"สงกรานต์กับท้องถิ่น "

         สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเต็มตัวแล้วนะครับ หลายท่านอาจเจอโรคภัยไข้เจ็บกันไปเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้ระมัดระวังสุขภาพกันด้วยนะครับ ช่วงหน้าร้อนมีโรคมากมายอยู่แค่เอื้อมเท่านั้นเอง สำหรับพวกเราชาวท้องถิ่นแล้ว นอกจากต้องระมัดระวังสุขภาพตนเองแล้ว ยังต้องดูแลสุขภาพของพี่น้องชาวบ้านที่อยู่ในความรับผิดชอบของพวกเราด้วย ไม่ว่า การป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งเข้าใจว่า ทุกอบต.และเทศบาล ได้ดำเนินการ รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้ากันไปเรียบร้อยแล้ว เพราะมีหนังสือสั่งการมาตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่อันที่จริงแล้ว ไม่มีหนังสือสั่งการมาพวกเราก็ดำเนินการเสมือนเป็นกิจวัตรประจำปีอยู่แล้วใช่ไหมครับ เพราะทุกอบต./เทศบาลได้ตั้งงบฯเพื่อดำเนินการเรื่องเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว แต่สำหรับท่านที่อยู่ภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง อาจต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีกนิด เนื่องจากละแวกดังกล่าว มีการระบาดของไข้หวัดนก ทำให้ต้องรณรงค์ป้องกันและควบคุมอีกโรคหนึ่ง นอกจากนั้นยังมีโรคที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษครับ คือ โรคท้องร่วง ซึ่งมักมากับช่วงหน้าร้อนอยู่เป็นประจำ เพราะผู้นำระดับประเทศ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี มีข่าวว่าเป็นโรคนี้อย่างรุนแรงในขณะเยือนประเทศลาว ในการประชุมผู้นำในโซนนี้ ดังนั้น ก็ฝากทุกท่าน โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่อยู่แถบภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสานบ้านเฮา ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะต้องอาหารประเภทสุก ๆ ดิบ ๆ หรืออาหารประเภทสัมตำ และอาหารเปรี๊ยว ๆ อยู่เป็นประจำในช่วงนี้ ทำให้อาจเกิดท้องร่วงได้โดยง่ายครับ.....
          วันนี้เป็นวันทำการสุดท้าย ก่อนเปลี่ยนศักราชใหม่แบบไทย เพราะก่อนหน้านี้ ไทยได้ยึดถือเอาวันที่ ๑๓ เมษายน ของทุกปีเป็นวันเถลิงศักราชใหม่ หรือเป็นวันขึ้นปีใหม่ไทยนั่นเอง เข้าใจว่ามาเปลี่ยนตอนสมัยจอมพล ป.พิบูลย์สงคราม เป็นนายกรัฐมนตรีนี่เอง (ขออภัยหากข้อมูลผิดพลาด) หลาย ๆ ท่านอาจกลับบ้าน กลับภูมิลำเนาไปเรียบร้อยแล้ว หลายท่านกำลังเตรียมตัวเดินทางกลับ แต่ต้องเสียใจกับหลาย ๆ ท่านที่ไม่อาจกลับบ้านได้ อันเนื่องมาจากหลายสาเหตุ เช่น เพื่อน ๆ ข้าราชการอบจ.หลายจังหวัด ต้องเตรียมการเลือกตั้ง นายกอบจ.และสมาชิกสภาอบจ. ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในปลายเดือนเมษายนนี้ สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยู่เขตเทศบาลและอบต.ขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ติดกับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ๆ อาจต้องเข้าเวรให้บริการประชาชนที่เข้ามาใช้บริการอย่างมากมาย และอีกหลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ จังหวัด ได้จัดงานรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ หรือจัดงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเหนือ สำหรับคนที่อยู่ใน ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน หนึ่งในนั้น ก็เพื่อน ๆ ข้าราชการที่อยู่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ต้องช่วยกันจัดงานระหว่างวันที่ ๑๒ - ๑๕ เมษายน เพราะเป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองที่คนไทยและเทศต่างยกนิ้วให้กับการเล่นสงกรานต์ที่เชียงใหม่ว่า "สุดยอด" เพราะไม่มีที่ใดที่จะสนุกสนานได้เท่าการเล่นน้ำสงกรานต์รอบ ๆ คูเมืองของเมืองเชียงใหม่อีกแล้วครับ แม้ว่าที่กรุงเทพฯ จะมีถนนข้าวสาร ที่ขอนแก่นจะถนนข้าวเหนียว หรือข้าวปุ้น ก็ตาม การที่เชียงใหม่ได้รับการยอมรับจากคนไทยและคนต่างชาติว่า สงกรานต์ที่นี่สนุกสนานไม่มีที่ใดเทียบได้ เพราะกลิ่นไอของประเพณีและวัฒนธรรมที่มีการสืบทอดกันมาอย่างยาวนานครับ ประเพณีสงกรานต์ของเชียงใหม่ คนเชียงใหม่เรียกว่า "ป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง" จะมีการจัดงานเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๒ - ๑๕ เมษายน ของทุกปี สำหรับวันที่ ๑๓ เมษายน จะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญ ๆ ของจังหวัดขึ้นรถไปตามถนนสายสำคัญของเมืองเชียงใหม่เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้นำน้ำขมิ้นส้มป่อยประพรมเพื่อเป็นศิริมงคล นอกจากนั้นยังมีการแข่งขันประกวดแม่ญิงยี่รถถีบ(จักรยาน) กางจ้อง (ร่ม) ไปตามถนนท่าแพให้เป็นที่ประทับใจกับการยลโฉมของสาวแท้ ๆ ของเชียงใหม่อีกด้วย สำหรับวันที่ ๑๔ เมษายน ก็จะมีการขนทรายเข้าวัดใกล้หมู่บ้านของตน และยังมีการทำอาหารหวาน-คาว เพื่อเตรียมนำไปถวายพระในรุ่งขึ้น โดยวันที่ ๑๔ เมษายน นี้ ชาวเชียงใหม่เรียกว่า "วันเนาว์" หรือวันเน่า คนโบราณห้ามมีการพูดจาที่ไม่ดี ไม่สุภาพ ห้ามด่าทอกัน เพราะจะทำให้ไม่เป็นศิริมงคลติดตัวไปตลอดปี สำหรับวันที่ ๑๕ เมษายน จะเป็นวันเถลิงศก หรือวันผญาวัน วันเริ่มต้นศักราชใหม่ของชาวเชียงใหม่ ตอนเช้าพุทธศาสนิกชนทุกครัวเรือนก็จะพากันไปทำบุญตักบาตรที่วัดใกล้บ้าน สาย ๆ มาก็จะพากันไปสูมาคาระวะดำหัวปู่-ย่า ตา-ยาย พ่อ-แม่ ครูบาอาจารย์และผู้หลักผู้ใหญ่ที่ตนเคารพนับถือ สำหรับเชียงใหม่จะมีการจัดขบวนดำหัวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในภาคบ่ายของวันนี้ ซึ่งเป็นขบวนที่ยิ่งใหญ่ และสวยงาม สนุกสนาน และวันนี้ก็จะเป็นสุดท้ายในการเล่นน้ำสงกรานต์ของคนเชียงใหม่ที่อยู่ในเขตอำเภอเมืองฯ แต่สำหรับท่านที่อยู่นอกเขตอำเภอเมืองฯ ก็จะมีการละเล่นต่อไปอีกประมาณ ๑ - ๓ วัน แล้วแต่ละสถานที่แต่ละแห่ง
         ประเพณีสงกรานต์แม้ว่า ภูมิภาคของไทยจะมีการเรียกขานแตกต่างกันไปบ้างตามความเชื่อ และจารีตที่มีการสืบทอดต่อ ๆ กันมา แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในปัจจุบันก็คือ ภาระหน้าที่ในการสืบทอด หรือสานต่อประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามนี้ อดีตอาจเป็นหน้าที่ของส่วนกลางและส่วนภูมิภาค คือ กระทรวงศึกษาธิการ (กรมการศาสนาเดิม) อำเภอหรือจังหวัด ซึ่งอาจดำเนินการได้ไม่ทั่วถึง แต่นับจากที่มีอบต.เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ และสุขาภิบาลยกฐานะขึ้นเป็นเทศบาลในปี ๒๕๔๒ (หากจำไม่ผิด) ก็ทำให้ภาระนี้ตกเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็น องค์การบริหารส่วนตำบล หรือเทศบาล และแม้แต่กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็ได้ดำเนินการเป็นองค์กรหลักในการสืบสานและสืบทอดประเพณีวัฒนธรรมนี้ ให้เหมาะสมกับสภาพของแต่ละท้องถิ่นแต่ละพื้นที่ และสภาพการเงินการคลังของตน ทำให้ประเพณีนี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ให้เป็นที่สนใจและมีความสำคัญต่อคนในชุมชน คนในท้องถิ่นเพิ่มขึ้น หรือเป็นการเพิ่มคุณค่าของประเพณีนี้ให้สูงขึ้นด้วยชาวท้องถิ่นของเราเอง ผมเชื่อว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ อบต.และเทศบาลทุกแห่งจะจัดงานนี้ขึ้น ไม่ว่าจะจัดเองก็ดี หรือร่วมกับอำเภอจัด หรือร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ จัดขึ้นก็ดี ล้วนแต่เป็นการบ่งบอกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเรามิได้ทำหน้าที่เพียงโครงสร้างพื้นฐานเหมือนดังเช่นที่เคยถูกกล่าวหาในอดีตอีกแล้ว และผมเชื่อว่า หลายแห่งจัดได้ค่อนข้างดีมาก ๆ มากกว่าหน่วยงานส่วนกลางหรือภูมิภาคที่เคยจัดขึ้นอย่างมาก และก็เชื่อว่า อย่างน้อยที่สุดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง จะมีการรดน้ำ-ดำหัวผู้สูงอายุอย่างแน่นอน เพราะผู้สูงอายุนั้น เป็นปูชนียบุคคลของท้องถิ่นที่ช่วยบุกเบิกให้หมู่บ้าน-ตำบลได้มีความเจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้ ลูกหลานของพวกท่านได้มีที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน และที่ทำงานเช่นทุกวันนี้ ก็เพราะผู้สูงอายุเหล่านั้นเอง ดังนั้น ประเพณีสงกรานต์จึงเป็นประเพณีที่พวกเราชาวท้องถิ่นควรให้ความสำคัญ และควรตระหนักในการเข้าไปมีการส่วนร่วมเพื่อสืบสานและสืบทอดให้ประเพณีนี้มีความมั่นคงสืบต่อไปอย่างถูกต้อง.
          
.
     

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๑ เมษายน ๒๕๕๑
 

บรรยากาศการเล่นน้ำสงกรานต์ที่เชียงใหม่

 

 

 

อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง

  คลิกที่นี่