให้กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมเช่นเคยครับ โดยมีนิติกรจากกลุ่มงานวินัยฯ มาช่วยดำเนินการลงทะเบียน การฝึกอบรมในช่วง ๒ วันที่ผ่านมาก็เป็นการทบทวนความรู้เดิมที่ผู้เข้าอบรมเคยผ่านมาแล้ว โดยเฉพาะมีการทดสอบความรู้ก่อนอบรมเช่นเครับ โดยจะมีการจำลองวิธีการสอบสวนใน ๒ วันสุดท้ายของการฝึกอบรม และสอบในภาคบ่ายของวันสุดท้ายเช่นที่ปฏิบัติมาครับ ก็ถือว่า การฝึกอบรมครั้งนี้ เป็นการกระตุ้นให้ผู้ที่รับผิดชอบด้านการสอบสวน หรือสืบสวน ทางวินัย ได้เพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์มากขึ้น ทั้งนี้ วิทยากรทั้งหมดมาจาก สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ครับ
จากการฝึกอบรมเมื่อวานนี้ (๔ มีนาคม) อาจารย์ภาณุพันธ์ โอปอ เปรมมานะดี ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยอัยการ อดีตนิติกรประจำกรมส่งเสริมฯ ได้มาช่วยบรรยายและพบปะผู้เข้ารับฝึกอบรม (มาทุกวันช่วงเย็น) ได้มาให้ข้อคิดแก่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่อง การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติล้างมลทิน พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีบังคับใช้เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ กรณีที่นายกฯ หรือผู้มีอำนาจสั่งบรรจุ สั่งลงโทษก่อนหรือในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ แม้ว่า ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.อบต.จังหวัด ก.ท.จ. หรือ ก.จ.จ. แล้วแต่กรณี ถือว่า ผู้ได้รับคำสั่งลงโทษทางวินัยก่อนหรือในวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติดังกล่าว และก.อบต.จังหวัด หรือ ก.ท.จ. หรือ ก.จ.จ. จะดำเนินการทางวินัยต่อไม่ได้ ฝ่ายเลขานุการมีหน้าที่เพียงนำเรื่องการสั่งลงโทษดังกล่าว แจ้งให้ ก.อบต. หรือ ก.ท.จ. หรือ ก.จ.จ. ทราบเท่านั้น เรื่องดังกล่าวถือว่า เป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างแท้จริง แต่ก็ไม่มีการสั่งการหรือจัดทำเป็นแนวทางปฏิบัติมาให้ ก.อบต.หรือ ก.จ.จ. หรือ ก.ท.จ. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใช้เป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งก็เป็นที่น่าเสียดายสำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายสิบท่านที่ไม่ทราบถึงสิทธิเรื่องนี้ หรือทราบและไม่รู้แนวทางปฏิบัติเรื่องนี้อย่างชัดเจน
อีกท่านหนึ่งครับ นิติกรอบต.บ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้ด้วย แจ้งให้ทราบว่า ที่จังหวัดชัยภูมิ ได้มีความกระตือรือร้นเรื่องนี้มาก หลังจากทราบว่า มีพระราชบัญญัติล้างมลทิน พ.ศ. ๒๕๕๐ ชมรมพนักงานส่วนตำบลจังหวัดชัยภูมิ โดยการนำของปลัดอบต.ที่เป็นตัวแทนปลัดอบต.ใน ก.อบต.จังหวัด ได้จัดประชุมหารือเรื่องนี้กับพนักงานส่วนตำบลทั้งจังหวัดเพื่อจัดวางแนวทางช่วยเหลือพนักงานส่วนตำบลที่อยู่ระหว่างการพิจารณาตั้งกรรมการสอบสวนวินัย หรืออยู่ระหว่างการดำเนินการทางวินัย เพื่อเร่งรัดการดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ซึ่งก็ได้ผล ทำให้พนักงานส่วนตำบลจำนวนมาก ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการทางวินัย ได้รับอานิสงค์จากพระราชบัญญัตินี้อย่างทั่วถึง ซึ่งผมฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจแทน พนักงานส่วนตำบลของชัยภูมิ ที่มีตัวแทนของพวกเราทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นห่วงเป็นใยพวกเขา รวมทั้งข้าราชการในท้องถิ่นจังหวัดชัยภูมิด้วย ที่ช่วยเหลือและเร่งรัดให้การดำเนินการทางวิันัยทันได้ล้างมลทินถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงมีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา ขอปรบมือให้ดัง ๆ ครับ และผมเชื่อว่า พนักงานส่วนตำบลในจังหวัดชัยภูมิไม่น่าจะลืมผลงานของ ผู้ที่ริเริ่มเรื่องนี้ โดยเสนอชื่อให้ท่านที่ริเริ่มเรื่องนี้ ได้รับรางวัล "พนักงานาส่วนตำบลดีเด่น" ประจำปีนี้ด้วย ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของ ปลัดอบต. หรือ ปลัดเทศบาล ที่เป็นตัวแทนของปลัดอบต.หรือปลัดเทศบาลแล้วแต่กรณี ใน ก.อบต.จังหวัด หรือ ก.ท.จ. เพราะคำว่า "ผู้แทน" หรือ "ตัวแทน" นั้น มิใช่คิดและทำอยู่เพียงลำพัง ควรต้องฟังมวลสมาชิกที่ท่านเป็น"ผู้แทน" หรือ "ตัวแทน" อยู่ก่อนที่จะตัดสินใจหรือยกมือให้กับเรื่องใด ๆ ในคณะกรรมการที่ท่านทำหน้าที่อยู่ครับ.....วันนี้คงเอาไว้แค่นี้ก่อนครับ หากมีเวลาคงได้มาชวนคุยกันต่อในวันศุกร์นี้ครับ
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๕ มีนาคม ๒๕๕๑