"เลือกผู้แทนล่ม!!! ที่เชียงใหม่ "

สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....ต้องกราบขออภัยเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั่วไทย รวมทั้งผู้เฝ้าติดตามคอลัมน์นี้ด้วย ที่หายไปถึงครึ่งเดือน อันทีจริงไม่ได้หายไปไหนเลยครับ ผมยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่เช่นเดียว คอยตรวจสอบติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของพวกเราอยู่ตลอดเวลา มิได้ขาดแม้เพียงวันเดียวครับ แต่ที่ไม่ได้เขียนคอลัมน์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็เนื่องจากต้องสรุปผลการไปประชุมร่วมระหว่าง ๓ องค์กรของข้าราชการส่วนท้องถิ่นครับ นั่นก็คือ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) และสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ซึ่งก็ได้นำเสนอผ่านหน้าเว็บไซต์กลุ่มเพื่อนฯให้พวกเราได้อ่านและทราบความคืบหน้าไปแล้ว (รายละเอียดคลิกที่นี่) จึงทำให้เวลาที่จะใช้กับคอลัมน์ต้องงดไปครับ
เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฏาคม ที่ผ่านมา อย่างที่กล่าวไว้ครั้งที่แล้วว่า ผมได้รับเกียรติจากอบจ.แพร่เชิญไปเป็นวิทยากรฝึกอบรมให้กับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน จากหลายจังหวัดของภาคเหนือ ที่เข้ารับการอบรมจากสถาบันพัฒนาผู้นำท้องถิ่น โดยอบจ.แพร่ได้ก่อตั้งขึ้น ซึ่งการโครงการนี้ทราบว่า กระทำติดต่อกันมาเป็นปีที่สองแล้ว สถาบันพัฒนาผู้นำท้องถิ่นแห่งนี้ ได้ตั้งขึ้นตามนโยบายของท่านนายกอบจ.แพร่คนเดิม (ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) ส่วนใหญ่เน้นไปเกี่ยวกับการฝึกอบรมให้ความรู้แก่กลุ่มสตรีแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร และผู้นำท้องถิ่นในทุกระดับของจังหวัดแพร่ และจะจัดอบรมให้แก่ข้าราชการ และผู้นำท้องถิ่นในภาคเหนือ เป็นครั้ง ๆ ไป โดยมีลงทะเบียนฝึกอบรม วิทยากรหลักก็เชิญมาจากกรมส่งเสริมฯครับ ซึ่งถือว่าเป็นความคิดริเริ่มที่ดีมากของอดีตท่านนายกอบจ.แพร่ น่าเป็นตัวอย่างสำหรับอบจ.จังหวัดอื่น ๆ เพราะอบจ.มีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับที่เล็กกว่า เช่น เทศบาล และอบต.อยู่แล้ว จึงสามารถที่จัดฝึกอบรม ให้ความรู้แก่บุคลากรทั้งจากอบต.หรือเทศบาล หรือจากผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำมวลชน หรือแม้แต่ประชาชนเอง ได้ทุกเรื่องและได้ทุกเดือน ทุกสัปดาห์ และน่าจะเป็นสถาบันที่สามารถสนองต่อความต้องการของคนท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในเรื่องการฝึกอบรมหรือให้ความรู้เกี่ยวกับ การเมืองการปกครองในรูปแบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ เพราะที่ผ่านมายังไม่มีสถาบันหรือองค์กรใดที่จะสามารถส่งเสริมพัฒนา ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้แก่ประชาชนในระดับรากหญ้าได้อย่างทั่วถึงและถูกต้อง ทำให้ฐานรากประชาธิปไตยไทยที่ผ่านมาจึงง่อนแง่น เพราะประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการปกครองบ้านเมืองอย่างแท้จริงและไม่เข้าใจบริบทการปกครองที่ถูกต้องนั่นเอง จึงขอเอาใจช่วยให้สถาบันพัฒนาผู้นำท้องถิ่นของอบจ.แพร่ ได้แพร่ขยายไปยังประชาชนและจังหวัดอื่น ๆ สมดังปณิธานของผู้ก่อตั้งและสมกับชื่อของจังหวัดด้วยครับ.
พอเสร็จจากการไปจังหวัดแพร่กลับมา ผมก็ต้องเดินทางไปกรุงเทพฯเพื่อเข้าร่วมประชุมกับ ๓ องค์กรของข้าราชการท้องถิ่นดังกล่าว ดังที่เคยบอกว่า ผมไม่ได้เป็นอะไรในสมาคมฯหรือสมาพันธ์ฯหรอกครับ แต่พี่ปลัดธัญศักดิ์ ในฐานะนายกสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ เห็นว่า ผมเป็นคนหนึ่งที่สามารถสรุปเนื้อหาสาระต่าง ๆ ในการประชุมนำมาเผยแพร่ต่อเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ จึงได้เชิญเข้าร่วมโดยสมาคมฯ ก็รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเิดินทางให้ และผมเห็นว่า การที่ทั้ง ๓ องค์กรมาร่วมมือกันครั้งนี้เป็นนิมิตรหมายที่สำคัญยิ่ง จึงได้อาสารับเป็นผู้สรุปเนื้อหาสาระของที่ประชุมมาเผยแพร่ให้พวกเราได้รับทราบอีกทีหนึ่งครับ พอกลับมาก็ต้องมาจัดเตรียมทำข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี แต่ยังดีหน่อยที่มีน้อง ๆ ในอบต.สามารถทำงานแทนได้ในงานที่ได้มอบหมายไว้ จึงไม่ค่อยเหนื่อยแต่ก็ต้องดูแลใกล้ชิดอยู่เหมือนกันครับ ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ไม่ได้มาเล่าอะไรได้พวกเราได้รับทราบไปเกือบสองอาทิตย์เต็ม ๆ ครับ
สถานการณ์บ้านเมืองเราตอนนี้ ผมคิดว่า ไม่แจ้งให้พวกเราทราบพวกเราก็คงรู้ ๆ กันอยู่แล้วว่า มีอะไรเกิดขึ้นบ้างในช่วงนี้ครับ ไม่ว่าเรื่อง โอลิมปิกที่จีนไทยได้หนึ่งเหรียญทองฉลองวันแม่ไปแล้ว โดยเฉพาะต้องชมประเทศจีนที่สามารถจัดพิธีเปิดได้ยิ่งใหญ่สมฐานะพี่ใหญ่แห่งทวีปเอเซียได้ครับ หรือเรื่องอดีตนายกรัฐมนตรี(อาจ)ลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศเพราะผลงานที่(อาจ)ทำพลาดไว้ในอดีตครับ หรือเรื่องประธานาธิบดีสหรัฐเยือนไทยโดยกล่าวสุนทรพจน์ต่อเอเซียเป็นครั้งสุดท้ายก่อนครบวาระปลายปีนี้ และอีกเรื่องก็คือ ปัญหาแนวชายแดนไทย-เขมรที่ดูเหมือนจะไม่หยุดอยู่เฉพาะที่เขาพระวิหารเสียแล้ว ได้ลุกลามไปหลายจังหวัดในภาคอีสาน สถานการณ์เหล่านี้ แม้ดูเหมือนไกลตัวครับ แต่ก็กระทบไปทั่วทุกภูมิภาคของจังหวัดในประเทศครับ เพราะจะผลต่อการจะไปหรือจะอยู่ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และจะมีผลต่อสิ่งที่พวกเรากำลังจะเรียกร้องกันก็คือ การผลักดันร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่กำลังอยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นอยู่นี้ หากรัฐบาลไปก่อนเวลาอันสมควร ร่างกฎหมายนี้ก็อาจต้องเลื่อนออกไปอีก และก็ไม่รู้เมื่อไหร่ว่าจะสามารถคลอดออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้จริงครับ คงต้องติดตามดูสถานการณ์บ้านเมืองต่อไป
วันนี้ อยากชวนพวกเราโดยเฉพาะท่านปลัดอบต.ทั้งหลาย อยากให้ท่านลองทบทวนบทบาทตนเองดูสักนิดครับว่า ปัจจุบันท่านเป็นผู้นำองค์กร เป็นผู้บริหารองค์กร เป็นตัวแทนของบรรดาข้าราชการและพนักงานลูกจ้างในอบต.ของท่าน ท่านได้ทำบทบาทของท่านครบถ้วนหรือไม่ โดยเฉพาะน้อง ๆ ในอบต.