"การสอบคัดเลือกสายงานผู้บริหาร"

         สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน...วันนี้หลายท่านคงกำลังคิดอยู่่ว่า จะซื้อรถยนต์ดีหรือไม่ดี หลายคนอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า คำขอกู้เงินกับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้ใช้กุลยุทธ์เข้าถึงท้องถิ่น ให้โปรโมชั่นกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นในการกู้เงินเป็นกรณีพิเศษ เสมือนหนึ่งว่า เป็นสิทธิพิเศษสำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยให้สิทธิในการขอกู้ได้สูงสุดถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทีเดียว โดยเฉพาะข้าราชการระดับ ๗ ขึ้นไป ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกันเสียด้วย ดอกเบี้ยก็ไม่มากประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นสิ่งดีและเหลือเชื่อสำหรับพวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่นครับ เมื่อเทียบกับเมื่อ ๑๐ ปีก่อน ที่พวกเราขัดสนเงินทองเดินทางไปขอกู้เงินจากสถาบันการเงินใด เขาก็ไม่รับ เพราะไม่มั่นใจว่า สถานภาพของพวกเรานั้น ใช่ "ข้าราชการ" หรือไม่ และจะมีความมั่้นคงหรือไม่ จึงไม่อยากเสี่ยงให้พวกเรากู้เงิน แต่วันนี้กลับกันครับ เราไม่ต้องไปถึงธนาคาร เจ้าหน้าที่ธนาคารก็วิ่งมาหาพวกเราแล้ว โดยเฉพาะข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างพวกเราที่อายุราชการเหลือค่อนข้างมาก ๆ ธนาคารยิ่งอยากให้กู้ครับ ก็ถือเป็นสวัสดิการสำหรับพวกเราอีกทางหนึ่ง แต่สำหรับหลายท่านที่คิดจะกู้มาเพื่อจัดซื้อ "รถยนต์" ก็คงต้องคิดหนักครับ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างชนิดวันต่อวัน ตามไม่ทันกันเลยทีเดียว ไม่รู้ว่า ช่วงชีวิตของพวกเราอาจได้เห็น น้ำมันราคา ลิตรละ ๑๐๐ บาทก็ได้ครับ หลายคนก็เริ่มจอดรถไว้ที่บ้าน หันมาขึ้นรถโดยสาร และหลายท่านหันมาพึ่งรถเดือนครับ ไปกันหลาย ๆ คนประหยัดดี กลายเป็นเด็กนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง ที่ต้องนั่งรถเดือนครับ ไม่อยากคิดเลยว่า บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร หากราคาน้ำมันพุ่งไม่หยุดครับ......
        สถานการณ์ทางการเมืองบ้านเราช่วงนี้ก็ค่อนข้างไม่แน่ไม่นอนครับ ไม่รู้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงวันใด ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมา ดูทีวีอาจจะมีคำประกาศทางหน้าจออีกครั้งว่า "ขออภัย...ขณะนี้คณะปฏิรูปการปกครองได้....เอาไว้แล้ว ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ" หรือ อาจมีการยุบสภาฯ หรืออาจมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ฯลฯ สถานการณ์ปัจจุบันจึงน่าเป็นห่วงครับ พวกเราอาจไม่กระทบกันสักเท่าไหร่ อย่างน้อยสิ้นเดือนก็มีเงินใช้เลี้ยงชีพได้ในระดับหนึ่ง แต่สำหรับชาวบ้านทั่ว ๆ ไป คงต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นครับ อาจเห็นคนกินยาตัวตายยกครัวอีกหลาย ๆ แห่งก็เป็นไปได้เสมอครับ ก็อยากฝากเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่านได้เตรียมตัวเตรียมใจ รอรับสถานการณ์ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาครับ อย่างน้อยก่อนไปทำงานตอนเช้า ๆ ก็ควรเปิดฟังดูข่าวสักครึ่งชั่วโมงก็ยังดีครับ จะได้ไม่ตกข่าว...

          วันเสาร์ที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๑ ที่จะถึงนี้ จะมีเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นในอบต.ในสายงานผู้บริหารทุกจังหวัด เข้าใจว่าครั้งนี้จะมีจำนวนมากกว่า ๒,๐๐๐ คน ไม่ว่าจะเป็น ปลัดอบต. ผอ.กอง/หน.ส่วนราชการ ไม่ว่า คลัง ช่าง สำนักงานปลัดฯ สาธารณสุข การศึกษา ฯลฯ ก็จะเข้าสนามสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนระดับให้สูงขึ้น จากระดับ ๖ เลื่อนขึ้นเป็นระดับ ๗ และจากระดับ ๗ เลื่อนขึ้นเป็นระดับ ๘ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านสอบผ่านและได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นด้วยกันทุกคนครับ
          ในการสอบคัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่นสายงานผู้บริหารที่ผ่านมา แต่ละจังหวัดก็ใช้ดุลยพินิจในการดำเนินการแตกต่างกันไปในเรื่องรายละเอียดปลีกย่อย เช่น ในการจัดทำผลงาน บางจังหวัดเคร่งครัด บางจังหวัดไม่เอาอะไรมาก ในการดำเนินการสอบบางจังหวัด ให้อบต.ดำเนินการเอง บางจังหวัดให้ ก.อบต.จังหวัดเป็นหน่วยดำเนินการ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบคัดเลือก บางแห่งก็ให้เกียรติผู้เข้าสอบ เช่น หากผู้เข้าสอบเป็นปลัดฯ ๖ เลื่อนขึ้นเป็นระดับ ๗ ก็จะแต่งตั้งกรรมการที่มีระดับไม่ต่ำกว่าระดับ ๗ แต่ก็มีบางจังหวัดเห็นว่า ไม่สำคัญไม่จำเป็น ก็ละเลยแต่งตั้งข้าราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาคในระดับ ๕ บ้าง ระดับ ๖ บ้างเป็นกรรมการสอบ ซึ่งไม่มั่นใจว่าถูกต้องหรือไม่ แต่ความเห็นส่วนตัวแล้ว ไม่น่าจะเหมาะสมสักเท่าไหร่ ยกเว้นเสียแต่ว่า หาข้าราชการพลเรือนที่มีระดับสูงกว่านั้นไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องยกเว้นเป็นการเฉพาะ สำหรับการให้มีผลว่า สามารถแต่งตั้งหรือเลื่อนได้ตั้งแต่เมื่อใดนั้น ก็ใ้ช้ดุลยพินิจที่แตกต่างกัน บางแห่งใช้วันสอบคัดเลือกเป็นต้นไป บางจังหวัดเห็นว่าวันสอบคัดเลือกเป็นวันหยุดราชการ ไม่สามารถแต่งตั้งได้ จึงเห็นว่าต้องเป็นวันทำการถัดไป เป็นต้น ซึ่งข้อปลีกย่อยที่แตกต่างกันนี้ แม้ว่า หลายคนอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่นั่นเพราะคนที่พูด มิใช่ผู้ที่มีส่วนได้เสีย หากมีข้อที่แตกต่างกันโดยเฉพาะการให้ดำรงตำแหน่งที่ต่างกันเพียงวันเดียวก็มีข้อแตกต่างมากแล้ว เพราะในเรื่องลำดับอาวุโสในทางราชการถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ก็อยากฝากให้ ก.อบต.จังหวัดแต่ละแห่งได้พินิจพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย สำคัญยิ่งก็คือ ก.อบต. (หรือก.กลาง) ควรที่จะมีการซักซ้อมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ สวัสดิการ ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่เฉพาะแต่เรื่องนี้ ให้ชัดเจนหน่อย มิใช่ชี้แจงออกมาเสมือนไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย ปล่อยให้ ก.อบต.จังหวัดแต่ละแห่งตีความกันเอาเอง เช่นนี้ก็ทำให้เกิดความแตกต่างกันมากมาย อย่างเช่น มีอบต.หนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ก.อบต.จังหวัดมีมติให้อบต.แห่งนี้ กำหนดส่วนราชการเป็นระดับกอง เฉพาะกองช่าง สำหรับส่วนราชการอื่น ๆ ให้เป็นระดับส่วน โดยกองช่างให้ กำหนดผอ.กองเป็นระดับ ๗ ทั้งที่ ปลัดอบต.ยังคงดำรงตำแหน่งระดับ ๖ อยู่ ในมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลก็ระบุชัดเจนแจ่มแจ้งว่า อบต.จะกำหนดให้หัวหน้าส่วนราชการมีระดับที่สูงกว่าปลัดอบต.ไม่ได้ ยกเว้นสายงานวิชาการเท่านั้น ขนาดเขียนไว้อย่างชัดเจนแล้ว ไม่รู้ว่าหัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐานการบริหารงานบุคคล ไม่เอาแนวทางปฏิบัติที่ใดมา จึงได้ดำเินินการไปเช่นนั้นครับ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างครับ ที่เป็นเหตุผลว่า ทำไมต้อง มีการเรียกร้องกันหนาหูให้แยกงานบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ออกไปตั้งเป็นสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตางหากจากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น .

