"คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม"

สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการจากไปของ ว่าที่ร้อยตรี อัฐพงศ์ ก้อนลม หรือ "ปลัดฯป๊อป" หนุ่มน้อยวัย ๒๖ ที่ทิ้งถิ่นบ้านเกิด สานฝันของตนตามอุดมการณ์ที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาท้องถิ่นไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา และต้องการสลายคำว่า "ภาคเหนือ - ภาคใต้" ด้วยการอาสานำพลังของความเป็นหนุ่มมุ่งสู่ภาคใต้ด้วยการเป็น "ปลัดอบต." ตามรอยรุ่นพี่ ๆ ที่เมื่อ ๑๐ ปีก่อนก็เริ่มการรับราชการเป็นปลัดอบต.ระดับ ๓ เช่นเดียวกัน เขาต้องการสมานรอยร้าวระหว่างคนภาคเหนือและภาคใต้ ภายหลังเกิดภูมิภาคนิยม รวมทั้งต้องการสลายความหมาดหมางจากเหตุการณ์ครูจูหลิง ปงกันมูล เกือบหนึ่งปีเต็มที่ ปลัดฯป๊อป ทำงานในพื้นที่ อบต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เขาทุ่มเทสรรพกำลังที่มีเพื่อมุ่งทำงานพัฒนาในพื้นที่อย่างเต็มที่สมดังที่กรมส่งเสริมฯคาดหวัง จนประชาชนในพื้นที่รู้จักชื่อ "ปลัดฯป๊อป" กันถ้วนหน้า แต่...แล้วมัจจุราชก็พรากปลัดฯผู้มีความมุ่งมั่้นไปอีกหนึ่งคน เมื่อ ๙ กันยายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ในนามของกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก็ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว "ก้อนลม" ไว้ ณ ที่นี้ด้วย นอกจากนี้ ทีมงานกลุ่มเพื่อนฯ ขอไว้อาลัยในการจากไปของปลัดฯป๊อปในครั้งนี้ อย่างสูงสุดด้วยการขึ้นเป็นหน้าแรกของเว็บนี้ เป็นเวลา ๑๕ วัน (ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๓๐ ก.ย. ๕๑) และในโอกาสนี้ผมก็อยากเชิญเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่านร่วมไว้อาลัยและร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวปลัดฯป๊อปโดยการโอนเงินเข้าบัญชีของน้องชายปลัดฯป๊อป รายละเอียดคลิกที่นี่
๑๐ สิงหาคม ๒๕๔๕ เป็นวันที่ผมได้จัดทำเว็บไซต์ "กลุ่มเพื่อนพนักงานส่วนตำบล" ขึ้น ในขณะที่ยังปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง รองปลัดอบต.สุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ ด้วยความรู้เล็กน้อยในการจัดทำเว็บไซต์ครับ ซึ่งขณะนั้น ยังไม่มีอบต.ใดจัดทำเว็บไซต์หรืออาจจะมีแต่มีไม่มากนัก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อต้องการเป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างพนักงานส่วนตำบลด้วยกันเอง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลครับ เพราะในช่วงเวลานั้นมีปัญหาการสื่อสารระหว่างกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบลกับเพื่อน ๆ พนักงานส่วนตำบล ผมจึงอาสาทำเว็บไซต์นี้ขึ้น และปีนี้ก็ย่างเข้าสู่ปีที่ ๗ แล้วครับ ผมก็พยายามหาน้อง ๆ ที่จะมาช่วยเหลือและทดแทนอยู่แต่ก็ยังไม่เจอครับ แต่ก็มีเว็บไซต์สำหรับชาวท้องถิ่นเกิดขึ้นจำนวนมาก เป็นทางเลือกให้กับเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน ซึ่งนับวันเว็บนี้ก็อาจจะล้าสมัยลงไปทุกที เพราะผมไม่มีเวลาไปศึกษาค้นคว้าการทำเว็บให้มีลูกเล่นสวย ๆ งาม ๆ เหมือนกับเว็บน้องใหม่ที่ค่อนข้างมาแรงกว่าครับ ครั้นจะจัดจ้างทำก็รู้สึกแพงมากสำหรับเงินในกระเป๋าตนเองครับ ไม่เหมือนกับเว็บหน่วยงานของพวกเราเองที่จ้างกัน ๔ - ๖ หมื่นบาท แต่ก็จะพยายามนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ที่เป็นสาระมากกว่ารูปแบบที่สวยหรูนำสู่สายตาของเพื่อน ๆ หากยังเห็นว่า มีประโยชน์ครับ เมื่อใดที่พวกเราเห็นว่า เว็บนี้ไร้ประโยชน์ผมก็จะหยุดเมื่อนั้นครับ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีบางท่านกล่าวตำหนิผมอย่างรุนแรงว่า "มัวแต่ไปช่วยเหลือคนอื่น เรื่องของตัวเองยังแก้ไขไม่ได้เลย" ผมฟังแล้วก็รู้สึกฉุกคิดขึ้นมาบ้าง แต่มาคิดอีกที มันคนละเรื่องครับ บทบาทของคน คนหนึ่งในสังคมนั้น มีหลากหลายบทบาท หลายหน้าที่ คงไม่ต้องอธิบายนะครับ เพราะคิดว่าพวกเราส่วนใหญ่ก็ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาพอสมควรแล้ว บางท่านอาจทำหน้าที่ในบทบาทหนึ่งได้ดีมาก แต่อีกหน้าที่ในอีกบทบาทหนึ่งอาจทำได้ไม่ดีเท่าที่ต้องการ นั่นอาจเป็นเพราะบริบทของสังคมหรือสิ่งแวดล้อมของบทบาทที่เราทำหน้าที่อยู่ครับ อาจไม่เอื้ออำนวย คนเราไม่อาจทำหน้าที่ในแต่ละบทบาทให้ดีเสมอกันหมดได้ครับ ดังนั้น ในบทบาทการนำเสนอข้อมูลข่าวสารสู่สาธารณะให้เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับทราบ ในนามของกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ผมยังคงมีจุดยืนที่ไม่เปลี่ยนแปลง และเปลี่ยนไม่ได้ครับ ผมมั่นใจว่า สิ่งที่นำเสนอนี้ น่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นโทษสำหรับสังคมโดยภาพรวม แม้ว่าจะเป็นเพียงการจุดประกายที่เล็ก ๆ แต่ผมยังเชื่อมั่นว่า สิ่งที่ทำนี้ถูกต้อง แม้ว่า บางท่านจะไม่สบอารมย์เพราะไปกระทบโสตประสาทที่สะกิดต่อมจริยธรรม หรือต่อมคุณธรรมให้หันมาทักท้วงสิ่งที่ท่าน ๆ หลายคนกำลังทำอยู่ก็ตาม
เมื่อหลายวันก่อน เห็นศิลปินตลกหลายท่านนำโดย เป็ดเชิญยิ้ม ถั่วแระเชิญยิ้ม นำคณะไปให้กำลังใจกับสีหนุ่มเชิญยิ้ม ที่กำลังออกจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่เข้าพักรักษาตัวอยู่หลายวัน ก็เลยคิดไปเรื่อยเปื่่อยว่า เอ...นี่ขนาดศิลปินตลกนะ ทำไมเขาถึงได้รักใคร่กลมเกลียวสามัคคีกันถึงขนาดนี้ "มีสุขร่วมเสพมีทุกข์ร่วมต้าน" เป็นภาพที่น่าอิจฉามากในมุมมองของผมนะครับ เมื่อหันมามองอีกภาพหนึ่ง ภาพของท่านปลัดฯณัฐพงศ์ ที่ถูกธงชาติคลุมตัวไร้ศรีษะ ที่น่าเศร้าใจยิ่ง แต่ยังไม่เห็นตัวแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในนามขององค์กรกลางของพวเรา ไม่ว่าจะเป็นสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย หรือสมาคมพนักงานส่วนตำบลแห่งประเทศไทย (หากไปร่วมภายหลังก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย) ผมไม่ได้ตำหนิองค์กรทั้ง ๒ นะครับ เพียงแต่สะท้อนใจว่า ขนาดศิลปินตลกยังมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไปให้กำลังใจกันเยอะแยะ แต่พวกเราเป็นข้าราชการด้วยกันแท้ ๆ กลับเดียวดายเงียบเหงาครับ มีหลายท่านสะท้อนว่า ขนาดครูจูหลิง ปงกันมูล เป็นเพียงครูอาสาสมัครยังได้รับเกียรติจากบุคคลหลายฝ่าย หรือทหาร-ตำรวจหลายนายก็ได้รับเกียรติจากเพื่อนร่วมวิชาชีพอย่างสูง แต่สำหรับข้าราชการส่วนท้องถินเรายังคงสะเปะสะปะว่า หน่วยงานใดรับผิดชอบชีวิตของพวกเรากันแน่ จะว่า อบต.ก็รู้สึกเล็กเกินไป จะ่ว่ากรมส่งเสริมฯก็เหมือนจะไม่ใช่ จะ่ว่า คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล ก็ดูเหมือนจะใช่หรือไม่ใช่ หรือจะเป็น ก.อบต.จังหวัด ก็ไม่มั่นใจว่าใช่หรือเปล่า แต่หากเป็นข้าราชการพลเรือนละ แน่นอนว่า คนที่จะลงไปคนแรก ๆ ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นอธิบดีกรม หรือปลัดกระทรวง หรืออาจจะเป็น รัฐมนตรีเจ้าของกระทรวงก็อาจเป็นได้ ดังที่เราเห็น ๆ กันอยู่ครับ
ที่ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมามิได้ต้องการตำหนิกรมส่งเสริมฯ หรือกระทรวงมหาดไทยครับ แต่อยากสะท้อนให้เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถินทุกท่าน ได้ตระหนักและลองฉุกคิดสักนิดว่า จริง ๆ แล้วพวกเรามีองค์กรใดบ้างรับผิดชอบชีวิตพวกเราจริง ๆ เพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายท่าน ถูกนายกอบต./นายกเทศมนตรี สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยไม่เป็นธรรม ต้องฟ้องร้องศาลปกครองเอาเองโดยไม่มีหน่วยงานใดให้ความช่วยเหลือหรือเข้ามาดูแลแนะนำ ต้องกระทำตามยถากรรมเท่าที่กำลังพึงมี บางท่านแพ้ บางท่านชนะ แต่เมื่อชนะแล้วกลับไม่ได้รับการเยียวยาใด ๆ ช่วงเวลาที่สูญเสียไป เงินทองที่ไม่ได้รับในช่วงที่ผ่านมา การเลื่อนขั้น/เลื่อนระดับที่สูญเสียไปในช่วงที่ผ่านมา กลับไม่มีใครอ้าแขนออกมารับผิดชอบ หรือให้ความช่วยเหลือ ก.อบต. หรือ ก.อบต.จังหวัด ที่มีมติไม่ชอบตามคำพิพากษาศาลปกครองก็ไม่ได้มีจิตสำนึกว่า เสียงที่ตนลงมติไปนั้น ได้ไปทำร้ายชีวิตของคน ๆ หนึ่งพร้อมครอบครัวอีกหลายชีวิตได้รับความทุกข์ทรมานอยู่หลายปี แต่พอแพ้คดีกลับไม่มีอะไรในก่อไผ่ไม่มีใครแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ออกมา (ไม่ต่างอะไรกับนักการเมืองน้ำเน่าในเมืองไทย) หลายคนถูกให้ไปประจำจังหวัดโดยไร้ความผิดหรือจะมีก็เพียงแต่ไม่สนองตัณหาความอยากได้อยากมี ของผู้บริหารที่เกินกว่าต่อมศีลธรรมจะพีงรับได้ แต่ก.อบต.หรือ ก.อบต.จังหวัดแทนที่จะปกป้องคนดี ป้องกันคนชั่วไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายให้กับสังคมได้ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ กลับกักกันคนดีไม่ให้คนดีได้ทำงานทำหน้าที่ตามความรู้ความสามารถที่พึงมี แต่กลับส่งเสริมคนชั่วให้มีอำนาจให้มีโอกาสได้ทำความชั่วต่อไปและต่อ ๆ ไป ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า มาตรฐานคุณธรรมจริยธรรมของคณะกรรมการแต่ละชุดนั้นอยู่ตรงไหน .
องค์กรหนึ่งที่เราต่างกำลังเฝ้ารอก็คือ "คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม" ที่หลายท่านต่างคาดหวังว่า คณะกรรมการชุดนี้จะมาพยุงความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น มิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ถูกเหยียบย่ำเกียรติและศักดิ์ศรีของความเป็นข้าราชการอย่างเช่นทุกวันนี้ แต่ก็เป็นที่น่าเสียใจว่า วันนี้ คณะกรรมการชุดนี้เป็นเพียงอากาศธาตุ เป็นเพียงคำพูดที่พูดกันอย่างลอยไปลอยมา ยังไม่มีการกระทำให้เป็นรูปธรรม และไม่รู้ว่าจะเป็นรูปธรรมเมื่อไหร่ เพราะร่างกฎหมายเกี่ยวกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นยังคงเป็นเพียงร่างที่ยังไม่สมบูรณ์ยังไม่เริ่มต้นกระบวนการของการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้ว่ารัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ จะได้กำหนดไว้แล้ว แต่คงต้องรออีกนานกว่าจะถึงวันนั้น หากกระทรวงมหาดไทยมีความจริงใจกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น ผมก็อยากจะร้องขอให้เร่งรัดดำเนินการในเรื่องนี้โดยเร็ว และอยากเสนอให้คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. ได้พิจารณาจัดทำมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นเสียใหม่ให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ แม้ว่า กฎหมายระดับพระราชบัญญัติจะยังไม่เรียบร้อย แต่เมื่อ พ.ร.บ.ขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก็น่าจะใช้รัฐธรรมนูญเป็นหลักได้ และหากเป็นไปได้ ในช่วงที่ยังไม่ได้ตรากฎหมายระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่นในหมวดว่าด้วยคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ก็ควรจะให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น อนุโลมได้ใช้สิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการพลเรือนไปพลางก่อน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดี แต่เหนืออื่นใด ผมอยากเห็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ขับเคลื่อนองค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมของตนเองอย่างไม่เป็นทางการด้วยตนเองก่อน ผมยังอยากเห็น สมาพันธ์ปลัดอบต.ก็ดี สมาคมพนักงานส่วนตำบล หรือสมาคมพนักงานเทศบาล หรือสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีการจัดตั้งขึ้นก็ดี อยากเห็นองค์กรเหล่านี้ทำงานเชิงรุกมากกว่าเชิงรับ อยากเห็นองค์กรเหล่านี้ได้ทำหน้าที่ขับเคลื่อนขบวนการพิทักษ์ระบบคุณธรรมให้เกิดขึ้นในระบบการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเร็ววัน เหมือนสมาคมวิชาชีพอื่น ๆ เช่น สภาทนายความ สภาวิศวกร แพทยสภา ฯลฯ หากมัวรอการตรากฎหมายผมเชื่อว่า เมื่อวันนั้นมาถึงอาจไม่มีเวทีให้พวกเราได้ยืนอย่างสง่างามอีกต่อไป.
สุดท้าย มีเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นบางท่านที่มีอุดมการณ์ไม่ยอมอยู่ภายใต้อิทธิพลมืดหรือกระทำในสิ่งที่ไม่ชอบธรรม เสนอให้ผมจัดตั้ง "เครือข่ายข้าราชการส่วนท้องถิ่นพิทักษ์ระบบคุณธรรม" ขึ้น เพื่อรวบรวมคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน "คนกล้าคิด กล้าทำ ในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม และกล้าต่อต้านคนไร้คุณธรรม" ซึ่งคิดว่า มีอยู่จำนวนมากแต่อยู่อย่างกระจัดกระจาย เช่น อาจมีอยู่เพียงอำเภอละหนึ่ง-สองคน แต่เมื่อรวบรวมกันทั่วประเทศแล้ว เชื่อว่าจะมีจำนวนไม่น้อยและเมื่อเขาเหล่านั้นมารวมกันแล้ว จะมีพลังมหาศาลในการขับเคลื่อนสังคมของข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้เป็นสังคมคุณธรรม สังคมน่าอยู่น่าอาศัยอีกครั้ง" ก็อยากสอบถามเพื่อน ๆ ที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ลองเสนอความเห็นได้ครับ หากมีผู้ใดสนใจอยู่จริงก็ยินดีที่จะเป็นหนึ่งในเครือข่ายนี้ครับ.
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๕ กันยายน ๒๕๕๑
พิมพ์ (print) หน้านี้เป็นไฟล์ pdf. คลิกที่นี่
ร่วมแสดงความคิดเห็นกับบทความนี้ คลิกที่นี่
อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง