"เมื่อข้าราชการฯไม่รักเกียรติของตน"
สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาหลายท่านคงได้เข้าร่วมส่งเสด็จสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สู่สวรรคาลัย ตามสถานที่ที่อำเภอในท้องที่รับราชการกำหนดไว้นะครับ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพฯ ในครั้งนี้ มีความยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่าครั้งที่มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระบรมศพ สมเด็จย่าฯ เมื่อ ๑๒ ปีก่อน ครั้งนั้น ผมจำได้ว่า ได้มีโอกาสร่วมส่งเสด็จสมเด็จย่าด้วย เพราะอยู่ระหว่างการฝึกงานที่อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ประมาณปลายเดือนมีนาคม ๒๕๓๙ และครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นครั้งที่สองที่ได้มีโอกาสแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันอันสูงสุดของปวงชนชาวไทย นั่นก็คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ ต่างกันตรงที่ว่า ณ เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๓๙ ขณะนั้นเป็นนักศึกษาและเป็นราษฎรของพระองค์ท่าน และวันนี้ ได้รับใช้ใกล้ชิดในฐานะข้าราชการในพระองค์ครับ ผมขอถือโอกาสนี้ ชื่นชมสำหรับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุก ๆ ท่านที่ได้เสียสละเวลาอันมีค่าของพวกท่านไปร่วมจัดงาน หรือเข้าร่วมในพระราชพิธีในครั้งนี้ อันเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีที่ พวกเรามีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เีคียงคู่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านานตลอดเกือบ หนึ่งพันปีที่ผ่านมา แต่ก็ขอตำหนิสำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายท่าน ที่ไม่ติดภารกิจใดที่สำคัญ (การตายหรือเจ็บป่วย) โดยพลาดโอกาสเข้าร่วมงานพระราชพิธีที่สำคัญในครั้งนี้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ๆ เพราะพวกเราคือข้าราชการ หากไม่ถือโอกาสนี้แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีแล้ว จะหาโอกาสใดอีกครับที่จะถวายความจงรักภักดียิ่งไปกว่านี้อีก......
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องขออภัยสำหรับเพื่อน ๆ ทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมเว็บนี้ รวมทั้งติดตามคอลัมน์นี้ ไม่สามารถเข้าชมได้ และบางครั้งอาจหายไปทั้งเว็บ เนื่องจาก Sever ที่ให้บริการล่มครับ ขณะนี้ได้กู้ข้อมูลส่วนใหญ่ได้เรียบร้อยแล้ว แต่ก็มีข้อมูลบางส่วนกู้คืนไม่ได้ หากท่านเข้าชมเรื่องใดไม่ได้ กรุณาแจ้งมายัง admin@thailocalgov.com ด้วยนะครับ จะได้ช่วยแก้ไขให้เรียบร้อยต่อไป
ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสพูดคุยทางโทรศัพท์กับ ท่านปลัดทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกุล ประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ก็เลยถือโอกาสสอบถามความคืบหน้าของการจัดทำร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ว่าไปถึงไหนแล้ว ได้รับคำตอบว่า ยังไม่มีความคืบหน้าครับ แต่เมื่อสอบถามจากท่านปลัดธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ ปลัดเทศบาลตำบลสุเทพ นายกสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) ได้รับคำตอบว่า กรมส่งเสริมฯ ได้จัดส่งร่างไปยังคณะกรรมการกฤษฏีกาเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงแก้ไขครับ สำหรับเรื่องการประชุม ก.อบต. ท่านประธานสมาพันธ์ฯ แจ้งว่า จะมีการประชุมครั้งแรกปลายเดือนพฤศจิกายน นี้ หากได้รับเอกสารการประชุมแล้ว จะจัดส่งมาให้ยังทีมงานกลุ่มเพื่อนฯ เพื่อเผยแพร่ให้พวกเราได้รับทราบต่อไป ส่วนการจัดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ ประจำปีของสมาพันธ์ฯ ท่านประธานสมาพันธ์ฯแจ้งให้ทราบว่า จะจัดในช่วงเดือนมีนาคม ๒๕๕๒ เช่นเดียว (สถานที่น่าจะที่เดิมครับ) แต่ท่านก็แจ้งเพิ่มเติมอีกว่า หากสถานการณ์บ้านเมืองไม่เรียบร้อยหรือไม่อำนวยก็ต้องพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าจะจัดในช่วงดังกล่าวได้หรือไม่ ก็แจ้งมายังเพื่อน ๆ ได้รับทราบโดยทั่วกันครับ
อีกเรื่องครับ...(หายไปนานมีเรื่องมาแจ้งหลายเรื่อง) กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นขอแสดงความยินดีกับ ผู้แทนปลัดอบต. ผู้แทนปลัดเทศบาล ทุกท่าน ทุกจังหวัดที่ได้รับเลือกจาก เพื่อนปลัดอบต. หรือเพื่อนปลัดเทศบาล (แล้วแต่กรณี) ให้เป็นตัวแทนในฐานะ กรรมการพนักงานส่วนตำบล/พนักงานเทศบาล จังหวัด หรือ ก.อบต.จังหวัด / ก.ท.จังหวัด แทนชุดเดิมที่ได้หมดวาระลงไป ซึ่งเท่าที่ทราบ ส่วนใหญ่ได้คนเดิมเข้ามาครับ เนื่องจากส่วนใหญ่มีความเข้าใจว่า กรรมการชุดนี้จะอยู่ได้ไม่นาน เพราะเมื่อ พ.ร.บ.ใหม่ออกมาก็ต้องหมดวาระลงไปครับ และต้องขอแสดงความยินดีสำหรับ ก.อบต.จังหวัดเชียงใหม่ เช่นกันที่ได้รับเลือกคนเดิมนั่นก็ืคือ ส.อ.สมนึก เดชโพธิ์ ปลัดอบต.บ้านหลวง อ.แม่อาย ,นายจรูญโรจน์ แก้วมณี ปลัดอบต.บ้านแหวน อ.หางดง, และ นายวิชาติ นาวาพิสุทธิ์ ปลัดอบต.หนองแหย่ง อ.สันทราย (ย้ายจากอบต.สันโป่ง อ.แม่ริม) และอีกท่านหนึ่งที่ขอแสดงความยินดีก็คือ อดีตประธานรุ่นนักบริหารอบต.รุ่นที่ ๓ ท่านปลัดไตรภพ บรรเทิงสุข ปลัดอบต.กะเฉด อ.เมืองระยอง ที่ได้รับเลือกเป็น ก.อบต.จังหวัดระยองอีกหนึ่งสมัยครับ ก็หวังว่า ในช่วงเวลาที่เหลืออยู่นี้ ท่านก.อบต.จังหวัด ๓๐๐ กว่าท่านทั่วประเทศ (รวมก.อบต.และก.เทศบาล) จะได้ร่วมกับผลักดันดำเนินการเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ.ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ให้คลอดออกมาโดยเร็ววัน และมีคุณประโยชน์ต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นโดยภาพรวม เพราะภารกิจของพวกท่าน ณ วันนี้ คงไม่เฉพาะแต่การที่เข้าไปนั่งเป็นพระอันดับใน ก.อบต.จังหวัดเท่านั้น แต่ท่านต้องเป็นพระเอกในทุกเวทีครับที่ท่านได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุก ๆ จังหวัดให้รับหน้าที่นี้ โดยขอฝากท่าน ก.อบต. และ ก.ท. (ก.กลาง) อีก ๕ ท่านได้เป็นผู้ประสานให้ ก.อบต.จังหวัดแต่ละจังหวัดได้มีบทบาทนี้เพิ่มเติมด้วย แม้ว่า โดยกฎหมายจะไม่ใช่หน้าที่ก็ตาม แต่ผมคิดว่า เพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นโดยทั่วไป เข้าใจและคาดหวังในตัวท่านทั้งหลาย มากไปกว่าที่จะเป็นเพียงผู้แทนในระดับจังหวัดเท่านั้นครับ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีหลายเรื่องที่ผมได้ประสบด้วยตนเอง และก่อนหน้านี้ก็มีเพื่อนบางท่านก็ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ซึ่งเคยได้นำมาเล่าให้เพื่อน ๆ รับทราบบ้างแล้ว แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่นึกว่าจะได้เจอด้วยตนเองครับ เรื่องเกิดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ครับ มีปลัดอบต. (ช.) ท่านหนึ่งมีปัญหากับนายกอบต.ค่อนข้างรุนแรงอันเนื่องจากการใช้อำนาจของนายกอบต.ที่เกินขอบเขตของคำว่า "ผู้บริหารองค์การ" กับ "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" นายกอบต.มองข้าราชการในอบต.แห่งนี้ว่า เป็นลูกน้องหรืออาจเปรียบได้ว่า เป็นคนรับใช้นั่นเองครับ (หากจะใช้คำที่หยาบกว่านี้ก็คงใช้ได้) ทำให้ปลัดฯท่านนี้จำเป็นต้องลุกขึ้นมากอบกู้ศักดิ์ศรีของข้าราชการครับ แต่สุดท้ายก็ทนแรงบีบคั้นไม่ไหวครับ ก็ต้องหาที่ย้าย (แม้ว่าจะมาอยู่ได้ไม่ทันข้ามปี) แต่ดูเหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อเจอกับปลัดอบต.(พ.) ท่านหนึ่งที่ผมขอเรียกว่า "ไร้เกียรติและศักดิ์ศรี ไม่เหมาะสมเป็นหัวหน้าเหล่าข้าราชการให้เคารพนับถือ" มีปัญหากับนายกอบต.ที่สังกัดอยู่เหมือนกัน ก็อยากย้ายเต็มที่ ก็มาประสานขอโอน(ย้าย) แลกกันครับ ซึ่งปลัดฯ(ช.) ท่านนี้ก็ยินดีครับ แต่เนื่องจากอบต.ทั้งสองแห่งมีความห่างไกลกันในด้านภูมิศาสตร์ การไปมาระหว่างกันไม่สะดวกครับ ปลัดอบต.(พ.) ที่ต้องการมาก็ขออาสาว่าจะจัดการเรื่องเอกสารให้เอง ไม่ต้องให้ปลัดฯ (ช.) เดินเรื่องให้เสียเวลา ปลัดฯ (ช.) เห็นว่าเป็นปลัดอบต.ด้วยกัน ก็วางใจ ให้ดำเนินการจัดส่งเอกสารไปยัง ก.อบต.จังหวัดให้เรียบร้อย และเมื่อก.อบต.จังหวัดเชียงใหม่ มีมติเห็นชอบและเผยแพร่ทางเว็บไซต์ ทันทีที่นายกอบต.ของปลัดอบต. (พ.) ทราบข่าวก็โทรศัพท์ทักท้วงที่จังหวัดทันที ว่า ทำไมมติก.อบต.จังหวัดออกมาได้อย่างไร เนื่องจากตนไม่ได้รับรู้รับทราบ และไม่ได้ลงนามในเอกสารใด ๆ เกี่ยวกับการโอน(ย้าย) ในครั้งนี้ และแจ้งต่อไปว่า ปลัดอบต.(พ.) จะไปก็ยินดีให้ไป แต่ไม่ได้ต้องการที่จะรับปลัดอบต. (ช.) เนื่องจากตนมีปลัดอบต.ที่ต้องการ(หรือมีคนของตน) อยู่แล้ว เท่านั้นแหละครับ เรื่องก็เลยแดงออกมาทันทีว่า มีการจัดทำเอกสารการโอน(ย้าย) ในครั้งนี้ ไม่สมบูรณ์ครับ สุดท้ายปัญหาก็ต้องมาลงที่ปลัดอบต.(ช.) เนื่องจากนายกอบต.ของท่านต้องการให้ย้ายออกไปจากพื้นที่ไว ๆ เพื่อจะได้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องที่ตนถูก นายอำเภอตั้งกรรมการสอบอยู่หลายคดี ได้ด้วยตนเองไม่ต้องมีใครมาขัดขวาง ก็เลยออกคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง และให้ไปรายงานตัวยังอบต.แห่งใหม่ แต่เมื่อท่านปลัดฯ (ช.) ไปแล้ว นายกอบต.แห่งใหม่ปฏิเสธการรับโอนในครั้งนี้ เนื่องจากเห็นว่า มติก.อบต.จังหวัดไม่ชอบครับ แต่พอกลับมาที่เดิม นายกอบต.เดิมไม่ยอมให้เข้าทำงานแถมยังขู่ด้วยว่า "หากเข้ามาทำงานจะแจ้งตำรวจจับในข้อหา บุกรุกสถานที่ราชการ" ครับวันนี้ แม้ว่าสถานการณ์ดูจะคลี่คลายได้ในระดับหนึ่ง เพราะท่านนายอำเภอได้ลงมาช่วยแก้ไขในเบื้องต้น ประสานให้จังหวัดดำเนินการแก้ไข และให้มาปฏิบัติหน้าที่ราชการชั่วคราวยังที่ว่าการอำเภอ เมื่อมิให้เป็นเหตุอ้างว่า ขาดราชการ ชมรมข้าราชการส่วนท้องถิ่น่ของอำเภอก็ไม่นิ่งนอนใจ ไ่ม่ทิ้งเพื่อนในยามทุกข์ก็เข้ามาประสานช่วยเหลือในเรื่องที่พอช่วยได้ ปัจจุบันปลัดฯ(ช.) ยังไม่สามารถเข้าไปทำงานในอบต.แห่งเดิมได้ครับ มติก.อบต.จังหวัดก็ยังไม่ยกเลิก หนังสือแจ้งจาก ก.อบต.จังหวัดในเรื่องให้ปลัดอบต.ทั้งสองแห่งกลับต้นสังกัดเดิมก็ยังมาไม่ถึงอบต.ทั้งสองแห่ง
ครับ ที่นำเรื่องนี้มาเล่าให้เพื่อน ๆ รับทราบก็อยากชี้ให้เห็นว่า ในสังคมมวลหมู่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ก็มีทั้งคนดีและคนไม่ดีครับ มีน้อง ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายคนที่สะท้อนความเห็นเกี่ยวกับตัวปลัดอบต.หรือปลัดเทศบาลมาให้รับทราบ แต่ก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แต่พอมาประสบด้วยตนเองก็รู้ว่า มีข้าราชการที่เรียกตัวเองว่า ปลัดอบต.นั้น เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ไม่รักเกียรติและศักดิ์ศรีของตน หลอกลวงได้กระทั่งเพื่อนร่วมอาชีพ และผู้หลักผู้ใหญ่ในระดับอำเภอและจังหวัด ไม่รู้ว่า ปลัดฯท่านนี้จะตอบสังคมได้อย่างไร และยังจะมีศักดิ์ศรีหลงเหลืออยู่หรือไม่ สำหรับ เจ้าหน้าที่ในฝ่ายเลขานุการ ก.อบต.จังหวัดจะรู้หรือไม่รู้ก็คงหนีความรับผิดชอบไม่ได้ครับ รวมทั้ง ประธานก.อบต.จังหวัด และกรรมการก.อบต.จังหวัดก็ควรต้องร่วมรับผิดชอบตามสมควรด้วย มิใช่ปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไป โดยเฉพาะท่านปลัดอบต.ทั้ง ๓ ท่านไม่ว่า จะเป็น ส.อ.สมนึก, ปลัดฯวิชาติ และปลัดฯจรูญโรจน์ ควรที่จะร่วมรับผิดชอบด้วย ในฐานะเป็นตัวแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นและยังลงมติเห็นชอบเรื่องนี้โดยไม่ตรวจสอบให้ถ้วนถี่อีกด้วย ไม่ใช่ทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนรู้หนาว ใครจะเป็นอะไรก็ช่างไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจไปด้วย ก็ไม่สมควรเป็นผู้แทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่นครับ เรื่องทำนองนี้เคยเกิดขึ้นกับเพื่อนผมอีกคนหนึ่งที่ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาครับ เพื่อนคนนี้เป็นคนอ่อนโลกอย่างไร้เดียงสา เพียงเพราะคิดว่า ปลัดอบต.ก็คือปลัดอบต. คงมีจิตใจสูงส่งเหมือน ๆ กัน จึงยินยอมให้ช่วยทำเอกสารการโอน(ย้าย) ให้เหมือนกับกรณีนี้ จนกระทั่งทราบอีกครั้งว่า ตนถูกหลอกจากที่เป็นปลัดอบต.อยู่ดี ๆ กลับมาเป็นรองปลัดอบต. ทั้ง ๆ ที่คำร้องขอโอน(ย้าย)ที่เซ็นต์กับมือ ก็เป็นคำร้องขอโอน(ย้าย)ไปเป็นปลัดอบต. แต่มติ ก.อบต.จังหวัดนครราชสีมา กลับเห็นชอบให้โอน(ย้าย) ไปเป็นรองปลัดอบต.เฉย โดยไม่ยี่ระ สนใจกับคำร้องขอโอน(ย้าย) ตามที่หลักเกณฑ์ ก.อบต.กำหนดไว้อย่างชัดเจน และไม่สอบถามเจ้าตัวให้ชัดเจนอีกตางหาก สุดท้ายกว่าจะรู้ตัวก็ล่วงเลยไปเกือบครึ่งปีแล้ว ร้องทุกข์ขอเยียวยาทั้งศาลปกครอง ก.อบต.จังหวัด กรมส่งเสริมฯ ณ วันนี้ ต้องยอมรับสภาพอยู่ไปก่อนในสถานะรองปลัดอบต.เพราะความไว้ใจเพื่อน นั่นเองครับ (เพราะคนเราแม้ในวงราชการ...รู้หน้าไม่รู้ใจ)
อีกเรื่องอันนี้เกิดขึ้นกับตัวของผมเองครับ เพื่อน ๆ หลายคนเข้าใจว่าผมได้โอน(ย้าย)ไปจังหวัดระยองแล้ว ข้อเท็จจริงยังครับ อยู่ระหว่างการขอโอน(ย้าย)ครับ แต่เมื่อข่าวอีกแพร่ออกไป ก็มีปลัดอบต.หลายท่านประสานขอโอน(ย้าย) มา แต่ติดขัดอยู่ที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้เลื่อนระดับเป็นระดับ ๗ ครับก็เลยมาไม่ได้ แต่ก็เป็นเรื่องจนได้ครับ มีปลัดอบต.ในเชียงใหม่ท่านหนึ่ง ได้ประสานไปยังนายกอบต.โดยตรง และติดต่อกันตกลงรับเรียบร้อยแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็ส่งเรื่องขอโอน(ย้าย) มา ซึ่งก็คงไม่แปลกอะไรครับเป็นปกติที่มีการขอโอน(ย้าย) แต่ที่แปลกประหลาดก็คือ ปลัดอบต.ท่านนี้ ส่งหนังสือทั้งหนังสือนำส่ง คำร้องขอโอน(ย้าย) ระบุชัดเจนว่า ตนเป็นปลัดอบต. (นักบริหารงานอบต.) ระดับ ๗ ซึ่งข้อเท็จจริงก็ปรากฎโดยเป็นที่รับทราบว่า ปลัดอบต.ท่านนี้ ยังดำรงตำแหน่งระดับ ๖ ครับ และมีข่าวว่าจะสอบคัดเลือกในระดับ ๗ ในต้นเดือนธันวาคมที่จะถึงนี้ (ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะสอบได้หรือไม่) และที่แปลกยิ่งกว่านั้น ก็คือ นายกอบต.ต้นสังกัดลงนามรับรองมาด้วยครับว่า ปลัดอบต.ท่านนี้ ดำรงตำแหน่งระดับ ๗ ครับ หนังสือนำส่งพร้อมคำร้องขอโอน(ย้าย) ก็ลงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ผมก็ประสานไปยังท่านปลัดอบต.ที่เป็นที่คุ้นเคยกันในอำเภอนั้น แจ้งให้ปลัดฯท่านนี้นำหนังสือก็ไม่ได้รับการติดต่อกลับ ก็ต้องเสนอตามขั้นตอนครับ นี่ก็เป็นเรื่องนี้ ข้าราชการระดับหัวหน้าหน่วยงานอีกหนึ่งตัวอย่างที่ไม่รักเกียรติและศักดิ์ศรีของตน ไม่คิดให้ไกลว่า เมื่อตนทำอะไรลงไปแล้ว จะเกิดผลกระทบอะไรหรือไม่ แต่คิดเพียงอย่างเดียวว่า ทำอย่างไรก็ได้ขอให้ตนได้ในสิ่งที่ต้องการก็เพียงพอ ไม่สนใจสังคมรอบตัว ไม่สนใจเกียรติและศักดิ์ศรีที่จะสูญเสียไป ไม่สนใจธรรมเนียมหรือประเพณีปฏิบัติ หรือแม้กระทั่งไม่สนใจว่า สิ่งที่ทำนั้นจะผิดกฎหมายหรือไม่ ผมคงไม่ต้องบอกครับว่า สิ่งที่ทำนั้นผิดข้อหาใด ระดับนี้แล้วก็คงทราบกันครับ
ก็อยากให้ทั้งสองเรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนสติท่านปลัดอบต.ทั้งหลายครับ ท่านก็เป็นข้าราชการ ก็ควรสังวรทำตนให้เหมาะสมกับคำว่า "ข้าราชการ" ไม่กระทำตนเป็นพวกที่ได้ถูกสังคมประณามว่า ประพฤติชั่วเพราะกระสั่นอยาก จนตัวสั่น โดยขาดสติยั้งคิด ไม่สนใจว่า เพื่อนที่ท่านกระแซะเก้าอี้นั้น จะเดือดเนื้อร้อนใจเพียงใด จะทุกข์ยากลำบากเพิ่มขึ้นอย่างใด ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับที่พวกเราชอบประณาม "นักการเมืองขายตัว" ที่เต็มบ้านเต็มเมืองในทุกวันนี้ วันนี้ลาไปก่อนครับ ขอบคุณครับ (อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติมแจ้งมาทางอีเมล์หรือโทรมาสอบถามได้ครับ)
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑
(หมายเหตุ.- ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมคุยหรือแสเนอแนะกับคอลัมน์นี้โดยส่งจดหมายมาทางอีเมล์ phiphatw@hotmail.com)
พิมพ์บทความนี้ เป็นไฟล์ pdf คลิกที่นี่
อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลัง คลิกที่นี่
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอขอบคุณและอนุโมทนาสำหรับเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลายสิบท่านที่ไว้วางใจให้เกียรติในทีมงานกลุ่มเพื่อนฯ ในการร่วมบริจาคเงิน เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับปลัดฯอัฐพงศ์ ก้อนลม หรือปลัดฯป๊อป โดยปัจจุบัน (ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน) ได้รับเงินบริจาคแล้วจำนวน ๓๑,๐๐๐ บาท สำหรับการนำเงินไปมอบให้กับครอบครัวปลัดฯป๊อปนั้น ได้ปรึกษากับหลายท่านแล้ว เห็นว่า จะถือโอกาสนำไปมอบให้ในวันทำบุญ ๑๐๐ วันให้ปลัดฯป๊อปที่บ้านเกิด ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่อ.แม่ระมาด จ.ตาก ดังนั้น เพื่อน ๆ ท่านใดมีความประสงค์จะร่วมทำบุญก็ยังสามารถร่วมทำบุญในนามของข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ จนถึงต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ นี้ครับ สำหรับรายชื่อผู้ร่วมบริจาคเงินดูได้ที่นี่ครับ.