          
เกี่ยวกับเรื่องการสอบคัดเลือกสายงานผู้บริหาร ก.อบต.มีมติเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๑ ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติในเรื่องนี้ไว้แล้ว ว่า กรณีปลัดอบต.ก็ดี หัวหน้าส่วนการคลัง หัวหน้าส่วนโยธา ฯลฯ ก็ดี เมื่ออบต.ใดกำหนดตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นแล้ว เช่น ปลัดอบต.ปัจจุบันดำรงตำแหน่งระดับ ๖ ต่อมาอบต.ขอปรับระดับตำแหน่งปลัดอบต.เป็นระดับ ๗ เช่นนี้ ในระหว่างการสรรหาปลัดอบต.ระดับ ๗ มาดำรงตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นการ ประกาศรับโอน (ย้าย) หรือสอบคัดเลือก หรือคัดเลือก ฯลฯ ปลัดอบต.คนเดิมก็ยังคงสามารถดำรงตำแหน่ง ปลัดอบต.ที่เดิมต่อไปได้จนกว่าจะสรรหาปลัดอบต.ระดับ ๗ มาดำรงตำแหน่งแทน หรือกรณีที่ดำเนินการแล้ว หากปลัดอบต.คนเดิมไม่สามารถสอบคัดเลือกได้ หรือ กรณีพ้นระยะเวลา ๑๕๐ วันนับแต่วันที่ได้มีการปรับระดับตำแหน่ง (ตำแหน่งว่าง) อบต.จึงจะดำเนินการขอกำหนดตำแหน่งใหม่รองรับปลัดอบต.คนเดิม (รองปลัดอบต.) ในเรื่องนี้ ก็ยังมีหลายจังหวัด ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ที่อบต.ใดได้รับความเห็นชอบให้ปรับระดับตำแหน่งปลัดอบต.จากระดับ ๖ เป็นระดับ ๗ แล้ว ก็แนะนำ (บังคับโดยปริยาย) ให้อบต.นั้นกำหนดตำแหน่งรองปลัดอบต.ไว้ เพื่อรองรับปลัดอบต.คนเดิม ซึ่งก็หมายความว่า ในระหว่างที่มีการปรับระดับตำแหน่งนั้น ปลัดอบต.คนเดิมจะดำรงตำแหน่งปลัดอบต.ไม่ได้ต้องลงมาดำรงตำแหน่งรองปลัดอบต. และไม่ได้รับเงินค่าประจำตำแหน่งด้วย ที่ผ่านมาก็ถือว่าแล้วกันไป เพราะปลัดอบต.ส่วนใหญ่ก็ยอมรับชะตากรรมไปแล้ว โดยไม่ทักท้วงหรือโต้แย้งใด ๆ (เพราะเกรงว่าท้วงไป กลัวจะไม่ผ่านการสอบคัดเลือก) แต่เมื่อมีมติก.อบต.ที่ชัดเจนแล้ว ก.อบต.จังหวัดแต่ละแห่ง หากยังคงปฏิบัติอยู่เช่นเดิม ก็อยากฝากให้ปลัดอบต.ในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบนั้น รวมตัวกัน ฟ้องศาลปกครอง และฟ้องอาญาฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบให้เป็นกรณีตัวอย่างสักครั้งครับ เพื่อเป็นวิทยาทานแก่เพื่อน ๆ ในจังหวัดอื่นด้วยครับ .
     

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๑
 

 

(หมายเหตุ.- เนื่องจากที่ผ่านมาคอลัมน์นี้มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นหลากหลาย ใช้คำที่สุภาพบ้าง คำที่เสียดสีบ้าง และบางความเห็นเป็นการโต้แย้งระหว่างกัน ทำให้อาจเกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นได้ ทางทีมงานไม่สามารถควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง เกรงจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ จึงขออภัยทุกท่านที่จำเป็นต้องปิดในส่วนที่แสดงความคิดเห็น แต่ท่านสามารถส่งข้อคิดเห็นของท่าน หรือร่วมคุยกับป.พิพัฒน์ หรือส่งหัวข้อที่ต้องการให้ป.พิพัฒน์ ได้นำมาขยายความต่อ มายังทีมงานที่อีเมล์ admin@thailocalgov.com หรือที่ป.พิพัฒน์โดยตรง ที่ phiphatw@hotmail.com หรือจะแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดเสวนาทั่วไปหรือเว็บบร์อดเสวนาบริหารงานบุคคลก็ได้ครับ)

 

อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง

  คลิกที่นี่

Web Design Factory
Web Design Articles