"การฝึกอบรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น"
สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....วันนี้
คงเป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นวันครบรอบ ๓๕ ปี ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ เป็นวันที่ประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ไม่สามารถลบเลือนไปจากความทรงจำของคนไทยทั้งมวลได้ตราบนาแสนนาน ผมคงไม่กล่าวถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว
เพราะเท่าที่จำความได้ พวกเราก็ได้รับทราบเรื่องนี้มาเป็นระยะ ๆ แล้ว เพียงแต่อยากฝากเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ได้พึงนำเหตุการณ์ดังกล่าวมาเป็นเครื่องเตือนสติ หรือพีงสังวรณ์อย่างมากว่า จะคิด
จะทำอะไรลงไป หรือว่ากล่าวให้ร้ายใครนั้น อยากให้รำลึกถึงเหตุการณ์นี้ ต่อเนื่องมาถึงเหตุการณ์
๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องกัน เหตุการณ์ของคนสองกลุ่ม สองพวก
สองแนวคิด ที่ต่อสู้กันจนกระทั่งกลายเป็นบาดแผลที่ร้าวลึกในสังคมไทย แม้กระทั่งปัจจุบัน
เหตุการณ์ผ่านพ้นไปแล้วกว่า ๓๒ - ๓๕ ปี ฝันร้ายดังกล่าวก็ยังคงวนเวียนให้คนที่อยู่ในเหตุการณ์เจ็บปวดอย่างมิรู้ลืม
เช่นเดียวกันกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน ผู้คนแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย สองพวก สองแนวคิด
พร้อมที่จะเข้าห้ำหั่นกันทุกเมื่อ ไม่มีใครใช้สติ ไม่มีใครสนใจกันอีกแล้ว เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับสังคมไทยครับ
แม้กระทั่งพรสงฆ์องค์เ้จ้าที่เรายกย่องว่าเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ เป็นผู้นำทางปัญญา
ก็ยังแบ่งเป็นสองฝักสองฝ่าย ไม่ได้นำพาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์นำพาให้สังคมไทยสว่างไสวดังเดิม.....
ช่วงนี้ อากาศกำลังเปลี่ยนแปลง
ปลายฝนต้นหนาว ก็ขอให้เพื่อน ๆ ช่วยกันรักษาสุขภาพด้วยนะครับ ผมเองก็เจอเข้าไปเรียบร้อยแล้ว
ขณะเขียนบทความนี้ก็อยู่ระหว่างการลาป่วยครับ แต่ไม่ได้เป็นอะไรมากครับ เป็นไข้หวัดธรรมดา
คาดว่า พรุ่นี้ หรือมะรืนนี้คงเข้าทำงานได้ตามปกติ มีเพื่อนสมาชิกกลุ่มเพื่อนฯบางท่านได้ส่งเมล์มาไถ่ถามว่า
ทำไมช่วงนี้ไม่เขียนบทความ ก็เฉลยให้แล้วครับ ว่าไม่ค่อยสบายครับ แต่ก็อดไม่ไหวที่จะต้องมานั่งพิมพ์บทความนี้เพื่อย้ำเตือนให้เพื่อน
ๆ ทราบว่า ยังคงอยู่ ไม่ได้ไปไหนครับ.....
ครั้งก่อน ได้กล่าวถึงการเลื่อนขั้นเงินเดือนของพวกเรา
ซึ่งเข้าใจว่าส่วนใหญ่ น่าจะเลื่อนไปกันเรียบร้อยแล้ว แต่ก็น่าเสียใจสำหรับ อบต.บางแห่ง
ที่ปลัดอบต.เห็นแก่ตัวครับ คงต้องว่าให้กันบ้างครับ เพราะมันเป็นเรื่องจริง มีน้องพนักงานส่วนตำบลท่านหนึ่ง
ได้เขียนจดหมาย(อีเมล์) มาเล่าให้ฟังว่า ทำงานมาตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๑
แต่ปลัดฯอ้างว่า เงินไม่เพียงพอ ไม่สามารถเลื่อนขั้นให้ได้ ไว้รอปีหน้าค่อยเลื่อน
ร้องทุกข์นายกอบต.แล้ว นายกฯก็บอกว่า ปีหน้าค่อยเลื่อนแล้วกัน เพิ่งมาบรรจุ เป็นคำตอบที่ฟังแล้วไม่รู้จะตอบให้สบายใจได้อย่างไรครับ
ก็เลยตอบไปว่า หนึ่งหากต้องการปกปิดความผิดปลัดฯ และไม่ต้องการเกิดปัญหาความไม่สบายใจกับปลัดฯ
ก็ต้องยอมรับในผลของการใช้ดุลยพินิจของนายกฯกับปลัดฯครับ แต่หากต้องการสร้างบรรทัดฐานและสร้างความชอบธรรมให้เกิดขึ้นกับวงการข้าราชการ
ก็ต้องร้องทุกข์ต่อ ก.อบต.จังหวัด เพื่อให้วินิจฉัยครับ ซึ่งเรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้นที่เชียงใหม่ในบางอบต.ครับ
แต่กว่าจะเยียวยาได้ก็ใช้เวลาหลายเดือน ก็อยากฝากถึงท่านปลัดอบต.ทั้งหลายครับว่า
คิดถึงหัวอกคนอื่นบ้างครับ น้อง ๆ ที่กำลังเติบโต เพิ่งจะบรรจุเงินเดือนก็น้อยอยู่แล้ว
ท่านยังไปเบียดบังเขาอีก แล้วอย่างนี้จะให้ลูกน้องเคารพนับถือท่านได้อย่างไร
แล้วท่านไม่อายตัวเองบ้างเลยหรือครับ......
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
นับแต่ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้จัดตั้ง สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นขึ้น
ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเราได้รับการพัฒนาความรู้กันมากขึ้น แต่ก็เป็นที่น่าเห็นใจสำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เริ่มเข้ารับราชการใหม่
หรือบางคนได้รับราชการมาแล้วหลายปี กลับไม่ได้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรใด ๆ
จากสถาบันแห่งนี้เลย ทั้งนี้ ก็สืบเนื่องจากกรมส่งเสริมฯใช้วิธีการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป็นผู้พิจารณาจัดส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมเอง โดยยึดหลักว่า กรมส่งเสริมฯ
โดยสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น เป็นหน่วยงานให้บริการ (ผู้ขาย) สำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคือ
หน่วยงานผู้รับบริการ (ผู้ซื้อ) ดังนั้น ผู้ให้บริการจะให้บริการแก่ผู้ใด ผู้นั้นต้องมีเงินให้
หรือต้องจ่ายเอง สถาบันเป็นเพียงผู้จัดการเท่านั้น เมื่อปรัชญาหรือแนวคิดเป็นดังนี้
แน่นอนว่า กรมส่งเสริมฯโดยสถาบันฯจึงไม่ต้องรับรู้หรือรับทราบว่า มีใครบ้างที่ทำงานมาแล้วยังไม่เข้ารับการฝึกอบรม
หรือใครบ้างควรได้เข้ารับการฝึกอบรม ฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง
โดยเฉพาะผู้บริหารจะเป็นผู้พิจารณา ซึ่งโดยหลักแล้วก็น่าจะถูกต้อง แต่ในทางปฏิบัติแล้ว
กรมส่งเสริมฯยังไม่เคยสำรวจว่า มีข้าราชการส่วนท้องถิ่นผู้ใดที่บรรจุมาแล้วตั้งแต่
สองปีขึ้นไปยังไม่ได้เข้ารับการฝึกอบรม ซึ่งผมเชื่อว่ามีอยู่เป็นจำนวนมากที่ไม่มีโอกาส
เพราะผู้บริหารขาดวิสัยทัศน์ ผู้บริหารท้องถิ่นบางแห่ง มองว่า เมื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นสอบบรรจุไ้ด้แล้ว
ย่อมมีความรู้ความสามารถจึงไม่จำเป็นต้องเข้ารับการฝึกอบรม จึงไม่ยอมส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรม
ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ได้รับความรู้หรือได้รับโอกาสในการฝึกฝนและพัฒนาตนเองไม่เท่าเทียมกันแม้จะบรรจุในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
กรมส่งเสริมฯนั้นอาจมองว่า
การพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นนั้น เป็นบทบาทอำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง
ที่จะพิจารณากันเอง ซึ่งก็ไม่น่าจะผิด แต่กรมส่งเสริมฯก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ผู้บริหารท้องถิ่นแต่ละแห่งนั้น
มีวิสัยทัศน์หรือดุลยพินิจไม่เท่่าเทียมกัน ในทางปฏิบัตินั้น กรมส่งเสริมฯในฐานะผู้กำกับดูแลและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
น่าจะนำเสนอต่อคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯให้จัดสรรงบประมาณที่จะโอนให้ท้องถิ่นส่วนหนึ่ง
จัดตั้งเป็นกองทุนพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น เหมือนกับที่เคยจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งละสามแสนกว่าบาทเมื่อปลายปีงบประมาณ
๒๕๕๐ หากนำเงินดังกล่าวมาจัดตั้งเป็นกองทุนฯ มีคณะกรรมการบริหารกองทุน จากนั้น
กรมส่งเสริมฯควรมอบให้สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น เป็นผู้คัดเลือกข้าราชการส่วนท้องถิ่นในแต่ตำแหน่งเข้ารับการฝึกอบรมเอง
โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีก ยกเว้นค่าเดินทางไปราชการเท่านั้น
เช่นนี้ ก็จะสามารถทำให้ความเหลื่อมล้ำในการเข้ารับการฝึกอบรมจะหมดสิ้นไป ข้าราชการที่ได้รับการบรรจุแต่งตั้งใหม่
ก่อนเข้ารับราชการ ควรให้เข้ารับการฝึกอบรมอย่างน้อยก็สักหนึ่งหรือสองสัปดาห์
เพื่อให้เข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ ความเป็นข้าราชการ และกฎระเบียบที่จำเป็นต้องปฏิบัติในการทำงาน
เพราะทุกวันนี้ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายสิบคนยังคงทำงานไปตามความเข้าใจของตน
ซึ่งอาจทำให้ราชการโดยภาพรวมได้รับความเสียหายในระยะยาวได้
สุดท้ายขอขอบคุณ
เพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลาย ๆ ท่านได้ช่วยกันร่วมทำบุญโดยการบริจาคเงินสำหรับมอบให้ครอบครัว
ปลัดฯอัฐพงศ์ ก้อนลม หรือ ปลัดฯป๊อป ขณะนี้ ยอดบริจาคอยู่ราว ๆ ๑๗,๐๐๐ บาท เพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นท่านใด
ต้องการแสดงออกซึ่งน้ำใจของชาวท้องถิ่นด้วยกันเอง ก็ขอเชิญได้นะครับ ยังมีเวลา
สำหรับการนำเงินไปมอบให้ครอบครัวของปลัดฯป๊อปนั้น กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า
จะนำไปมอบให้ประมาณปลายเดือนนี้หรือจะไปมอบให้ในวันทำบุญครบรอบ ๑๐๐ วัน (วันที่
๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑) หากคืบหน้าอย่างไรจะแจ้งให้เพื่อน ๆ ทราบอีกครั้งครับ วันนี้
ขอลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ.
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๑
พิมพ์บทความนี้ เป็นไฟล์ pdf คลิกที่นี่
อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลัง คลิกที่นี่
สนับสนุนโดย...