สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....หายไปหลายวันต้องขออภัยครับ เนื่องจากมีภารกิจหลายอย่างต้องทำในช่วงนี้ ประกอบสถานการณ์ทางการเมืองได้เริ่มคลี่คลายลงไปบ้างแล้ว วันนี้ก็หวังเพียงว่า สถานการณ์บ้านเมืองคงจะไม่เลวร้ายลงไปอีก ประเทศคงได้รัฐบาลใหม่ที่ดีกว่าเดิม เพื่อจะได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การต่างประเทศ การเมือง รวมทั้งปัญหาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ยังต้องแก้ไขให้เป็นไปตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ โดยเฉพาะเรื่องของพวกเราเอง ที่รัฐธรรมนูญรับรองสถานะให้มีสถานะ "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" มาปีกว่า ๆ แล้ว แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ก็ยังไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล ที่กระทรวงมหาดไทยไม่ได้กระตือรือร้นเท่าที่ควร ที่จะเร่งรัดแก้ไขให้เกิดความเป็นธรรมต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งในเรื่องของ การให้มีคณะกรรมการฯ ๔ ฝ่าย, การให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม, การโอน(ย้าย)ที่ยังให้อำนาจเฉพาะผู้บริหารซึ่งไม่มีทางออกในปัจจุบัน ที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายต่อหลายคน ต้องทนอดสูต่อระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นตลอดสิบปีที่พ้นผ่าน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับเพิกเฉย ไม่ได้คิดที่จะเร่งรัดแก้ไขหรือเยียวยาให้ผ่อนคลาย แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะเปิดช่องให้ดำเนินการได้ก็ตาม ก็หวังว่าเมื่อได้รัฐบาลชุดใหม่ขึ้นมา กระทรวงมหาดไทยคงจะหันมามองข้าราชการตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเรา แม้นว่าจะตัวเล็ก แต่ก็เป็นเสมือนมดงานที่ทำหน้าที่อย่างแข็งขันอยู่ทุกมุมเมืองของประเทศ หากเมื่อใดมดงานเหล่านี้ หมดความอดทนหยุดงานกันถ้วนหน้า ไม่แน่ว่า เมื่อนั้นรัฐบาลอาจหันมามองบ้างก็ได้ แต่ก็หวังว่าคงไม่มีวันนั้นให้เห็น เพราะรัฐบาลใหม่ก็คงจะหันมาใส่ใจบ้าง.
|
|
มอบเงินในนามสมาคมพนักงานส่วนตำบล(แห่งประเทศไทย) |
มอบเงินในนามตัวแทนเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น |
เมื่อวันจันทร์ที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปบ้านของบิดาและมารดาของว่าที่ร้อยตรีอัฐพงศ์ ก้อนลม หรือปลัดฯป๊อป ที่อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน อบต.เขื่อนผาก จ.เชียงใหม่ เนื่องจากเชิญชวนเพื่อน ๆ หลายคน รวมทั้งกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบล(แห่งประเทศไทย) ทุกท่านติดราชการหมด ก็เลยต้องไปเป็นตัวแทนเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้ช่วยกันบริจาคเงิน เพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ปลัดฯป๊อปผ่านมายังกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ตั้งแต่เดือนกันยายน - ต้นเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา ได้ยอดเงินรวมทั้งสิ้น ๓๔,๒๐๐ บาท และสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) โดย ท่านปลัดฯธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ ปลัดเทศบาลตำบลสุเทพ ในฐานะนายกสมาคมฯ ได้ฝากให้เป็นตัวแทนสมาคมฯนำเงินจำนวน ๕,๐๐๐ บาท ไปมอบให้ครอบครัวปลัดฯป๊อปด้วย เนื่องจากสมาคมฯมีกำหนดประชุมสัมมนาคณะกรรมการฯที่จังหวัดเชียงใหม่ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ จึงไม่สามารถเดินทางไปร่วมได้ ดังนั้น รวมเงินที่นำไปมอบให้บิดา-มารดา ปลัดฯป๊อป รวมทั้งสิ้น ๓๙,๒๐๐ บาท ซึ่งเป็นเงินไม่มากครับเมื่อเทียบกับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของบิดา-มารดาของปลัดฯป๊อป แต่อย่างน้อยก็เป็นแสดงออกซึ่งน้ำใจไมตรีของข้าราชการส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่งซึ่งหลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศ แม้ว่าจะไม่ใช่ทั้งหมดก็ตาม ซึ่งในนามของกลุ่มเพื่อนฯก็ต้องขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่ร่วมทำบุญในครั้งนี้แทนบิดา-มารดาของปลัดฯป๊อปด้วย รายชื่อผู้ร่วมบริจาคดูได้ที่หน้าเว็บครับ ซึ่งกลุ่มเพื่อนฯได้จัดทำหนังสือสดุดีความดีของปลัดฯป๊อปมอบให้กับมารดาของปลัดฯป๊อปเก็บไว้ ๑ เล่ม โดยภายในจะประกอบด้วยคำสดุดีของรุ่นพี่สิงห์ขาว คำไว้อาลัยกว่า ๓๐๐ รายที่ได้บันทึกไว้ผ่านเว็บไซต์กลุ่มเพื่อนฯ และบัญชีรายชื่อผู้ร่วมทำบุญครับ สำหรับบางท่านที่ไม่ได้เอ่ยชื่อลงไป ก็อาจเป็นเพราะท่านไม่ได้แจ้งชื่อมาครับ จึงไม่ได้ทราบว่าเป็นใคร แต่เงินที่ท่านร่วมบริจาคทุกบาททุกสตางค์ ทางทีมงานฯได้มอบให้ครอบครัวปลัดฯป๊อปไปทั้งหมดครับ ไม่ได้หักเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าเดินทางใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ ท่านที่ร่วมทำบุญและไม่มีชื่อ จำนวนเงินนั้นจะรวมอยู่ในส่วนของผู้ไม่ประสงค์ออกนามครับ ในการเดินทางครั้งนี้มีท่านนายกอบต.เขื่อนผาก จ.เชียงใหม่ ได้ช่วยสนับสนุนพาหนะและน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านมา ณ ที่นี้ด้วย
ในการไปร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลในโอกาสครบ ๑๐๐ วัน ในการจากไปของปลัดฯป๊อปในครั้งนี้ ผมได้ไปร่วมในช่วงเย็นวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๑ เนื่องจากเกรงว่าในช่วงเช้าของวันที่ ๙ ธันวาคม จะใช้เวลานาน เพราะต้องรีบเดินทางกลับเชียงใหม่ เพื่อเข้าร่วมประชุมสัมมนากับคณะกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบล(แห่งประเทศไทย)ที่โรงแรมสวนบัวรีสอร์ท อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เกี่ยวกับประเด็นของร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น และเรื่องภายในสมาคมฯเอง ผมเดินทางไปถึงที่บ้านของปลัดฯป๊อป ประมาณ ๑๙.๓๐ น. พอไปถึงก็รู้สึกดีใจที่พบผู้คนจำนวนมากมาร่วมงานทำบุญภาคกลางคืน โดยทราบว่า มีนายอำเภอแม่ระมาด และสมาชิกสภาอบจ.จังหวัดตากเขตอำเภอแม่ระมาด เดินทางมาเป็นประธานในค่ำคืนนี้ และยังพบหัวหน้ากลุ่มงานกฎหมาย และนิติกร จากสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดตาก สอบถามได้ความว่า มาเป็นตัวแทนท้องถิ่นจังหวัดตาก เนื่องจากท่านท้องถิ่นจังหวัดไปราชการกรุงเทพฯ นอกจากนั้นก็มีนายกอบต.พร้อมด้วยรองนายกฯ พนักงานส่วนตำบลหลายท่าน จากอบต.แม่กลอง อ.อุ้มผาง จ.ตาก ซึ่งเป็นอบต.แรกที่ปลัดฯป๊อปปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ นอกจากนั้น ยังมีบรรดาลูกศิษย์ของปลัดฯป๊อป ซึ่งเป็นเยาวชนจากอ.อุ้มผาง กว่า ๓๐ คน มาร่วมงานพร้อมกับมาขับกล่อมเพลงสะล้อ ซอ ซึง ที่ปลัดฯป๊อป ได้ใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ขณะร่ำเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (เข้าใจว่าคงเป็นชมรมพื้นบ้านล้านนา) ได้นำความรู้ดังกล่าวมาถ่ายทอดให้เยาวชนในอำเภออุ้มผาง จนกระทั่งสามารถจัดตั้งเป็นวงดนตรีสะล้อ ซอ ซึง ออกเล่นตามงานต่าง ๆ ภายในอำเภออุ้มผาง และใกล้เคียง รวมทั้งเล่นตามแหล่งท่องเที่ยวในอ.อุ้มผาง เพื่อสร้างความบรรเทิงใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอำเภออุ้มผาง จนสามารถจัดตั้งเป็นกองทุนของวงและยังสามารถทำให้เด็ก ๆ และเยาวชนในวงได้นำเงินที่ได้ไปใช้ในการเล่าเรียนโดยไม่ต้องรบกวนพ่อแม่อีกด้วย
|
|
นายอำเภอแม่ระมาด และ ส.อบจ.เขตอำเภอแม่ะระมาด ร่วมเป็นประธานในพิธีทำบุญภาคกลางคืน (8 ธันวาคม) |
ภายหลังที่พระสวดและให้พรเสร็จแล้ว ผมได้เข้าพบกับแม่และพ่อของปลัดฯป๊อป เพื่อมอบเงินที่เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นร่วมทำบุญและในนามตัวแทนสมาคมพนักงานส่วนตำบลฯ โดยการประสานงานของคุณอุทัย นักวิชาการศึกษา อบต.สามหมื่น อ.แม่ระมาด ซึ่งเป็นผู้เคยรับราชการในอบต.แม่กลอง รุ่นเดียวกับปลัดฯป๊อป คอยแนะนำและประสานงานในการเดินทางในครั้งนี้ โดยได้สอบถามรายละเอียดของการจัดงาน การให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งความเป็นอยู่ของครอบครัว โดยคุณแม่สมจิตร ก้อนลม ได้เป็นผู้ให้ข้อมูลปนกับน้ำตาที่รินไหลอยู่ตลอดเวลา จากความเศร้าเสียใจ ซึ่งผมก็ได้พยายามปลอบใจและให้สติจนกระทั่ง คุณแม่สมจิตรตั้งสติได้ก็ได้เล่าให้ฟังว่า คุณแม่มีลูกอยู่ ๒ คน คือ ป๊อป และไปป์ ป๊อปเป็นคนเรียนเก่ง มีนิสัยเป็นตัวของตัวเอง เชื่อมั่นในตนเองสูง พูดน้อยแต่จะหนักแน่น ภายหลังจากป๊อปสอบเข้าเรียนที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (สิงห์ขาว ๓๗) ป๊อปก็ตั้งใจเรียน และจะใช้เวลาส่วนหนึ่งทำกิจกรรมทั้งด้านการกีฬา และการเล่นดนตรีพื้นเมือง (ล้านนา) จนชำนาญ เมื่อจบแล้วป๊อปสอบติดเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ บัญชีของจังหวัดตาก สอบได้ลำดับที่ ๑ ได้เลือกบรรจุลงที่อบต.แม่กลอง อ.อุ้มผาง จริง ๆ แล้วป๊อปไม่เคยมีแนวคิดที่จะรับราชการเลย แต่เนื่องจากพ่อของป๊อปต้องเข้าโรงพยาบาลรักษาโรคไต ต้องฟอกไต ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมาก ดังนั้น ป๊อปจึงคิดว่า หนทางหนึ่งที่พอจะช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของแม่ได้ก็คือ การเข้ารับราชการ เพื่อให้พ่อสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ แต่เมื่อป๊อปทำงานรับราชการแล้ว ป๊อปก็ทำงานอย่างเต็มความสามารถและใช้เวลาส่วนใหญ่ อยู่กับการทำงานทั้งนอกเวลา และเสาร์อาทิตย์ โดยป๊อปจะออกพบปะเยี่ยมเยียนชุมชน โดยใช้ความถนัดในด้านดนตรีพื้นเมืองเป็นเครื่องมือในการเข้าหามวลชน โดยเฉพาะเยาวชน ป๊อปรับอาสาสอนดนตรีพื้นเมืองให้กับเยาวชนในตำบลแม่กลองฟรี จนสามารถสร้างวงดนตรีพื้นเมืองเยาวชนได้ แต่ด้วยอุดมการณ์และความมุ่งมั่น ป๊อปได้สอบไปเป็นปลัดอบต.