"ทำไม....? ไม่สนใจ "

         สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....วันนี้ผมอยู่อุบลราชธานีครับ ขณะนั่งเขียนคอลัมน์นี้ อยู่บริเวณโรงแรมอุบลอินเตอร์เนชั่นแนลครับ ผมและคณะเดินทางมาถึงเมื่อประมาณ ๑๑,๐๐ น. ของเมื่อวันที่ ๖ ก.ค. การเดินทางก็มาโดยรถตู้เช่าเหมาซึ่งสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ เป็นผู้จัดให้โดยนำคณะเจ้าหน้าที่สมาคมฯ และข้าราชการในสังกัดเทศบาลตำบลสุเทพมาช่วยงานประมาณ ๖ คน เมื่อเข้าสู่ภาคอีสานที่ชัยภูมิ ก็จะผ่านอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ผ่านมาทางจังหวัดมหาสารคาม ผ่านจังหวัดร้อยเอ็ด ผ่านอำเภอเสลภูมิ ร้อยเอ็ด แล้วก็เข้าจังหวัดยโสธร และสุดท้ายก็มาถึงจังหวัดอุบลฯครับ ตั้งแต่ลงจากอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อลงสู่จังหวัดชัยภูมิ ก็จะเป็นทางเรียบตลอดครับ ไม่มีภูเขา (ดอย) สองข้างทางรู้สึกอบอุ่นครับ อบอุ่นตรงที่มาครั้งนี้เป็นฤดูฝน ทุ่งหญ้าและต้นไม้เขียวขจีไปทั่วตลอดสองฝั่งถนน สลับกับทุ่งข้าวที่ชาวนากำลังดำนา ที่ดำเสร็จแล้วก็เริ่มเติบโต ที่กำลังอยู่ระหว่างการดำก็กำลังขะมักเขม้นอยู่ครับ ทำให้รู้สึกเย็นอกเย็นใจ ชุ่มชื้นหัวใจที่ได้เห็นชาวนาได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนครับ
         เมื่อมาถึงโรงแรมได้เข้าที่พักเสร็จสรร ทีมงานฯก็แยกย้ายกันปฏิบัติภารกิจเตรียมการจัดงานโดยทันทีครับ ครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีท่านปลัดพิชิต เจริญผล ปลัดอบต.ตาดทอง จังหวัดยโสธร ในฐานะกรรมการสมาคมฯในภาคอีสานใต้ ก็ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์เต็มความสามารถครับ ต้องขอชมเชย รวมทั้งได้ปลัดสัญญา ถิ่นขาม ปลัดอบต.ก่อเอ้ จ.อุบลราชธานี ในฐานะเจ้าบ้านก็ได้เสียสละเวลามาร่วมดำเนินงานตั้งแต่ต้น รวมทั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดอุบลฯ ยโสธร และศรีษะเกษ มาช่วยการจัดงานครั้งนี้ค่อนข้างเต็มอัตรากำลังครับ ล่าสุดเมื่อวานนี้ (๘ ก.ค.) ยอดผู้เข้าร่วมสัมมนาครั้งนี้ มีจำนวนมากถึง ๒,๗๐๐ คน ครับ สำหรับรายละเอียดการจัดงานคงจะนำเสนอเป็นการเฉพาะอีกครั้งหนึ่งครับ
           สิ่งที่สำคัญในการจัดงานครั้งนี้ ที่ผมตั้งใจเดินทางมาร่วมด้วยก็คือ การประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมระหว่างคณะกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) กับ คณะกรรมการสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกนับแต่มีการจัดตั้งสมาคมฯและสมาพันธ์ฯ ขึ้นที่คณะกรรมการฯ ๒ องค์กรมาร่วมประชุมกันอย่างเป็นทางการ และก็ไม่เสียเที่ยวครับ ทั้งสองฝ่ายได้ประชุมหารือถึง ๒ วันคือวันที่ ๗ และวันที่ ๘ กรกฏาคม ๒๕๕๑ โดยมีข้อสรุปเบื้องต้นในการร่วมมือกันผลักดันแก้ไขกฎหมายเร่งด่วนคือ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ....... รวม ๒ ประเด็น คือ ให้แก้ไขบทนิยามจาก "พนักงานส่วนท้องถิ่น" เป็น "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" ให้เป็นตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ และแก้ไขสัดส่วนคณะกรรมการในส่วนของพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งอื่นนั้น ให้เป็น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล ตำแหน่งบริหาร และได้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อดำเนินการติดตาม ดำเนินการ สร้างความเข้าใจ และผลักดันให้การจัดทำร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... ให้แล้วเสร็จตามกำหนดที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยจะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการระหว่างกันอีกครั้งหนึ่ง โดยคาดว่าจะเชิญ ตัวแทน ก.กระจายอำนาจฯ กรมส่งเสริมฯ และคณะกรรมการกฤษฏีกา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับร่างกฎหมายของกรมส่งเสริมฯ และของก.กระจายอำนาจฯ รวมทั้งกำหนดยุทธศาสตร์การดำเนินงานร่วมกัน ประมาณปลายเดือนกรกฏาคม นี้ สำหรับรายละเอียดจะนำมาแจ้งให้เพื่อน ๆ รับทราบต่อไป
          สำหรับวันนี้ ผมมีความตั้งใจอยากเชิญชวนเพื่อน ๆ ลองมาช่วยกันวิเคราะห์หน่อยเถอะว่า ทำไม..พวกเราไม่สนใจมารับฟังการชี้แจงและรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ที่กรมฯจัดขึ้น โดยเฉพาะการจัดขึ้นครั้งแรกที่จังหวัดอุดรธานี ทำให้กรมส่งเสริมฯ อาจใช้เหตุผลนี้ดำเนินการร่างกฎหมายไปเพียงลำพัง โดยอาจไม่รับฟังความเห็นของพวกเราอีกก็เป็นการชอบที่อาจทำเช่นนั้นได้ ผมไม่ทราบว่า การที่กรมฯส่งหนังสือให้จังหวัดตั้งแต่วันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ให้จังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นเพราะกรมฯ ออกหนังสือจริงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๑ แต่ไม่ได้จัดส่งให้จังหวัด หรือเป็นเพราะจังหวัดได้รับหนังสือแล้ว ไม่ยอมจัดส่งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่แน่ใจครับ แต่ส่วนหนึ่งที่ทราบมา ก็คือ บางจังหวัดไม่ได้รับหนังสือจริง (หมายถึง อปท.) บางจังหวัดเช่น หนองคาย ได้รับหนังสือก่อนการจัดรับฟังความเห็นเพียงหนึ่งวัน เหตุผลนี้ก็อาจเป็นไปได้ที่ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นไม่ทันตั้งตัว หรือไม่ทันที่จะขออนุมัติเดินทางไปราชการต่อผู้บริหารท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นไม่ทันพิจารณาว่าจะมอบหมายให้ผู้ใดไปร่วม จึงทำให้มีผู้เข้าร่วมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น แต่อย่างไรก็ตามครับ ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดที่เป็นผลจากภายนอก ผมคิดว่า นั่นอาจเป็นเพียงข้ออ้างสำหรับพวกเราครับ จะด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม แต่ที่สำคัญที่สุดผมไม่เข้าใจว่า "ทำไม...ข้าราชการส่วนท้องถิ่นไม่สนใจเรื่องของตนเอง" นี่เป็นเรื่องสิทธิและผลประโยชน์โดยตรงของข้าราชการส่วนท้องถิ่นนะครับ ดังที่ผมพยายามสร้างความเข้าใจให้พวกเราแล้วว่า "ชนใดร่างกฎหมาย ก็เพื่อชนชั้นนั้น" แน่นอนว่า เรามิได้เป็นผู้ร่างโดยตรง แต่เมื่อเรามีสิทธิที่จะเสนอความต้องการของพวกเรา เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตและดำรงอยู่ในปัจจุบัน ให้หมดสิ้นไปหรือให้ลดน้อยลง ผมคงไม่ต้องสาธยายแล้วว่า ปัญหาคืออะไรบ้าง เพราะเชื่อแน่ว่า พวกเราไม่ว่า ข้าราชการในอบต. เทศบาล อบจ. ได้พบเจอกันถ้วนหน้า ไม่มากก็น้อยครับ โดยเฉพาะท่าน ๆ ปลัดเทศบาล ปลัดอบต.ทั้งหลาย ผ่านประสบการณ์มาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ก็น่าจะทราบดีอยู่ครับ จึงไม่มีเหตุใดที่จะอ้างได้ว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่มีเวลา เพราะนี่เป็นเรื่องที่พวกเราในฐานะผู้ได้ผลกระทบโดยตรง (ไม่ว่าดีหรือร้าย) ต้องเป็นผู้ขนขวาย กระตือรือร้นเองด้วยซ้ำไปครับ ผมคิดว่าหากเราเอาใจใส่กันคนละเล็กละน้อย ก็จะทำให้วันนี้เราคงไม่ต้องมานั่งบ่น ยืนบ่น นอนบ่นกันครับ ไม่ว่ากรมฯจะส่งหนังสือให้ถึงที่ทำงานหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องสาระสำคัญ นายกฯไม่ให้เข้าร่วมก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ หากเรามีใจที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาของเรากันเองแล้ว หนังสือไม่จำเป็น มีรายละเอียดอยู่ทั่วไปในเว็บไซต์ สามารถพิมพ์ออกมาเสนอนายกฯเองได้ หากนายกฯไม่ให้ไป ก็มีสิทธิลาพักผ่อน ลาป่วย ลากิจ ได้อยู่แล้ว เสียสละกันคนละนิด เพื่ออนาคตที่น่าอยู่ของพวกเราในวันข้างหน้าครับ วันนี้ เป็นโอกาสอันดีที่พวกเราจะได้ขีดเส้นทางเดินของพวกเราเอง แต่ทำไมพวกเราถึงไม่คิดที่จะกำหนดเส้นทางชีวิตกันเอง แต่ชอบที่จะให้บุคคลอื่นมากำหนดเส้นทางเดินให้ หากในอนาคตกฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้แล้ว ท่านจะมาบ่นว่า ทำไมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ทำไมไม่มีใครช่วยเหลือ ทำไม...ทำไม...ทำไม และทำไม อีกไม่ได้อีกต่อไปแล้วนะครับ
          ท่านปลัดธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ ปลัดเทศบาลตำบลสุเทพ ในฐานะท่านผ่านประสบการณ์ทั้งที่อดีตรับราชการในกรมการพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นราชการส่วนภูมิภาค และดำรงเป็นปลัดอบต.จนกระทั่งเป็นปลัดเทศบาล ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควร ได้รับทราบปัญหาอุปสรรคมากมายในท้องถิ่น พยายามสื่อให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้รับทราบถึงปัญหาที่เกิดขึ้นกับพวกเรา ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา หากแต่ท่านบอกว่า "ผมก็เหลืออายุราชการไม่ถึง ๑๐ ปีแล้ว อาจจะลาออกก่อนเกษียณก็เป็นได้ สิ่งที่ผมผลักดันอยู่ทุกวันนี้ มิใช่ทำเพื่อตัวผมเอง แต่อยากเห็นความถูกต้องและเพื่อน้อง ๆ ที่กำลังเติบโตอยู่ในวันนี้ ซึ่งเหลืออายุราชการอีกหลายสิบปี" จึงเป็นความรู้สึกแม้ว่าจะมองว่าไม่มีอะไร แ่ต่ผมรู้ว่า ท่านก็รู้สึกท้อเช่นเดียวกันกับหลาย ๆ คนที่ทำงานเพื่อส่วนรวม แต่ไม่ได้รับแรงหนุนจากเพื่อน ๆ ในแวดวงเดียวกัน แต่กลับได้รับแต่คำติฉินนินทาหรือคำพูดเสียดสี เสียดทาน จนทำให้พวกท่านเหล่านั้น บางครั้งก็กลับมาคิดเหมือนกันว่า เอ๊ะ!!! สิ่งที่ทำอยู่นั้น ทำเพื่อใคร ทำแล้วได้อะไร.....???