ของท่านก็ฝากความหวังไว้กับท่านไม่น้อยทีเดียว น้อง ๆ ที่อยู่ในระดับปฏิบัติอาจไม่ค่อยสนใจในเรื่องกฎหมาย ระเบียบ หรือเรื่องที่เป็นนามธรรมสักเท่าไหร่ แต่พอถึงเรื่องที่เป็นรูปธรรมอันเกิดจากเรื่องที่เป็นนามธรรม (กฎหมาย-ระเบียบ) พวกเขาก็จะมาถามท่านปลัดฯนั่นแหละว่า ค่ารักษาพยาบาลจะเบิกได้หรือไม่ได้ เงินเดือนจะขึ้นอย่างไร ค่าตอบแทนจะได้เพิ่มไหม ค่าเช่าบ้านจะมีสิทธิเบิกได้หรือไม่ จะได้เข้าสู่แท่งเมื่อไหร่ การโอน(ย้าย)จะทำอย่างไร การลงโทษทางวินัยจะต้องขออุทธรณ์หรือปฏิบัติอย่างไรเมื่อถูกลงโทษ คำถามเหล่านี้จะพรั่งพรูออกมาจากน้อง ๆ ในบังคับบัญชาของท่านเมื่อพวกเขาประสบปัญหา แต่ ณ ปัจจุบันพวกเขาอาจไม่สนใจ ไม่ใยดี ไม่ใส่ใจ ไม่ไถ่ถาม แต่ท่านในฐานะผู้บริหารจะปฏิบัติเช่นนั้น โดยไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ เห็นว่าธุระไม่ใช่ไม่ได้อีกต่อไป ดังคำถามของท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ (นายชุมพร แสงมณี) ถามพวกท่านว่า "ทำไม่ท่านไม่สนใจ เรื่องของท่านเอง" นี่คือเรื่องของพวกเราครับ เรื่องของข้าราชการ พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำทุกคน ที่ต้องสนใจ ต้องใส่ใจ ต้องนำมาเป็นธุระ ผมเข้าใจและรู้ว่า ท่านเหนื่อย ท่านกำลังเร่งรัดทำข้อบัญญัติงบประมาณ ผมรู้ว่า ข้อบัญญัติงบประมาณคือเรื่องส่วนรวมเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชน แต่ผมก็เชื่อว่า เรื่องการบริหารงานบุคคลแม้ดูเหมือนเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เป็นเรื่องของข้าราชการ พนักงานและลูกจ้าง ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับประชาชน ดูเหมือนเป็นเช่นนั้นครับ แต่จริง ๆ แล้ว หากพวกเราคิดพินิจพิจารณาให้ถ้วนถี่จะเห็นว่า เรื่องการบริหารบริหารงานบุคคลเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง และเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยตรงครับ เพราะหลักการบริหารงานบุคคลก็คือ การสรรหาคนดี มีความรู้ ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริต เข้ามารับใช้ประชาชนเข้ามาบริการประชาชน เข้ามารับเรื่องของประชาชนมาแก้ไข ดังนั้น หากกระบวนการการคัดเลือก สรรหาบุคคลไม่เป็นไปโดยชอบหรือโดยระบบคุณธรรม แล้ว คนที่เดือดร้อนมากที่สุดก็คือประชาชนในพื้นที่นั่นเอง เพราะอาจจะได้บุคคลที่ไร้ความรู้ความสามารถ ไร้ความซื่อสัตย์สุจริตมาทำงานให้ ทำให้บ้านเมืองเกิดความปั่นป่วน ประชาชนอาจได้รับการบริการที่เอารัดเอาเปรียบหรือบริการไม่ทั่วถึง นี่ยังไม่ต้องไปพูดถึงหลักการอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องครับ
ที่เอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา หลายท่านอาจยังงงว่า พูดเรื่องอะไร ก็ขอเฉลยก่อนที่จะงงไปมากกว่านี้ ก็เป็นเรื่องสืบเนื่องจาก การไม่ใส่ใจ ไม่สนใจ ไม่นำพาเป็นธุระของบรรดาท่าน ๆ ปลัดอบต.ทั้งหลาย ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ไม่ไปร่วมประชุมเืพื่อเลือกตัวแทนของตนไปเป็นตัวแทนของจังหวัดเพื่อไปคัดเลือกกันเอง เป็นผู้แทนในก.อบต. หรือก.กลาง ที่สำนักงานเลขานุการก.อบต.จังหวัดจัดขึ้นเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๑ ที่่ผ่านมา จนทำให้การดำเินินการประชุมล่ม ไม่สามารถคัดเลือกได้ เท่าที่ดูหน้าตาท่านปลัดอบต.ที่มาร่วมในวันดังกล่าว มีทั้งที่มาจาก อำเภอไกล ๆ เช่น แม่แจ่ม ฮอด ดอยเต่า จอมทอง พร้าว สะเมิง ฯลฯ แต่ท่าน ๆ ปลัดอบต.ที่อยู่ดีมีสุขในเขตอำเภอเมืองและปริมณฑลอำเภอเมืองกลับไม่เห็นหน้า หรือมีบ้างก็เล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นอำเภอสารภี อำเภอหางดง อำเภอแม่ริม อำเภอแม่แตง อำเภอสันกำแพง อำเภอสันป่าตอง แทบไม่เห็นตัวแทนปลัดอบต.เข้าร่วมเลย ผมไม่แน่ใจว่า จังหวัดอื่น ๆ ประสบปัญหาแบบนี้บ้างหรือไม่ แต่จังหวัดเชียงใหม่รู้สึกประสบปัญหามา ๒ ครั้งแล้ว ครั้งแรกเมื่อมีการเลือกผู้แทนปลัดฯไปเลือกผู้แทน ก.อบต.แทนท่านปลัดธัญศักดิ์ฯ ที่ขึ้นไปเป็นปลัดเทศบาล ก็เกิดปรากฎการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น การตำหนิพวกเดียวกันเอง หวังว่า เพื่อน ๆ ที่เป็นปลัดอบต.คงเข้าใจ ไม่ควรให้ผู้ใหญ่ในบ้านเืมือง โดยเฉพาะคนที่อยู่ใกล้ชิดเรา อย่างท่านผู้ว่าฯ รองผู้ว่าฯ หัวหน้าท้องถิ่นจังหวัด เขาได้หัวเราะเยาะ หรือเยาะเย้ยพูดจาถากถางได้ว่า "เรื่องแค่นี้ พวกเรายังไม่เป็นหนึ่ง แล้วเรื่องใหญ่กว่านี้ (การผลักดันให้เกิดสำนักงานก.ถ.หรือผลักดันให้ก.ถ.เป็นองค์การมหาชน) จะทำได้หรือ" คิดถึงเมื่อหลายปีก่อนที่ปลัดอบต.ยังไม่ได้เลื่อนระดับเป็นนักบริหารอบต.ระดับ ๖ ระดับ ๗ หรือระดับ ๘ การระดมคนค่อนข้างจะเป็นเอกภาพ ถึงไหนถึงกัน แต่เมื่อเวลาเปลี่ยนคนก็อาจจะเปลี่ยนตามกาลเวลา ความคิดคนก็อาจเปลี่ยนแปลง ดังเช่น การออกหลักเกณฑ์เมื่อ ๔ ปีก่อน ปลัดอบต.ส่วนใหญ่บอกว่า เมื่อถึง ๔ ปีตำแหน่งบริหารก็ควรให้มีการโยกย้ายสัปเปลี่ยน แต่เมื่อพ้นสี่ปีแล้ว ความคิดคนก็เปลี่ยน ไฟของคนหนุ่มสาวเมื่อสิบปีก่อนกำลังจะมอดลง เหมือนเช่นปลัดเทศบาลที่เป็นเช่นนั้นก่อนพวกเรา ก็หวังเพียงว่า น้อง ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นวัยหนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ นักพัฒนาชุมชน นักวิชาการศึกษา นิติกร นักวิชาการเงินและบัญชี ฯลฯ ไฟคงยังจะร้อนแรงอยู่ จะได้สืบสานต่อภารกิจที่คั่งค้างอยู่ให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้น นานวันไปพวกเราก็จะถูกระบบราชการ(เดิม ๆ) กลืนกินจนหมดสิ้น .
๑๕ สิงหาคม นี้ ก็หวังว่า ปลัดอบต.ในเชียงใหม่ ทั้งหลายคงจะมอบหมายงานให้น้อง ๆ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ หรือ นิติกร หรือ นักพัฒนาชุมชน ฯลฯ ปฏิบัติหน้าที่ช่วยท่านผู้บริหารชี้แจงเรื่องข้อบัญญัติงบประมาณต่อสภาอบต.(กรณีนำเสนอสภาฯในวันดังกล่าว) แทนท่านได้นะครับ พวกเราอย่าไปคิดว่า น้อง ๆ เขาทำไม่ได้ ไม่มีประสบการณ์ ท่านลองมองย้อนไปเมื่อสิบปีก่อนซิว่า ขณะนั้น ท่านมีประสบการณ์หรือไม่ แล้วทำไมท่านทำได้ แล้วน้อง ๆ เขาถึงทำไม่ได้ หรือเขาทำได้แต่ท่านไม่ให้เขาทำ ฝากไว้ให้คิดครับ แล้วเจอกันที่เทศบาลตำบลสันทรายหลวง เวลา ๑๔.๐๐ น.ครับ และจังหวัดอื่น ๆ ผมไม่ทราบว่าเลือกไปครบหรือยัง หากที่ใดยังไม่ครบหรือเลือกไม่ได้ ก็ฝากไว้ให้คิดไว้เช่นเดียวกันครับ.
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๓ สิงห าคม ๒๕๕๑
![]() |
![]() |
สถาบันพัฒนาผู้นำท้องถิ่น อบจ.แพร่ |
รองผู้ว่าฯเชียงใหม่ เป็นประธานเลือกผู้แทนปลัดอบต. เพื่อเป็นแทนไปเลือก ก.อบต. |
พิมพ์ (print) หน้านี้เป็นไฟล์ pdf. คลิกที่นี่
(หมายเหตุ.-ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือส่งข้อเสนอแนะ หรือร่วมส่งบทความมาได้ ที่ป.พิพัฒน์โดยตรง ที่ phiphatw@hotmail.com หรือจะแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดเสวนาทั่วไปหรือเว็บบอร์ด เสวนาบริหารงานบุคคก็ได้ครับ)
อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง