"สรุป...งานที่อุบลฯ "

สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....กลับมาถึงเชียงใหม่แล้วครับ หลังจากเดินทางไปจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ ๕ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ภายหลังเสร็จสิ้นการอบรมสัมมนาเชิงวิชาการ ได้เิดินทางกลับเมื่อวันที่ ๑๑ กรกฏาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา นั่งรถรวม ๑๔ ชั่วโมงก็เดินทางถึงเชียงใหม่โดยสวัสดิภาพเวลาสาย ๆ ของวันเสาร์ที่ผ่านมา....
การไปอุบลฯครั้งนี้ ได้พบกับเพื่อน ๆ จากหลาย ๆ จังหวัด ที่มาร่วมงาน ไม่ว่าจะมาจากภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยกเว้นภาคตะวันออกและภาคใต้ ไม่ได้เจอเพื่อนที่มาจากภาคดังกล่าว แต่มิใช่ว่าจะไม่มีใครเข้าร่วมก็มีมาพอสมควร โดยเฉพาะภาคใต้มาตั้งแต่ยะลา ปัตตานี นราธิวาสครับ ระหว่างการอบรมสัมมนาก็ไม่ได้มีโอกาสไปเที่ยวชมเมืองอุบลฯ เพราะนอกจากการเข้าร่วมรับฟังการบรรยายแล้ว ยังต้องเอาเวลาส่วนใหญ่มาช่วยงานสมาคมฯด้วย อีกทั้ง การไปครั้งนี้ก็ไม่ได้นำรถยนต์ส่วนตัวไปด้วย จึงไม่มีโอกาสได้ไปเที่ยวชมเมืองดังที่อยากจะเห็น นอกจากวันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับคือวันที่ ๑๐ เย็น และ ๑๑ บ่าย ได้มีโอกาสไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ วัดหนองป่าพง ซึ่งเป็นวัดที่หลวงพ่อชา ได้พำนักอยู่ เมื่อครั้นที่ท่านมีชีวิต ซึ่งมีบรรยากาศที่สงบร่มเย็นไปด้วยต้นไม้นานาชนิดครับ ได้มีโอกาสไปดูวัดที่กำลังแกะสลักเทียนพรรษาอยู่หนึ่งวัดจำไม่ได้ว่าวัดอะไร แต่ก็ได้สนทนากับพระที่กำัลังอำนวยการแกะสลักของช่างหลายคนอยู่ ท่านก็บ่นให้ฟังว่า การแกะสลักเทียนพรรษา ทางวัดไม่ได้อะไรมาก เงินที่จังหวัดให้มาก็เป็นเพียงหนึ่งในสี่ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่านั้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการนำเทียนมาทำบุญ มาช่วยลงแรงกัน แต่ปัจจุบันกลับผลักภาระให้ทางวัดรับผิดชอบหมด ท่านบอกว่า อันทีจริงธุรกิจเอกชน ไม่ว่าการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร พวกนี้ได้รับผลประโยชน์โดยตรง น่าจะมีส่วนสำคัญในการจัดสร้างหรือดำเนินการในเรื่องนี้ ผมฟังแล้วก็ได้พูดคุยกับคณะที่มาจากเชียงใหม่ด้วยกันว่า อืม...??? ก็คงคล้าย ๆ กับงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับของเชียงใหม่นั่นแหละ ที่ผลักภาระให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหมด ธุรกิจเอกชนแทบไม่ได้ลงทุนลงแรงอะไร นอกจากรอกอบโกยผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง ก็เป็นเรื่องที่ภาครัฐและเอกชนคงต้องมานั่งคุยกันครับ ไม่เช่นนั้น หากวัดเขาลงมติไม่สังฆกรรมในปีใด ปีนั้น เห็นทีงานที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดอุบลฯ คงหมดมนต์ขลังแน่แท้.....