          สุดท้าย ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า อีก ๖ ภูมิภาค ๖ แห่งที่เหลือนั้น อันได้แก่  
          -วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ณ โรงแรมเอ็ม พี รีสอร์ท (โรงแรมหัวเรือ) อปท.ในจังหวัดตรัง,พัทลุง,สงขลา,สตูล,ยะลา,นราธิวาส,ปัตตาน
          -วันที่ ๑๔ กรกาคม ๒๕๕๑ ณ ศาลาประชาวาริน เทศบาลเมืองอุบลราชธานี อปท.จังหวัดอุบลราชธานี,ศรีสะเกษ,สุรินทร์,บุรีรัมย์,ร้อยเอ็ด,มหาสารคาม,ยโสธร,อำนาจเจริญ,มุกดาหาร
          -วันที่ ๒๓ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ณ วิทยาลัยพานิชการ บึงพระ อปท.ในจังหวัดพิษณุโลก,กำแพงเพชร,พิจิตร,อุตรดิตถ์,อุทัยธานี,เพชรบูรณ์,นครสวรรค์,ตาก,สุโขทัย
          -วันที่ ๒๕ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อปท.ในจังหวัดเชียงใหม่,เชียงราย,แพร่,น่าน, พะเยา,แม่ฮ่องสอน,ลำปาง,ลำพูน
          -๒๘ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ณ โรงยิมฯอบจ.พระนครศรีอยุธยา อปท.ในจังหวัดอยุธยา,กาญจนบุรี,ราชบุรี,เพชรบุรี,ประจวบคีรีขันธ์,สุพรรณบุรี,ชัยนาท,นครปฐม,นนทบรี,ลพบุรี,ปทุมธานี,สิงห์บุรี,อ่างทอง,สระบุรี
          -๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ณ สนามกีฬาเมืองพัทยาอปท.ในจังหวัดชลบุรี,นครนายก,ฉะเชิงเทรา,จันทบุรี,ตราด, ระยอง,ปราจีนบุร,สระแก้ว,สมุทรปราการ,สมุทรสงคราม,สมุทรสาคร
จะมีเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นไปกันอย่างครบถ้วน และอยากให้ผู้ไปนั้น อย่างน้อยมีปลัดอปท. หนึ่งท่าน และข้าราชการส่วนท้องถิ่นตำแหน่งอื่นอีก ๑ ท่าน อย่างน้อยก็อาจเป็นหัวหน้าส่วนการคลัง หรือหัวหน้าส่วนโยธา หรือไม่ก็นิติกร หรือเจ้าหน้าที่ิวิเคราะห์นโยบายและแผน ครับ เพื่อให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตำแหน่งอื่นได้มีส่วนร่วมในการกำหนดชะตาชีวิตของตนในอนาคตด้วยครับ.
     

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑
 

พิมพ์ (print) หน้านี้เป็นไฟล์ pdf. คลิกที่นี่

 

การประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ และ คณะกรรมการสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย
บรรยากาศการลงทะเบียนและสัมมนาวันแรก
ลูกศิษย์ร่วมขอลายเซ็นต์เป็นศิริมงคล
ผู้เข้าร่วมงานคึกคักแต่เช้า
การบรรยายวันแรก เริ่มด้วยธรรมะเดลิเวอรี่ โดยทีมงาน พระมหาสมปอง ตาลปุตโต ผู้เข้าร่วมสัมมนาคับห้องประชุมไม่มีใครง่วงนอน เป็นศิริมงคลและได้บุญครบถ้วน

 

 

(หมายเหตุ.-ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือส่งข้อเสนอแนะ หรือร่วมส่งบทความมาได้ ที่ป.พิพัฒน์โดยตรง ที่ phiphatw@hotmail.com หรือจะแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดเสวนาทั่วไปหรือเว็บบอร์ด เสวนาบริหารงานบุคคก็ได้ครับ)

 

อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง

  คลิกที่นี่

Web Design Factory
web-design-factory.net