"เงินประจำตำแหน่งหัวหน้าส่วน"

         สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน...วันนี้ได้รับทราบข่าวดีอยู่ ๒ เรื่องครับ ทั้งสองเรื่องเพื่อนท่านหนึ่งที่อยู่โคราชได้มีโอกาสไปร่วมประุชุมสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศที่ชลบุรี (ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๖ พ.ค.) ได้โทรศัพท์มาแจ้งว่า หนึ่ง คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ได้มีมติในการประชุมเดือนเมษายนทีผ่านมา เห็นชอบให้ใช้วงเงินในการคำนวณผลประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๐ ณ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ให้รวมเงินภายหลังการเพิ่ม ๔ % ตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว จึงขอแสดงความยินดีกับเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่านไว้ ณ ที่นี่ด้วย รายละเอียดทางทีมงานกลุ่มเพื่อนฯคงจะนำมาเสนอให้ภายหลัง อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ สมาพันธ์ปลัดอบต.ได้ประธานสมาพันธ์ฯคนใหม่แล้ว ชื่อ ทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ปลัดอบต.อ่าวน้อย อ.เมืองฯ จ.ประจวบคีรีขันธ์ อดีตเลขาธิการสมาพันธ์ฯและที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ ก็ขอถือโอกาสนี้แสดงความยินดีด้วยครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ประธานสมาพันธ์ฯคนใหม่ คงจะนำพาองค์กรให้เจริญรุดหน้าให้ยิ่งใหญ่ขึ้น สามัคคีกลมเกลียวเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นแกนกลางในการระดมความคิดเห็นของเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ในการนำเสนอประเด็นต่าง ๆ ในการยกร่าง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... เอื้อประโยชน์ให้กับพวกเราชาวท้องถิ่นให้มากที่สุดครับ.
          เมื่อวานนี้ (๑๔ พ.ค.) มีเพื่อนข้าราชการฯท่านหนึ่งใช้นามแฝงว่า "หน.ส่วน" ได้ใช้เว็บไซต์นี้ระบายความรู้สึกอัดอั้นตันใจเกี่ยวกับการทำหน้าที่ของปลัดอบต.ในองค์กรต่าง ๆ (เข้าใจว่าทั้งใน ก.อบต. ก.อบต.จังหวัด สมาคมฯ และสมาพันธ์ฯ) ลองมาอ่านอีกครั้งพร้อม ๆ กันครับ "สวัสดีครับท่านปลัดที่เคารพ ผมอยากถามท่านเรื่องที่ท่านได้ไปประชุมสมาพันธ์ปลัดกันมา ทุกๆปีที่ผ่านมา เป็นเวลา 10 ปี ท่านได้อะไร เพื่อพนักงานในองค์กรบ้าง เช่น คลัง ช่าง พนักงานเจ้าหน้าที่ในส่วนงานอื่นๆ พวกผมทุกคนในองค์กรเป็นข้าราชการเหมือนกับพวกท่านเหมือนกัน แต่ก็ได้แต่มองพวกท่านไปเรียกร้องผลประโยชน์เพื่อตัวพวกท่านกันเองทั้งนั้น และก็เป็นเวลา 10 ปีแล้ว ท่านปลัดทั้งหลายสุขสบายกับเงินที่เพิ่มขึ้นทั้งค่าตำแหน่ง ค่าเลขาฯ จนปลัดบางคนรับเงินเดือนกันเดือนละเกือบ 20000 บาทกันแล้ว แถมตอนพิจารณาเงินเดือนก็ปีละ 1.5 - 2 ขั้นกันทุกปี ที่เหลือๆก็จะเป็นของส่วนอื่นๆไป สรุปแล้วท่านไปเรื่องของผลประโยชน์ของพวกท่านใช่ไหม แล้วค่าใช้จ่ายที่พวกท่านใช้ไปนั้นในแต่ละปีมันมหาศาลนะท่าน พวกเราที่เป็นลูกน้องท่านมองดูอยู่ แต่ก็ไม่สามารถ ร่วมคิด หรือร่วมทำอะไรได้เลย เมื่อก่อนที่เริ่มตั้ง อบต. ปี 39-40 มักจะเรียกเราว่า 3 ทหารเสือ ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน แต่จนถึงเดี๋ยวนี้ มันไม่ใช่อย่างนั้น มีแต่พวกปลัดเท่านั้นที่สูงส่ง คลัง ช่าง และส่วนอื่นๆถูกท่านถอดทิ้งไปแล้ว งบประมาณที่พวกท่านใช้ไปในแต่ละปี พวกท่านไปทำผลประโยชน์ให้กับตนเองจริงๆ ทำไมถึงไม่ให้พวกเราเข้าร่วมด้วย ทำไมถึงไม่ใช้คำว่า สมาพันธ์พนักงานส่วนตำบล ถ้าจะพูดกันแล้ว ปลัด คลัง ช่าง ความรู้ความสามารถ ไม่ได้แตกต่าง หรือห่างไกลกันมากนักหรอกครับ บ้างที่ คลัง ช่าง หรือเจ้าที่วิเคาระห์ เก่งกว่าปลัดบางคนเสียด้วยซำ ปลัดบางคนทำงานก็ไม่เป็น ระเบียบก็ไม่รู้เรื่อง นั่งคอยแต่ ส่วนแบ่ง จากเรื่องต่างๆ ลูกน้องทำใหทุกเรื่อง คอยรับเงินอย่างเดียว อยากจะฝากความรู้สึกตรงนี้ถึงท่านช่วยคิดถึงบ้างนะครับ พวกเราทุกคนจะรอผลงานที่ท่านจะทำเพื่อเราบ้าง อย่าลืมคำว่า ข้าราชการ คือ ข้า ของแผ่นดิน พวกเราต้องเป็นข้าของในหลวงนะครับท่านปลัด ทำเพือประโยชน์ของประชาชนให้มาก คิดถึงตนเองให้น้อยลงหน่อย อยู่กันอย่างพอเพีองก็พอ อย่าโลภกันมากนัก เราจะรอผล"
         อ่านแล้วสะท้อนใจครับ เป็นมุมองที่ท่านปลัดฯทั้งหลายควรต้องไตร่ตรองและพินิจพิจารณา ทบทวนบทบาทของตนเอง มองคนรอบข้าง หันกลับมามองคนข้างเคียงบ้างครับ ผมก็ยังเชื่อว่า สิ่งที่ตัวแทนของพวกเราไปเรียกร้อง ไปดำเนินการ ไปต่อสู้ ผลประโยชน์คงมิใช่ตกอยู่แก่ปลัดอบต.แต่เพียงฝ่ายเดียวหรอกครับ หลายอย่างเกิดผลดีต่อส่วนรวม (ประชาชน) หลายอย่างเกิดผลดีต่อองค์กร (อบต.) หลายอย่างข้าราชการและลูกจ้างทุกคนได้รับผลประโยชน์ (มาก-น้อยต่างกันไป) เช่น โบนัส ได้กันถ้วนหน้าอย่างทุกวันนี้ก็เกิดจากการต่อสู้ของปลัดอบต.ใน ก.อบต.ครับ การปรับโครงสร้างองค์กร ให้มีพนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง เพิ่มมากขึ้นจากเดิมมีเพียงแค่ ๓ ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นเป็น ๑๐ เป็น ๑๐๐ ส่วนหนึ่งก็เกิดจากการต่อสู้และร่วมกันแสดงให้ผู้ใหญ่ได้เห็นความสำคัญของท้องถิ่นของตัวแทนพวกเราทั้งสิ้น การแก้ไขกฎหมายท้องถิ่นหลายครั้ง ปลัดอบต.ก็เป็นหัวขบวนในการเรียกร้องให้เกิดความเป็นธรรมและให้พวกเราเสียเปรียบน้อยที่สุด การดิ้นรนต่อสู้กับอิทธิพลของนักการเมืองในพื้นที่ หรือแม้แต่ข้าราชการที่กำกับดูแลพวกเราไม่ว่าจะเป็น นายอำเภอ ท้องถิ่นอำเภอ หรือผู้ว่าฯ ปลัดอบต.หลายท่านเสียสละ จนกระทั่งถูกมองว่า เป็นตัวปัญหา ถูกตั้งข้อรังเกียจ ถูกจับตาเป็นพิเศษ หรือถูกกลั่นแกล้งหลาย ๆ คนโดนมาแล้วครับ เป็นข่าวบ้างไม่เป็นข่าวบ้าง การที่พวกเรายืนมาถึงตรงจุดนี้ก็ด้วยการยืนหยัดของปลัดอบต.หลาย ๆ ท่านที่ยึดหลักการ ยึดหลักกฎหมาย แม้นจะต้องถูกฝ่ายการเมืองขึ้นบัญชีดำไว้ก็ตาม ที่กล่าวมามิใช่จะบอกว่า สิ่งที่ท่านผู้ใช้นามแฝงว่า "หน.ส่วน" กล่าวมาไม่ถูกต้องนะครับ เป็นมุมมองหนึ่งที่มีส่วนถูกต้อง แต่อยากอธิบายว่า ปลัดฯหลายท่านก็มีความตั้งใจทำงานเช่นเดียวกัน แม้ว่า จะหายากนักก็ตาม แต่ก็อยากให้ท่าน "หน.ส่วน" เข้าใจว่า สถานการณ์เปลี่ยน เวลาเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน แน่นอนล่ะครับ "คนก็ต้องมีวันเปลี่ยน" ได้เช่นเดียวกัน.
          แต่เหนือสิ่งอื่นใด การสะท้อนความอัดอั้นตันใจของ "หน.ส่วน" ซึ่งผมเข้าใจว่า น่าจะเป็นหัวหน้าส่วนโยธา หรือหัวหน้าส่วนการคลังนั้น เป็นมุมมองที่น่าคิดยิ่ง ในอดีตพวกเราอยู่กันมา ๓ คน ไปที่ไหน ใครก็ขานรับว่าคือ "๓ ทหารเสือ" แห่งกองทัพอบต. บัดนี้ ทหารเสือคนแรกคือ ปลัดอบต. ส่วนใหญ่ไ้ด้เลื่อนยศ เลื่อนตำแหน่ง ได้รับเงินประจำตำแหน่งกันไปโดยถ้วนหน้า ได้เป็นนักบริหารงานอบต. อย่างเต็มภาคภูมิ ได้เลื่อนระดับ ๗ ระดับ ๘ กันอย่างรวดเร็ว ได้รับเงินประตำแหน่ง ๓,๕๐๐ - ๑๑,๐๐๐ บาท แต่เมื่อหันกลับมาที่หัวหน้าส่วนการคลัง และหัวหน้าส่วนโยธาแล้ว หลายคนยังอยู่ระดับ ๕ ระดับ ๖ กันอยู่ และแม้ว่าส่วนใหญ่จะได้รับการเลื่อนระดับเป็น หัวหน้าส่วน (นักบริหารงานช่าง,นักบริหารงานคลัง) ระดับ ๖ และระดับ ๗ แล้ว แต่กลับไม่ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ซึ่งผิดจากปลัดอบต.ระดับ ๖ ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ๓,๕๐๐ บาท และผอ.กอง ระดับ ๘ ได้รับเงินประจำตำแหน่ง ๕,๖๐๐ บาท คูณสอง รวม เป็น ๑๑,๒๐๐ บาท ซึ่งต่างกันมาก ทั้งที่งานและความรับผิดชอบของ ผอ.กอง ก็ไม่ต่างไปจาก หน.ส่วนระดับ ๖ หรือ ระดับ ๗ แต่อย่างใด เมื่อสัก ๒ ปีก่อน เคยมีการต่อสู้เรื่องนี้ว่า จะให้หัวหน้าส่วนระดับ ๖ และระดับ ๗ ได้รับเงินประจำตำแหน่งประมาณ ๒,๕๐๐ บาท แต่ขณะนั้น หัวหน้าส่วนการคลังและหัวหน้าส่วนโยธา ส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับเลื่อนเป็นนักบริหารงานคลัง หรือนักบริหารงานช่าง หากมีก็น้อยราย ทำให้ไม่ผ่านมติที่ประชุม บัดนี้ ผมเห็นว่า หัวหน้าส่วนระดับ ๖ และระดับ ๗ ไม่ว่าจะเป็น หัวหน้าสำนักงานปลัดฯ หัวหน้าส่วนการคลัง หัวหน้าส่วนโยธา หัวหน้าส่วนอื่น ๆ รวมทั้งรองปลัดอบต. เมื่อได้รับการเลื่อนและแต่งตั้งขึ้นดำรงตำแหน่งในสายงาน "นักบริหาร" ก็ควรได้รับเงินประจำตำแหน่ง เช่นเดียวกันกับ ผอ.กองระดับ ๘ เพราะปัจจุบันหน่วยงานอื่น เช่น ข้าราชการครู ได้รับเงินประจำตำแหน่งวิชาชีพกันหมดแล้ว แม้แต่ข้าราชการเล็ก ๆ ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ยังได้รับเงินประจำตำแหน่งด้วย ดังนั้น การที่อบต.ก็ดี เทศบาลก็ตาม ริดรอนสิทธิที่หัวหน้าส่วนราชการเหล่านี้ควรได้รับจึงไม่น่าจะเหมาะสม สมควรที่แกนนำอย่าง ท่านปลัดพัสกร ใยน้อย ปลัดอบต.บางเดื่อ กรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ในฐานะที่ครั้งหนึ่งท่านก็เป็นหัวหน้าส่วนโยธามาก่อน น่าจะเข้าอกเข้าใจ หัวหน้าส่วนด้วยกันเอง จะได้ช่วยออกแรงขยับเรื่องนี้อีกสักครั้ง หากคิดว่าจะรอการเข้าสู่ระบบแท่ง คงต้องรออีกนานครับ เพราะท้องถิ่นเรายังไม่ได้ก้าวไปถึงไหน ต้องรอให้ ก.พ.ดำเนินการไปก่อน เพราะข้าราชการส่วนท้องถิ่นเราไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ อย่างจริงจังหรือโดยเฉพาะ เรายังต้องอาศัยใบบุญจากข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอีกนั่นแหละครับ.
         สุดท้ายครับ ฝากให้กำลังใจข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมหัวจมท้ายกับปลัดอบต.มาร่วมนับ ๑๐ กว่าปี เมื่อท่านได้เลื่อนเป็นนักบริหารแล้ว ก็ควรได้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจกับองค์กรเรามากขึ้นครับ ไม่ควรรอให้ปลัดอบต.เป็นฝ่ายเรียกร้องให้อย่างเดียว ท่านเองก็ควรแสดงบทบาท แสดงความเป็นผู้นำออกมาด้วยครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับรองไว้แล้วว่า ข้าราชการมีสิทธิรวมตัวกันเป็นสมาคม สมาพันธ์ สหภาพได้ครับ รวมทั้ง ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ...ที่กำลังจะร่างขึ้นมาไม่ว่าจะเป็นร่างของ กรมส่งเสริมฯก็ดี หรือ ก.กระจายอำนาจก็ตาม ในสัดส่วนของตัวแทนข้าราชการ ก็ควรให้สิทธิแก่หัวหน้าส่วนราชการอื่น ๆ ที่มิใช่ปลัดฯ เข้าไปเป็นกรรมการบ้างครับ หรืออย่างน้อยก็ควรให้สิทธิในการเลือกตัวแทนเข้าไป แม้ว่าจะไม่ให้สิทธิแก่หัวหน้าส่วนในการเข้าไปนั่งเป็นกรรมการแต่ก็ควรให้สิทธิในการเสนอชื่อ หรือโหวตเลือกตัวแทนครับ แต่อย่างไร้ก็ตามก็ฝากทิ้งท้ายไว้ ข้าราชการคือข้าของแผ่นดิน อย่าลืมคำกล่าวนี้ที่ผ่านเขียนมาด้วยนะครับ .
   
          
.
     

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๑
 

 

 

 

อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง

  คลิกที่นี่