บ่ายของวันที่ ๑๑ กรกฏาคม หลังจากเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับโรงแรมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้แวะไปเยี่ยมชมผามออีแดง บริเวณทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหารที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ไปถึงที่นั่นก็เกือบห้าโมงเย็นแล้วครับ จึงมีนักท่องเที่ยวที่คงเหลืออยู่บริเวณนั้น ๒-๓ คน รู้สึกตื่นเต้นครับที่ได้มาเที่ยวชมที่นี่ แต่ก็รู้สึกใจหายมิใช่น้อยที่เห็นปราสาทเขาพระวิหารอยู่ข้างหน้าแต่เราคนไทยกลับไม่มีโอกาสเข้าไปสัมผัส หรือครอบครองเป็นเจ้าของ ทั้งที่ ใคร ๆ ไปดูอย่างไง ๆ ก็ต้องลงความเห็นเป็นไปในทางเีดียวกันว่า "มันเป็นของไทยซัด ๆ แล้วเป็นของเขมรได้อย่างไร" เพราะว่าตัวปราสาทกับพื้นที่แผ่นดินไทยเป็นผืนเดียวกันครับ สำหรับดินแดนเขมรนั้นอยู่ด้านล่างของตัวปราสาท อยู่อย่างไง ๆ ก็ไม่น่าเชื่อว่า ศาลโลกจะวิกลจริตตัดสินให้เป็นของเขมรไปได้ แต่ก็ดีเหมือนกันครับที่มีการปิดพรหมแดน เพราะเงินทองจะได้ไม่ไหลไปให้ประเทศเขมร เพราะแค่ผามออีแดง วิวทิวทัศน์ที่นี่ก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ สำหรับการไปเยือนที่นี่ แต่ที่น่าเสียดายก็คือ ร้านค้าขายของที่ระลึก รวมทั้งศูนย์บริการนักท่องเที่ยวปิดเงียบหมดเลย จึงไม่ได้เลือกซื้อของที่ระลึกแม้แต่ชิ้นเดียว.....จากนั้นจึงเดินทางกลับผ่านไปยังจังหวัดศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ขอนแก่น ชัยภูมิ และก็เข้าสู่ภาคเหนือโดยสวัสดิภาพครับ
ผลสรุปการจัดอบรมสัมมนาเชิงวิชาการประจำปี ๒๕๕๑ ของสมาคมพนักงานส่วนตำบลแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ มีเรื่องที่สำคัญ ๆ คุยกันหลายเรื่อง สำหรับรายละเอียดในแต่ละเรื่องนั้นทีมงานกลุ่มเพื่อนฯ จะนำมาเสนอให้เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ไม่มีโอกาสไปร่วมได้รับทราบอีกครั้งในภายหลัง (หากมีเวลาเพียงพอ) แต่วันนี้ ผมใคร่สรุปผลการอบรมสัมมนาฯในเบื้องต้นเพื่อให้เพื่อน ๆ รับทราบคร่าว ๆ ดังนี้
หนึ่ง บรรยากาศโดยทั่วไปของการอบรมสัมมนาฯ มีผู้เข้าร่วมประมาณ ๓,๐๐๐ คน มีรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด วิทยากรสำคัญ ๆ เช่น ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,คุณวนิดา นวลบุญเรือง รองเลขาธิการ ก.พ.,นายวัลลภ พริ้งพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายพิษณุ พรหมจารีย์ ผู้อำนวยการสำนักระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ภาคกลางคืนวันที่ ๙ กรกฏาคม มีงานเลี้ยงต้อนรับผู้เข้าร่วมการอบรมฯ มีการแสดงจากเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งจากอุบลฯเจ้าภาพ ยโสธร และจังหวัดศรีสะเกษ มีคุณหม่ำ จกม๊ก ซึ่งเป็นคนจังหวัดยโสธร มาร่วมให้ความสนุกสนานอย่างเป็นกันเองกับผู้เข้าร่วมอบรมฯ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับ ท่านปลัดพิชิต แห่งอบต.ตาดทอง จังหวัดยโสธร ที่เป็นผู้ประสานงาน
สอง ผลการอบรมสัมมนาฯ ในส่วนของการมอบนโยบายจากรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ชื่นชมการทำงานของข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มุ่งมั่นทำงานฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ผ่านร้อนผ่านหนาวจาก ๓ ทหารเสือของอบต.(ปลัดฯ คลัง ช่าง) ในอดีต จนถึงปัจจุบันมีข้าราชการส่วนท้องถิ่นอีกหลายพันอัตราที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องถิ่นโดยเฉพาะอบต. ที่สำคัญท่านแจ้งว่า ผู้ใหญ่ทราบว่าท้องถิ่นมีปัญหาอย่างไร ประสบอุปสรรคในการทำงานอย่างไรบ้าง จึงได้พยายามหาหนทางช่วยเหลือและแก้ไขให้เกิดความสมดุล สำหรับรองอธิบดีกรมส่งเสริมฯ ได้แจ้งให้ทราบถึงการที่กรมฯจะให้ท้องถิ่นใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการบันทึกบัญชี และรายงานผลรายรับ-รายจ่ายผ่านระบบคอมพิวเตอร์ออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ โดยได้จัดฝึกอบรมให้บุคลากรอปท.แห่งละ ๕ คนไปเกือบครบแล้ว และภายในเดือนกันยายน ๒๕๕๑ นี้ กรมฯจะเชิญนายกอปท. กับปลัดอปท. ไปรับฟังการชี้แจงการปรับเปลี่ยนการใช้ระบบดังกล่าวอีกครั้ง ด้าน ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ ได้อธิบายเจตนารมย์ของการร่างรัฐธรรมนูญในหมวดว่าด้วยการปกครองท้องถิ่นว่า บุคคลที่มีส่วนสำคัญยิ่งคือ รศ.วุฒิสาร ตันไชย ที่ได้พยายามชี้ให้กรรมาธิการยกร่างเห็นถึงปัญหาต่าง ๆที่เกิดขึ้นกับท้องถิ่นในช่วงที่ผ่านมา จนมีการแก้ไขสาระสำคัญของระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น โดยท่านได้เน้นย้ำอีกครั้งว่า พนักงานส่วนท้องถิ่น ได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็น "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" นับแต่วันที่รัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ ได้มีผลใช้บังคับแล้ว (๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๐) อีกทั้งท่านได้ตั้งข้อสังเกตและชี้ให้เห็นถึงหลักการบริหารงานบุคคลว่า การบริหารงานบุคคลที่ดีนั้น ต้องเป็นการบริหารงานบุคคลด้วยคนของตนเอง กล่าวคือ ก.พ.มีข้าราชการพลเรือนเป็นคณะกรรมการฯ ก.ค.ก็มีข้าราชการครูเป็นคณะกรรมการฯ ก.ตร.ก็มีข้าราชการตำรวจเป็นคณะกรรมการ ก.ต.ก็มีผู้พิพากษาเป็นคณะกรรมการฯ ซึ่งไม่ปรากฏว่า จะมีข้าราชการอื่นเข้ามาเป็นกรรมการหรือมายุ่งเกี่ยวเหมือนกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นกลับไม่ได้บริหารงานกันเอง แต่ให้ข้าราชการพลเรือนเข้ามาดูแล จึงอยากฝากไว้ให้คิด ในส่วนของการยกเลิกระบบพีซีนั้น อาจารย์สมคิดฯได้ฝากไว้ว่า ขณะนี้ ก.พ.อยู่ระหว่างการดำเนินการเข้าสู่ระบบแท่ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีผลดีผลเสียอย่างไร มีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง โดยเฉพาะในการที่ไม่มีขั้นเหมือนเช่นระบบพีซี ที่ให้อำนาจอธิบดีเป็นผู้พิจารณาในการให้ความดีความชอบ ระหว่าง ๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ หากนำมาใช้กับท้องถิ่นแล้ว ไม่แน่ว่าจะมีดีหรือไม่ จึงควรให้ก.พ.ใช้ไปสักระยะหนึ่งประมาณ ๓ - ๕ ปีแล้วท้องถิ่นจึงควรพิจารณาว่าจะใช้ดีหรือไม่ สำหรับคุณวนิดา รองเลขาธิการ ก.พ. ได้อธิบายหลักการของระบบแท่งเงินเดือน ซึ่ง ก.พ.ได้นำมาใช้ เนื้อหาสาระดังที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้เคยได้รับฟังมาบ้างแล้วในเวทีต่าง ๆ ตั้งแต่เวทีประชุมสมาพันธ์ปลัดอบต.ปี ๒๕๕๐ แล้ว ก็ยังไม่มีอะไรใหม่หรือคืบหน้าครับ ในส่วนของ ผอ.ศิริวัฒน์ และผอ.พิษณุ ก็ได้อธิบายที่มาที่ไปของการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... โดยสรุปก็คือ ร่าง พ.ร.บ.นี้ จัดทำขึ้นตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๕๐ ซึ่งต้องแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ทั้งนี้ ผอ.ศิริวัฒน์ฯ ได้เน้นย้ำว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นเพียงตุ๊กตาเท่านั้น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกตำแหน่ง ทุกประเภทมีสิทธิแสดงความเห็น เพื่อให้กรมส่งเสริมฯนำไปประกอบการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมต่อไป.....
สาม ความสามัคคีคือพลัง นั่นก็คือ การที่คณะกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) และคณะกรรมการสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ได้ร่วมประชุมหารือถึงความร่วมมือระหว่างกัน อันเป็นเวทีครั้งแรกที่มีการประชุมอย่างเป็นทางการระหว่างทั้งสององค์กร ได้ข้อสรุป ๒ เรื่องหลัก คือ หนึ่ง การร่วมกันยื่นข้อเสนอให้กรมส่งเสริมฯแก้ไขร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ๒) พ.ศ....... โดยให้เพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หมายถึง...... และให้แก้ไขจากสัดส่วนของตัวแทนพนักงานส่วนตำบล (ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในอบต.) จากปลัดอบต. ๓ คน และพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งอื่นอีก ๓ คน เป็น จากปลัดอบต. ๓ คน และพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งบริหารอีก ๓ คน และสอง มีข้อตกลงเบื้องต้นที่จะร่วมมือระหว่าง สมาคมพนักงานส่วนตำบล(แห่งประเทศไทย) สมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย และสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย (อยู่ระหว่างการประสานงาน) ในการติดตาม ผลักดัน ให้ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ... เป็นร่างที่ก่อเกิดประโยชน์แก่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นและสามารถแก้ไขปัญหาที่ประสบอยู่ทั้งในอดีตและปัจจุบันให้ทุเลาหรือหมดสิ้นไปในอนาคต โดยเบื้องต้นจะจัดประชุมร่วมระหว่างกันอีกครั้งประมาณวันที่ ๑-๒ สิงหาคมนี้ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อกำหนดท่าทีและยุทธศาสตร์ในการดำเนินงานต่อไป.....ซึ่งผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นความสำเร็จของการจัดงานในครั้งนี้.....
สำหรับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นท่านใดที่ลงทะเบียนหน้างานหรือลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเอกสารและกระเป๋าประกอบการอบรมสัมมนา ขอให้ติดต่อไปที่ อบต.ศรีษะจรเข้น้อย จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นฝ่ายรับลงทะเบียนและฝ่ายเลขานุการในการจัดงานในครั้งนี้ ในการนี้ นายกสมาคมฯ (นายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์) ได้ฝากขอบคุณคณะกรรมการสมาคมฯ คณะกรรมการจัดงานทุกท่าน ไม่ว่าจะมาจากอบต.ศรีษะจรเข้น้อย ทต.สุเทพ ทต.โพธิ์ชัย (หนองคาย) อบต.กะเฉด (ระยอง) อบต.ตาดทอง (ยโสธร) อบต.บางโปรง (สมุทรปราการ) อบต.ก่อเอ้ (อุบลราชธานี) และอบต.อีกหลายแห่งในจังหวัดยโสธร อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ที่ร่วมเป็นคณะกรรมการจัดงานในครั้งนี้ ทำให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้ว่าจะมีเหตุขัดข้องบางประการก็ตาม สำหรับรายละเอียดอื่น ๆ นั้น ท่านสามารถเข้าไปติดตามและสอบถามได้ที่เว็บไซต์หรือเว็บบอร์ดของสมาคมฯได้ที่ www.taoa.or.th สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ (บทความนี้เขียนขึ้นติดต่อกันหลายวัน กว่าจะเขียนเสร็จ (๑๔-๑๗ ก.ค.) อาจนำเสนอล่าช้าไปบ้างต้องขออภัยทุกท่านด้วย).
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๗
กรกฎาคม ๒๕๕๑
พิมพ์ (print) หน้านี้เป็นไฟล์ pdf. คลิกที่นี่
ประมวลภาพบางส่วนของการจัดงานอบรมสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง จากพนักงานส่วนตำบล...ก้าวสู่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น
![]() |
![]() |
![]() |
พิธีเปิด โดยมี ดร.สุรพล กาญจนะจิตรา รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน และนายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ นายกสมาคมฯ กล่าวรายงาน |
||
![]() |
![]() |
![]() |
ส่วนหนึ่งของพนักงานส่วนตำบลดีเด่นประจำปี ๒๕๕๑ ที่เข้ารับเข็มเชิดชูเกียรติและเกียรติบัตร
|
||
![]() |
![]() |
![]() |
ส่วนหนึ่งของบรรยายกาศผู้เข้าร่วมสัมมนากว่า ๒,๕๐๐ คน แน่นห้องประชุมทุกวัน |
||
![]() |
![]() |
![]() |
ภาพประวัติศาสตร์ ๒ ผู้นำองค์กรสมาคมฯและสมาพันธ์ฯ |
ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ รับมอบของที่ระลึก |
หม่ำ จกม๊ก ให้เกียรติร่วมให้ความบันเทิง |
![]() |
![]() |
![]() |
มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมการแกะสลักเทียนพรรษา |
นายกสมาคมฯนำทีมทต.สุเทพ แวะชมผามออีแดง บริเวณเชิงเขาพระวิหาร ก่อนเดินทางกลับเีชียงใหม่ |
|
(หมายเหตุ.-ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือส่งข้อเสนอแนะ หรือร่วมส่งบทความมาได้ ที่ป.พิพัฒน์โดยตรง ที่ phiphatw@hotmail.com หรือจะแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดเสวนาทั่วไปหรือเว็บบอร์ด เสวนาบริหารงานบุคคก็ได้ครับ)
อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง