"บทบาทของท้องถิ่นอำเภอ"

         สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....เดือนพฤษภาคม เป็นอีกหนึ่งเดือนที่มีวันหยุดค่อนข้างมาก ทำให้หลาย ๆ คน (อาจรวมตัวผมด้วย) ขี้เกียจไปตาม ๆ กัน วันหยุดก็ถือเป็นวันที่พวกเราข้าราชการได้หยุดพักผ่อน โดยเฉพาะการพักผ่อนสมอง สมองของคนเราหากใช้งานมาก ๆ ก็เหนื่อยล้าเช่นเดียวกันกับร่างกายครับ ดังนั้น ฝากเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เป็นระดับมันสมองขององค์กร อย่าใช้หักโหมงานมากเกินไปครับ เดี๋ยวจะอยู่ไม่ถึงวัยเกษียณ เมื่อมีวันหยุดก็ควรใช้เวลาวันหยุด พาครอบครัวไปพักผ่อนบ้างครับ สำหรับท่านที่ไม่มีครอบครัว นักปราชญ์กล่าวว่า การพักผ่อนที่ดีที่สุดก็คือ "นอน" ครับ นอนพักผ่อนก็ดีเหมือนกัน ไม่ต้องเสียเงิน ยุคข้าวยากน้ำมันแพงเช่นนี้ นอนคือการพักผ่อนที่สุดยอดครับ
          วันนี้ อยากชวนเพื่อน ๆ มาคุยเรื่องบทบาทของท้องถิ่นอำเภอครับ เพราะมีเพื่อน ๆ หลายคนอยากให้คุยเรื่องนี้ และได้ระบายความรู้สึกอัดอั้นมาให้ฟังหลายท่านเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ของท้องถิ่นอำเภอครับ วันนี้ ก็เลยถือโอกาสมาชวนกันคุย มาเล่าสู่กันฟังครับ เท่าที่ทราบตำแหน่ง ท้องถิ่นอำเภอ มิใช่ตำแหน่งทางบริหาร หรือเป็นตำแหน่งที่เป็นทางการ พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่มีตำแหน่งนี้ในทางกฎหมาย หรือในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนครับ เพราะตำแหน่งท้องถิ่นอำเภอ เป็นชื่อที่อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก่อน (นายสาโรช คัชมาตย์) เป็นผู้บัญญัติขึ้น เพื่อให้เรียกง่ายและเข้าใจได้โดยง่าย เนื่องจากท้องถิ่นอำเภอเป็นข้าราชการส่วนกลางครับ มิใช่ข้าราชการส่วนภูมิภาคเช่นเดียวกันกับ นายอำเภอ เกษตรอำเภอ พัฒนาการอำเภอ ฯลฯ ซึ่งข้าราชการเหล่านี้เป็นข้าราชการส่วนภูมิภาคครับ ชื่อตำแหน่งจริง ๆ ของท้องถิ่นอำเภอคือ เจ้าพนักงานปกครอง ครับ เป็นข้าราชการสายงานเดียวกันกับ ปลัดอำเภอ แต่ต่างกรมเท่านั้นเอง (ปัจจุบันไม่แน่ใจว่าชื่อทางสายงาน เจ้าพนักงานปกครอง นั้น ได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือยัง) สังเกตง่าย ๆ ก็คือ เลขที่หนังสือออกครับ เลขที่หนังสือของสำนักงานท้องถิ่นอำเภอ และสำนักงานท้องถิ่นจังหวัด (ซึ่งเป็นราชการส่วนกลางเช่นกัน) ขึ้นต้นด้วย มท.ครับ มิใช่ ชื่อย่อของจังหวัดเหมือนกับราชการส่วนภูมิภาคอื่น ๆ ดังนั้น เราจึงมักจะสงสัยว่า ท้องถิ่นอำเภอในแต่ละอำเภอทำไมซีหรือระดับจึงแตกต่างกัน บางแห่งก็ ซี ๕ บางแห่งซี ๖ บางแห่งซี ๗ ครับ นั่นก็คือคำตอบครับว่า จริง ๆ แล้วไม่มีตำแหน่งนี้ในทางกฎหมาย เพราะหากเทียบตำแหน่งท้องถิ่นอำเภอกับ เกษตรอำเภอ พัฒนาการอำเภอ สาธารณสุขอำเภอ ฯลฯ แล้ว ระดับหรือซี ต้อง ซี ๗ ขึ้นไปครับ แต่ปัจจุบันทราบว่า กรมส่งเสริมฯกำลังพยายามผลักดันให้ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัด และสำนักงานท้องถิ่นอำเภอเป็น ราชการส่วนภูมิภาคครับ เพื่อให้มีตำแหน่งนี้อย่างชัดเจน และสามารถอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของนายอำเภอ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดได้อย่างถูกต้อง.
         ท้องถิ่นอำเภอ หรือเราจะเรียกชื่อย่างไรในอนาคตก็ตามที (หลายท่านอยากให้เปลี่ยนชื่อ) ก็เหมือนกับข้าราชการทั่ว ๆ ไปครับ คือ มีดีบ้าง ชั่วบ้าง ดีมาก ดีน้อย เลวมาก เลวน้อย เป็นปกติของมนุษย์ครับ แต่ที่อยากมาชวนกันคุยถึงก็คือ "บทบาทของท้องถิ่นอำเภอต่อความสัมพันธ์กับข้าราชการส่วนท้องถิ่น" บทบาทหน้าที่ของท้องถิ่นอำเภอตลอดระยะเวลา ๕ ปีกว่าที่ผ่านมา (นับแต่ เดือนตุลาคม ๒๕๔๕) ส่วนใหญ่เท่าที่สัมผัสมาด้วยตนเอง สามารถวางตนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ เช่น ท้องถิ่นอำเภอสันป่าตอง ท้องถิ่นอำเภอพร้าว ท้องถิ่นอำเภอดอยสะเก็ด ท้องถิ่นอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (ที่ได้สัมผัสมา) ในบทบาทต่อฝ่ายการเมืองนั้น ก็สามารถที่จะอธิบายชี้แจงในการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายการเมืองได้อย่างเข้าใจและเข้าถึง รวมทั้งชี้แจงอำนาจหน้าที่ของฝ่ายการเมืองที่มีต่อข้าราชการในบังคับบัญชาได้อย่างถูกต้อง มิได้เอียงไปข้างหนึ่งข้างใด ไม่ยุแหย่เสี้ยมเขาให้ชนกัน หรือไม่พินบพิเทาเพื่อหวังลาภยศสรรเสริญ สามารถปกป้องข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับความเดือดร้อนจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา สามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายข้าราชการประจำได้เป็นอย่างดี รวมทั้งวางตนอยู่เคียงข้างกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย แม้ว่าฝ่ายข้าราชการส่วนภูมิภาคจะไม่พอใจก็ตาม นั่นคือส่วนหนึ่งที่ผมเห็นว่า ท้องถิ่นอำเภอนั้นวางตนได้อย่างเหมาะสม และเป็นความสัมพันธ์ที่ดีต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในเขตดูแล มิได้มองว่าข้าราชการส่วนท้องถิ่นคือผู้ถูกปกครองบังคับบัญชาและพวกเขามองว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นคือเพื่อนร่วมวิชาชีพ เปรียบเสมือน "น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า" เช่นนั้น.
          แต่ในทางกลับกัน ท้องถิ่นอำเภอหลายแห่งวางตนไม่เหมาะสม วางตนเป็นเจ้านาย วางตนเป็นเจ้าใหญ่นายโต และหลายแห่งประพฤติตนเป็นตัวก่อชนวนเหตุแห่งปัญหาให้เกิดขึ้นทั้งในระดับอำเภอ และระดับองค์กรด้วยซ้ำไป ซึ่งนอกจากไม่ช่วยแบ่งเบา ช่วยแก้ไขปัญหา ไม่นำพาให้ปัญหายุติแล้ว ยังทำตนเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีให้ไฟโหมกระหน่ำเสียด้วยซ้ำไป เช่น ท้องถิ่นอำเภอหนึ่งในโคราช เป็นอำเภอที่ขึ้นชื่อของโคราช และเป็นอำเภอใหญ่ ท้องถิ่นอำเภอท่านนี้เท่าที่ทราบ เป็นข้าราชการระดับ ๗ เป็นนิติกรเสียด้วยซ้ำไป แ่ต่กลับใช้อำนาจของตนยุแหย่ให้ฝ่ายการเมืองกับฝ่ายประจำ ผิดใจกันและเข้าใจผิดระหว่างกัน จนถึงขั้นร่วมมือกับผู้บริหารดำเนินการเปิดสอบคัดเลือกนักบริหารระดับ ๗ เพื่อให้ตนเองดำรงตำแหน่งดังกล่าว โดยที่ฝ่ายข้าราชการประจำไ่ม่ทราบเรื่อง แทนที่จะช่วยแก้ไขสิ่งที่ไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง แต่กลับทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ให้ถลำลึกลงไปอีก ทำให้เกิดความบาดหมางใจกันระหว่างฝ่ายการเมือง ฝ่ายประจำ และข้าราชการฝ่ายประจำด้วยกันเอง รวมทั้งยังมีผลกระทบไปยังผู้ใหญ่ในระดับจังหวัด และระดับกรมฯที่ต้องลงมาช่วยแก้ไขอีกด้วย ในจังหวัดเพชรบูรณ์ก็มีอยู่อำเภอหนึ่งที่ ทำตนเป็นเจ้านายข้าราชการส่วนท้องถิ่น วัน ๆ ไม่ทำอะไร ไปเป่าหูนายกอปท.คนโน้นที คนนี้ที กระทำตนเป็นผู้รู้แจ้งว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้นคือลูกน้องฝ่ายการเมือง จะทำอย่างไรกับข้าราชการเหล่านี้ก็ได้ เพราะมีท้องถิ่นอำเภอเป็นผู้รับรองความถูกต้อง หรือประทับตราว่า สิ่งที่ฝ่ายการเมืองกระทำต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ถูกต้อง(ที่สุด)แล้ว นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กน้อยเท่านั้นครับที่ เจ้าพนักงานปกครองระดับ ๕ - ๗ ในแต่ละอำเภอ ที่ถูกวางตัวว่าเป็น "ท้องถิ่นอำเภอ" นั้น วางตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ และบทบาทที่ได้รับมอบหมายจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า มีหน้าที่ส่งเสริม มิใช่มีหน้าที่ทำลาย หรือทำให้แตกแยก หรือผมเข้าใจผิดเองว่า ที่ว่ากรมส่งเสริมฯ นั้น เป็นการส่งเสริมให้แตกแยก มิใช่ส่งเสริมให้สามัคคี
         การที่กรมส่งเสริมฯ มีแนวนโยบายให้สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดก็ดี สำนักงานท้องถิ่นอำเภอก็ดี เป็นราชการส่วนภูมิภาค ในส่วนตัวและหลาย ๆ คนที่อยู่ในแวดวงท้องถิ่นคิดว่า ส่วนใหญ่ เห็นด้วยครับ กับแนวคิดนี้ แต่ก็อยากฝากไว้ว่า ข้าราชการในระดับอำเภอ หรือระดับจังหวัดนั้น เป็นฝ่ายปฏิบัติการ เป็นฝ่ายที่อยู่ในใกล้ชิดท้องถิ่นที่สุดแล้ว หากท่านส่งบุคลากรที่ไม่เข้าใจหรือซาบซึ้งในหลักการส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือไร้ซึ่งอุดมการณ์ที่ต้องการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้มแข็ง เป็นพลังในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้ประสบผลสำเร็จแล้ว แทนที่กรมส่งเสริมฯจะได้รับเสียงสรรเสริญ เชื่อว่า ไม่นานกรมนี้จะสูญสลายหายไปจากโครงสร้างการบริหารงานราชการแผ่นดินครับ.
        ข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ต้องพึ่งพาอาศัยข้าราชการส่วนกลาง เช่น ท้องถิ่นอำเภอ และท้องถิ่นจังหวัด ในการช่วยดูแล แนะนำ ส่งเสริมให้ปฏิบัติหน้าที่ไปในทิศทางที่ถูกต้อง เหมาะสม รวมทั้งยังต้องอาศัยท้องถิ่นอำเภอและท้องถิ่นจังหวัด เป็นผนังตึกให้พักพิง คอยให้กำลังใจและให้ส่งเสริมขวัญให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาโดยไม่พะวงหน้าพะวงหลัง สำหรับท้องถิ่นอำเภอ และท้องถิ่นจังหวัดก็เช่นเดียวกัน ต้องอาศัยข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็นแขนขาให้ในการปฏิบัติหน้าที่สนองนโยบายของรัฐบาลให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด ฉะนั้น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นและข้าราชการในสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดและสำนักงานท้องถิ่นอำเภอจึงเปรียบเสมือนแขนขาและลำตัวที่ไม่อาจแยกขาดจากกันได้ จึงอยากฝากไว้ว่า ท้องถิ่นอำเภอก็ดีท้องถิ่นจังหวัดก็ตาม ควรมองข้าราชการส่วนท้องถิ่นเสมือนเป็นน้อง แล้วข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็จะมองท่านเป็นพี่เช่นเดียวกัน.
 
          
.
     

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑
 

 

 

 

อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง

  คลิกที่นี่