กรณีพิเศษซึ่งกรมส่งเสริมฯเปิดสอบ และสอบได้ลำดับที่ ๑๙ แม้ว่า พ่อ-แม่ ญาติพี่น้อง เพื่อน ๆ จะห้ามปรามแต่ด้วยความมุ่งมั่นที่มีป๊อปเห็นว่า นี่เป็นโอกาสอันดีที่จะได้แสดงทักษะความรู้ความสามารถของตนที่มีอยู่อย่างกว้างขวางขึ้น และต้องการพิสูจน์ให้คนใต้รู้ว่า คนเหนือนั้น ไม่ได้มีอคติหรือมีพิษภัยกับชาวปักษ์ใต้ จึงตั้งใจไปทำงานที่ อบต.สะดาวา อ.ยะรัง จ.ปัตตานี ท่ามกลางความเป็นห่วงของพ่อ-แม่ ญาติพี่น้องและเพื่อน ๆ จากการที่ปลัดฯป๊อปทุ่มเททำงานอย่างถวายชีวิตทั้งกลางวัน กลางคืน ทั้งวันหยุดก็ไม่เคยหยุด จนเป็นที่รักของประชาชนในพื้นที่ จึงทำให้เป็นที่จับตามองของกลุ่มผู้ก่อการร้าย ที่ไม่ต้องการให้มีข้าราชการคนใดเข้าไปทำให้ประชาชนหันมาสนับสนุนภาครัฐ ดังนั้น ป๊อปจึงต้องเสียชีวิตลงก่อนวัยอันควร ท่ามกลางความเศร้าเสียใจของพ่อ-แม่ ญาติพี่น้อง และเพื่อน ๆ รวมทั้งผู้ร่วมงานและประชาชนในตำบลสะดาวา
|
|
วงดนตรีพื้นเมือง ลูกศิษย์ปลัดฯป๊อป ที่ฝากไว้อย่างเป็นรูปธรรม |
คุณแม่สมจิตร เล่าให้ฟังต่อว่า สำหรับน้องไปป์ ขณะนี้เรียนอยู่ที่คณะวิศวะฯ มหาวิทยาเทคโนฯ ลาดกระบัง ซึ่งที่ผ่านมาป๊อป จะเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายของไปป์มาโดยตลอด สำหรับการช่วยเหลือของทางราชการนั้น เมื่อทราบข่าวว่าป๊อปเสียชีวิต นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ระมาด ได้ช่วยเหลือให้รถตู้ของเทศบาลไปส่งที่จังหวัดปัตตานี โดยมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอำเภอยะรัง และสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดปัตตานี คอยดูแลช่วยเหลือ รวมถึงพนักงานในอบต.สะดาวา ได้ดูแลเรื่องที่พักตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่ปัตตานี โดยในเบื้องต้นท่านสมพร ใช้บางยาง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (ในขณะนั้น) ได้นำเงินมามอบให้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ชมรมศิษย์เก่านักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จังหวัดปัตตานีมอบเงินให้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เป็นค่าช่วยเหลือเบื้องต้น อบต.สะดาวา มอบเงินค่าจัดการศพให้ ๓๐,๐๐๐ บาท สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดปัตตานี ๒๐,๐๐๐ บาท หลังจากนั้นกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้มอบเงินให้อีกจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท และผู้ที่มาร่วมงานทำบุญที่ปัตตานีและที่จังหวัดตาก รวม ๆ แล้วประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เมื่อเสร็จสิ้นงานพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ทางครอบครัวของปลัดฯป๊อป ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานราชการใด สำหรับบิดาของปลัดฯป๊อป ที่ต้องเข้าโรงพยาบาลฟอกไตสัปดาห์ละ ๒ วัน ปัจจุบันได้รับความช่วยเหลือจากโครงการของรัฐบาล ส่งต่อให้โรงพยาบาลแม่สอด เพื่อช่วยเหลือในการฟอกไตฟรี ซึ่งทางครอบครัวก็หวั่นไหวอยู่เหมือนกันว่า จะได้รับความช่วยเหลือเช่นนี้ ไปนานเพียงใด เพราะไม่ได้รับการยืนยันว่าจะได้รับความช่วยเหลือตลอดไปหรือไม่ ส่วนผู้ที่ช่วยประสานงานให้ปัจจุบันก็มีเพียงเพื่อนของปลัดฯป๊อป (ชื่อเล่นว่า แมว) ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คอยประสานงานกับส่วนราชการต่าง ๆ ให้ และเจ้าหน้าที่การเงินฯของอบต.สะดาวาเท่านั้น โดยยังไม่มีผู้ใหญ่ระดับจังหวัดหรือระดับกรมฯ มาดูแลเพิ่มเติมแต่อย่างใด สำหรับเงื่อนไขเกี่ยวกับการบำเหน็จบำนาญของปลัดฯป๊อป เงินประกันชีวิตข้าราชการ รวมทั้งเรื่องการให้ทายาทสืบต่อเข้ารับราชการเป็นกรณีพิเศษก็ยังไม่ชัดเจน คุณแม่สมจิตรได้ฝากให้ผมนำความกังวลใจและความทุกข์ใจหลาย ๆ ประการบอกกล่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบและให้ความช่วยเหลือด้วย ผมก็ขอใช้คอลัมน์นี้สื่อไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก.อบต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยติดตามเรื่องนี้ด้วยครับ โดยเบื้องต้น ผมได้นำเรื่องนี้แจ้งให้ท่านปลัดฯพัสกร ใยน้อย ในฐานะตัวแทนปลัดอบต.ใน ก.อบต. (ก.กลาง) ได้รับทราบและช่วยติดตามอีกแรงหนึ่ง หากท่านทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ในฐานะประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย จะรับไปเป็นธุระให้เพื่อนปลัดอบต.รุ่นน้องเล็ก เพื่อติดตามช่วยเหลือก็จะดีไม่น้อยครับ เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงครับ
จากกรณีการสูญเสียข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีความมุ่งมั่น มีอุดมการณ์ มีความรู้และมากด้วยความสามารถ อย่างว่าที่ร้อยตรี อัฐพงศ์ ก้อนลม หรือปลัดฯป๊อป แม้ว่าหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอาจมองว่า เป็นความสูญเสียเพียงเล็กน้อย เป็นการสูญเสียเพียงหนึ่งชีวิตเมื่อเทียบกับความสูญเสียทหาร ตำรวจ และพลเรือนจำนวนมากที่สังเวยชีวิตให้กับเหตุการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ก็ตาม แต่ในฐานะที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นท้องถิ่นคนหนึ่ง และเมื่อได้ไปพบปะพูดคุยกับพ่อ-แม่ และเพื่อน ๆ ของปลัดฯป๊อปที่บ้านแม่ระมาดแล้ว ผมคิดว่า เราได้สูญเสียบุคลากรที่ทรงคุณค่ายิ่งของสถาบันข้าราชการส่วนท้องถิ่นไปอย่างน่าเสียดายยิ่ง ปลัดฯเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นเพียงไม่กี่คนเท่านั้นในบรรดาข้าราชการส่วนท้องถิ่นนับแสนคนที่มีความกล้าหาญ มีความรอบรู้ มีความมุ่งมั่น มีอุดมการณ์ และมีคุณสมบัติของความเป็นข้าราชการอย่างเต็มเปี่ยม ยากนักที่จะหาผู้ใดมาทดแทนได้ แม้แต่ผมยังต้องอายในความสามารถหลากหลายด้านของน้องคนนี้เลยครับ แต่...คนเราจะรู้ความดีของคน ๆ หนึ่งนั้น เรามักจะรู้ได้เมื่อคน ๆ นั้น ได้จากโลกนี้ไปแล้วแทบทั้งสิ้น เราไม่สามารถเรียกร้องชีวิตของปลัดฯป๊อปคืนมาได้ แต่สิ่งที่ปลัดฯป๊อปทิ้งไว้ให้คนที่อยู่เบื้องหลังได้รับทราบได้สืบต่อมิใช่เพียงแต่คุณความดีของปลัดฯป๊อปเท่านั้น แต่...สิ่งที่เราไม่ควรมองข้ามก็คือ วิธีการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลท้องถิ่น โดยเฉพาะ คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล หรือ ก.อบต. ที่มีมติมอบอำนาจให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้ดำเนินการจัดสอบคัดเลือกปลัดอบต.เป็นกรณีพิเศษ ไปบรรจุทดแทนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ว่า พื้นที่นั่นเสี่ยงอันตรายแค่ไหน ผมเคยติติงเรื่องนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง ว่า กรมส่งเสริมฯแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุด การที่กรมส่งเสริมฯใช้วิธีจูงใจ ให้คนที่มีอุดมการณ์ คนที่มีไฟแห่งความมุ่งมั่น คนที่มีเลือดของความรักชาติ ไปเสี่ยงภัยในพื้นที่ที่ข้าราชการส่วนใหญ่ไม่ต้องการไป การส่งคนไปทำงานโดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่คนในพื้นที่ คนที่มีประสบการณ์น้อย คนที่มีภาษาและศาสนาต่างกันไปทำงานก็เสมือนส่งคนเหล่านั้นไปตาย ซึ่งมันเป็นยิ่งกว่าการไปสู้รบในสมรภูมิ เพราะในสนามรบจริง เรายังรู้ได้ว่าใครคือมิตร ใครคือศัตรู ตรงไหนอันตราย ตรงไหนปลอดภัย แต่การส่งคนไปทำงานใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ คนที่ไปทำงานไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่า ใครคือมิตร ใครคือศัตรู พื้นที่ไหนปลอดภัย และพื้นที่ไหนอันตราย ๒ ชีวิตแห่งความมุ่งมั่น หนึ่งนั้นคือ ครูจูหลิง ปงกันมูล สาวเหนือผู้มากล้นด้วยอุดมการณ์และความใฝ่ฝัน อีกหนึ่งบุรุษผู้เต็มเปี่ยมด้วยอุดมการณ์อันสูงส่ง "อัฐพงศ์ ก้อนลม" ทั้งสองชีวิต เป็นมณีอันล้ำค่าของวงการราชการไทย และจะยังคงมีคนหนุ่ม-สาวอีกกี่ชีวิตที่ต้องสังเวยให้กับการแก้ไขปัญหาที่ไร้ทิศทางของผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หวังเพียงว่า กรมส่งเสริมฯ โดยเฉพาะ ก.อบต. จะใช้ชีวิตที่มีค่าของปลัดฯป๊อป เป็นบทเรียนในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ที่ไม่ใช่ส่งคนไปตายเอาดาบหน้าเพื่อแลกกับเงินตอบแทนเพียงไม่กี่แสนบาท (ซึ่งมันไม่คุ้มกับความสูญเสียของผู้อยู่ข้างหลังเลย) ขอท่าน ก.อบต.ผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายได้โปรดยกเลิกที่จะบรรจุบุคคลที่ขึ้นบัญชีปลัดอบต.กรณีพิเศษไปบรรจุทดแทนในพื้นที่ที่เขาไม่คุ้นเคยอีกเลย บัญชีที่เหลืออยู่ ท่านควรอนุโลมให้อปท.อื่น ๆ ทั่วประเทศสามารถขอใช้บัญชีไปบรรจุในตำแหน่งที่เกื้อกูลกันได้ เช่น เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ บุคลากร เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป นักพัฒนาชุมชน ฯลฯ เพื่อมิให้มีการใช้ความมุ่งมั่นของคนหนุ่มสาวไปสังเวยกับเหตุการณ์ความไม่สงบอีก สำหรับตำแหน่งที่ว่างลง ท่านควรจะสรรหาบุคคลภายในพื้นที่ทดแทน หรือไม่ก็ควรใช้รัฐธรรมนูญให้เป็นประโยชน์โดยการรวมอปท.ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เป็นอปท.รูปแบบพิเศษเสีย เพื่อให้มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพขึ้น ก็คงฝากไว้เพียงเท่าที่มันสมองอันน้อยนิดของผู้เขียนพึงจะคิดออกได้ วันนี้ลาไปก่อนครับ หวังว่าเราคงได้นายกรัฐมนตรีที่สามารถแก้ไขปัญหาท้องถิ่น และปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ได้ในวันนี้นะครับ สวัสดีครับ.
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