"การฝึกอบรมข้าราชการส่วนท้องถิ่น (อีกครั้ง)"

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....วันนี้ เป็นวันเสาร์ เป็นวันหยุดราชการครับ ส่วนใหญ่พวกเราคงไม่มีโอกาสได้เข้าดูอินเตอร์เน็ต เพราะที่บ้านอาจไม่ได้ติดตั้งอินเตอร์เน็ตครับ แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีเวลาก็เลยขอใช้เวลาตรงนี้ ได้กล่าวถึงเรื่องที่ผมได้ชวนคุยไว้เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังจากได้ชวนพวกเราไดุ้คุยเรื่องนี้ก็มีเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นสองท่านได้เมล์มาระบายความรู้สึกคับข้องใจ ในทำนองหนึ่งก็คือ ผู้บริหารขาดวิสัยทัศน์ไม่ยอมส่งเข้ารับการฝึกอบรม ลักษณะไม่อนุมัติ ไม่อนุญาต งดอบรม และอีกรายหนึ่งได้ระบายความรู้สึกให้ฟังว่า ได้บรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งนักวิชาการเกษตรมาหลายปีแล้ว แต่กรมส่งเสริมฯไม่เปิดให้ฝึกอบรมสักที มีแต่อบรมให้กับพวกปลัดฯ คลัง ช่าง ฯลฯ แต่นักวิชาการเกษตรเป็นเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลกระดูสันหลังของประเทศแท้ ๆ กลับไม่สนใจ ไม่จัดฝึกอบรมให้ ดังจะขอนำบางส่วนมาให้เพื่อน ๆ ได้ช่วยกันให้กำลังใจแก่ทั้งสองท่านดังนี้
          สวัสดีค่ะ  ป.พิพัฒน์ 
          หนูเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้อาศัยใช้ประโยชน์จากข้อมูลต่างๆ ในเวปไซต์กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นมาตั้งแต่ ปี 48 (เริ่มบรรจุ) จนถึงปัจจุบัน  และติดตามอ่านคอลัมน์ "ชวนคุย เรื่องท้องถิ่น" ของ ป. มาตลอด แต่ก็ไม่เคยได้ติดต่อมา เพราะคิดว่า ป. คงจะมีงานเยอะ ไหนจะภาระหน้าที่ในงานราชการ ไหนจะต้องคอยป้อนข้อมูลอัพเดทเวปไซต์ และที่แน่นอนคงจะมีเพื่อนๆ ข้าราชการท้องถิ่นทั่วประเทศ ขอคำปรึกษาหารือมาอีกเยอะแยะมากมาย แต่พอยิ่งมาระยะหลังๆ ได้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ ในสถานที่ทำงาน และเมื่อได้อ่านชวนคุยเรื่องท้องถิ่นแล้ว  ก็รู้สึกว่า อย่างน้อย คนท้องถิ่นด้วยกันก็ยังพอเข้าใจกันได้บ้าง  และถ้าปลัดส่วนใหญ่ มีทัศนคติแบบ ป.พิพัฒน์  องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คงมีภาพพจน์ที่ดีกว่านี้เยอะ 
          สำหรับการริเริ่มจัดตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม เพื่อรวมพลังต่อสู้กับอำนาจมืดทางการเมืองการบริหารฯ โดยไม่มีความยุติธรรมต่อข้าราชการ หรือเปรียบเสมือนพันธมิตรชาวท้องถิ่นนั้น  เป็นสิ่งที่ดีและน่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง  แต่เราจะมีวิธีการต่อสู้อย่างไรคะ  ในเมื่อแต่ละคนก็อยู่กันต่างพื้นที่  แต่ละที่ย่อมมีปัญหาทั้งสิ้น  และในส่วนของ อบต. ข้าราชการ เหมือนคนกลุ่มน้อย ที่ไม่มีทั้งอำนาจ พรรคพวก และยังถูกปิดกั้นความคิดเห็นอีกต่างหาก  ในขณะที่ผู้บริหารฯ เป็นคนมีหน้าทีตาในพื้นที่  กุมอำนาจสภาฯ และมีฐานเสียงของประชาชนชาวบ้านผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่คอยสนับสนุนทั้งตำบล  ข้าราชการแปลกหน้ามาจากต่างท้องที่  ยากที่จะไปสู้รบปรบมือได้  แม้จะรวมตัวกันหมดทั้งสำนักแล้วก็ตาม  สุดท้ายข้าราชการแข็งมากเกินไป  ก็เลยใช้ทั้งวาจาและอาวุธข่มขู่กันในสถานที่ราชการเลยก็ยังมี เรื่องเป็นที่ทราบกันทั้งจังหวัดตั้งแต่อำเภอ ท้องถิ่นจังหวัด ไปจนถึง ก.อบต. ไม่มีใครให้ความยุติธรรมแก่ข้าราชการได้ สุดท้ายข้าราชการก็ต้องหาทางออกโดยการโอน (ย้าย) ไปตายเอาดาบหน้า  หนูเองก็กำลังจะย้ายเหมือนกัน ก. มีมติเห็นชอบแล้ว จะเดินทางสิ้นเดือนนี้  โดยทัศนคติส่วนตัวหนูคิดว่าการโอน (ย้าย) ไม่ใช่การแก้ปัญหา ไม่ได้ทำให้องค์กรดีขึ้น ดูเหมือนขี้ขลาด หนีปัญหา  ใจจริงก็อยากจะดื้อแพ่งอยู่ไป (ด้วยเหตุผลที่ถูกต้อง) ให้ถึงที่สุด แต่ก็อับจนด้วยปัญญา เนื่องจากขาดผู้นำทัพ  พี่ๆ ปลัดฯ หัวหน้าส่วนก็ไปกันหมดแล้ว           ทุกวันนี้ยอมรับว่าเหนื่อยมากทั้งกายและใจ  รอให้มีคนใหม่ย้ายมาแทนคนเก่าก็ขอไปเริ่มต้นใหม่ด้วยคนเหมือนกัน  แม้เราสายงานผู้ปฏิบัติก็ขอเรียนแบบผู้บริหารสักหน่อย คือ ครบ 4 ปี ย้าย  หนูก็บรรจุเข้ารับราชการได้ 4 ปี เหมือนกัน .. แล้วความหมดอาลัยตายอยากในชีวิตข้าราชการท้องถิ่น  ก็เริ่มมีประกายแสงจากแนวคิดในการจัดตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมดังกล่าว  อยากเห็นว่าถ้าคณะกรรมการฯ ชุดนี้เป็นรูปธรรมขึ้นมาจะเป็นอย่างไร  ก็จะคอยติดตามดูค่ะ
           ส่วนเรื่องคุยล่าสุด เรื่องการฝึกอบรมข้าราชการท้องถิ่น  ก็ไม่พ้นอำนาจผู้บริหารเหมือนกัน  ป. คะ  ไม่ใช่ข้าราชการไม่อยากไป  อยากไปค่ะ  แต่ไม่ได้รับการอนุมัติ  หนังสือเสนอขออนุมัติ  มีคำตอบอยู่ว่า  ไม่อนุมัติ ไม่อนุญาต และงดอบรม  เหตุผลกลั่นออกมาด้วยวาจาว่า รวมงบประมาณที่พวกคุณไปอบรมกันแต่ละปี  ผมทำถนนได้ตั้งหลายเส้น  ขุดคลองได้ตังหลายสาย  ขยายเขตไฟฟ้าได้ตั้งหลายหมู่ ฯลฯ เหล่านี้เป็นต้น  แต่ถ้าครอสไหนไม่เก็บค่าที่พักค่าลงทะเบียนละก็จะอนุญาตให้ตามความจำเป็น  ยังดีอยู่บ้างที่จังหวัดที่หนูอยู่เขามีโครงการฝึกอบรมข้าราชการบรรจุใหม่ทุกปี  โดยเน้นเฉพาะผู้บรรจุใหม่เพื่อให้แนวทางปฏิบัติในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ  แม้ไม่ใช่เป็นความรู้เฉพาะตำแหน่ง  แต่ก็พอเป็นประโยชน์อยู่บ้างค่ะ
          สุดท้ายนี้  หลังจากที่เสียมารยาทจากเพ้อเจ้อเรื่องส่วนตัวมาเสียนาน  ก็ต้องขอขอบพระคุณ ป.พิพัฒน์ ที่ได้จัดทำเว็ปไซต์ดีๆ  ให้เพื่อนๆ พนักงานส่วนท้องถิ่น ได้ติดตามอัพเดทความเป็นไปในวงการ และใช้ประโยชน์จากข้อมูล กฎหมาย ระเบียบและมติต่างๆ  ก็ขอให้ ป. มีกำลังใจทำต่อไปนะคะ และจะคอยติดตามอยู่ตลอดไปค่ะ

สวัสดีค่ะ
เจ้าพนักงานธุรการ

        อีกท่านหนึ่ง เป็นนักวิชาการเกษตร ระบายความในใจไว้ดังนี้ "เรื่องการอบรม  เรื่องการพัฒนาพนักงานมีแต่ตำแหน่งเดิม ๆ เช่น ปลัด คลัง ช่าง วิเคราะห์ จัดเก็บ ธุรการ พัสดุ ศึกษา แต่ไม่ยักกะมีเกษตรบ้างเลย ทำเหมือนเป็นลูกเมียเก็บ (แย่กว่าเมียน้อยอีก)  ทั้ง ๆ ที่การเกษตร เป็นอาชีพหลักของชาวบ้านเกือบทุกท้องถิ่น แต่ตำแหน่งหรืองบประมาณด้านการเกษตรกลับเป็นทางเลือกสุดท้ายของทุก ๆ เรื่อง เรื่องงบประมาณทุนการศึกษาพนักงานก็เห็นมีแต่สายปลัด คลัง ช่าง ศึกษา 4 สายงานเท่านั้น ด้านการเกษตรไม่มีในแผนของประเทศเลย แล้วจะให้พัฒนาท้องถิ่นได้อย่างไรเมื่อกระดูกสันหลังของชาติกลับไม่ได้รับการเหลียวแล ป.พิพัฒน์ มีความเห็นอย่างไร หวังว่าคงไม่เหมือนปลัดหลาย ๆ คน ที่พอเห็นคำว่าเกษตรกลับทำหน้าบอกบุญไม่รับบอกไม่สำคัญเลย  แป่ววววววววว"
          ครับนั่นเป็นส่วนหนึ่งของข้าราชการเล็ก ๆ ที่อยากระบายความรู้สึกคับข้องใจของตน ซึ่งผมได้ตอบเมล์ไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่รู้ว่ามีความคิดหรือมีความคับข้องใจดังที่น้อง ๆ ทั้งสองท่านสะท้อนหรือเปล่าครับ แต่ผมคิดว่า กรมส่งเสริมฯและสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่นน่าจะนำเสียงสะท้อนเหล่านี้ไปพิจารณาด้วยนะครับ เราได้อธิบดีกรมส่งเสริมฯคนใหม่แล้ว ก็คิดว่าน่าจะคิดใหม่ ก้าวหน้ากว่าเดิมครับ
          เช่นเดียวกันครับ วานนี้ได้มีโอกาสเจอท่านปลัดอบต.ท่านหนึ่งในเชียงใหม่นี่เองแหละ ในการรับประทานอาหารเย็นเพื่อเลี้ยงส่งเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเชียงใหม่ จำกัด ที่สอบได้เป็นข้าราชการพลเรือนสังกัดกระทรวงพาณิชย์ อีกนัยว่าถือโอกาสเลี้ยงส่งผู้เขียนล่วงหน้าในโอกาส(อาจ)จะได้โอน(ย้าย)ไปอยู่จังหวัดระยองเร็ว ๆ นี้ในฐานะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ท่านปลัดฯท่านนี้ก็ค่อนข้างจะคับข้องใจเกี่ยวกับเรื่องการฝึกอบรมเช่นเดียวกัน แต่เป็นคนละกรณีกับน้องทั้งสองข้างต้น อันนี้เป็นกรณีที่กระทรวงมหาดไทยได้คัดเลือกให้ท่านเป็นผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นในเชียงใหม่ เข้าร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น และการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา แต่เสนอขออนุญาตนายกอบต. ๆ เกษียณหนังสือลงมาว่า "ไม่อนุมัติ" ท่านค่อนข้างจะเคืองมาก จึงขออนุญาตลาป่วยเสียเลย แล้วก็เดินทางเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยเงินส่วนตัวและเสียวันลาไปหนึ่งวัน แน่นอนครับว่า ท่านปลัดฯเป็นคนที่มีความตั้งใจ และมีอุดมการณ์ที่ต้องการสะท้อนปัญหาอุปสรรคในการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่นที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันและจะยังคงดำรงอยู่ในอนาคตหากไม่มีการแก้ไข หรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ จึงได้เสียสละเวลาและเงินส่วนตัวเดินทางไปร่วมเวทีนี้ด้วยความตั้งใจ.... ผมหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพื่อต้องการสะท้อนให้ผู้มีอำนาจที่นั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นฉ่ำที่กรุงเทพฯ ว่า การที่ท่านนั่งเทียนเขียนกฎหมายให้อำนาจผู้บริหารอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด และข้าราชการส่วนท้องถิ่นไม่สามารถคานอำนาจได้เลยนั้น (เสมือนจะกลั่นแกล้งก็ไม่ปาน) ทำให้เกิดปัญหามากมาย ดังเช่นเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่อง นี่ขนาดหนังสือเชิญลงนามโดยปลัดกระทรวงมหาดไทย นายกอบต.ท่านยังไม่รู้จักใช้ดุลยพินิจเลยว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านนั้น ได้รับเกียรติอย่างสูงจากกระทรวงมหาดไทยให้เป็นผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัดให้เข้าร่วมเวทีนี้เพียงหนึ่งเดียวของจังหวัด แทนที่ท่านจะภูมิใจว่า ท่านได้ผู้ร่วมงานที่มีศักยภาพ เป็นผู้มีคุณภาพถึงขนาดกระทรวงเห็นความสำคัญ ให้เกียรติเชิญมาโดยตรง แต่นายกอบต.ท่านนี้กลับมองตรงกันข้าม ไม่ยินดียินร้ายแล้วยังไม่อนุมัติให้เข้าร่วมเวทีดังกล่าวอีก ประหนึ่งไม่เห็นปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่ในสายตา เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ เรื่องนี้ ซึ่งไม่นับรวมถึงเรื่องที่ใหญ่กว่านี้ ดังที่เป็นข่าวอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง การเรียกรับเงินจากผู้บรรจุใหม่ จากผู้ขอโอน(ย้าย) ซีละแสน ,การกลั่นแกล้งไม่ผ่านทดลองงาน, การเรียกรับเงินโบนัสของข้าราชการ,การไม่เลื่อนขั้นเงินเดือน,ไม่ผ่านประเมินเลื่อนระดับ,การไม่ชอบหน้า เพราะข้าราชการไม่ยอมสนองตัณหาด้วยการจับแขวนไปไว้ที่จังหวัดบ้าง ที่อำเภอบ้าง หรือประจำอบต.บ้าง, ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นและดำรงอยู่ในปัจจุบันร้อยละ ๘๐ ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล และอบต. ทุกวันนี้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นอยู่อย่างหน้าชื่นอกตรม บ่มความทุกข์ไว้ในอก พร่ำบ่นให้ใครฟังก็เสมือนนำความภายในมาสาวใส้ให้กากิน ส่วนใหญ่จึงได้แต่อดทน ทนอยู่กับการใช้อำนาจที่เกินเลยของบรรดาท่าน ๆ ที่กฎหมายให้อำนาจอย่างล้นฟ้า ดังเสียงสะท้อนอีกหนึ่งเสียงจากน้องคนหนึ่งที่เป็นบุคลากรสะท้อนมาดังนี้   "สวัสดีค่ะ ป. หนูเป็นเจ้าหนาที่บุคลากรอยู่นะค่ะ ตอนนี้เครียดมาเลย เพราะเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุก่อสร้างถนนคอนกรีต อบต.ดำเนินการจัดซื้อวัสดุเอง โดยจ้างแรงงานในพื้นที่ พอพวกเราออกไปตรวจงานแล้ว วัสดุอุปกรณ์เขาไปเอาไปทำแล้วค่ะ แล้วให้พวกเราเซ็นรับว่าครบ ก็ทำบันทึกแล้ว แต่บันทึกก็ถูกให้แก้ไขแล้วแก้ไขอีก ทั้งคำขู่ในเรื่องวินัย โดนกลั่นแกล้งการประเมินขั้น ทำงานทั้งปี ได้ 1 ขั้น แต่คนที่พึ่งย้ายมาเดือน พ.ค. ก็ได้ 1 ขั้น ตอนนี้เขาจะให้พวกหนูรับว่าครบ ป.ว่าพวกหนูจะทำยังไงดีค่ะ ปลัดฯก็ไปทางโน้นแล้วขู่ว่าจะเล่นวินัยเลย อยากจะร้องไห้ ให้ดังๆ เลยค่ะ ความดีไม่สามารถทำให้คนเราอยู่ได้เหรอค่ะ"    ก็ฝากสำหรับท่าน ๆ ทั้งหลายที่มีอำนาจและหน้าที่ไม่ว่าจะเป็น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรรมการกลางข้าราชการ/พนักงานส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย คณะกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบล/พนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ฯลฯ ได้ช่วยกันคิดพิจารณาดำเนินการแก้ไขให้มีการนำหลักนิติธรรม หรือหลักนิติรัฐ หรือ หลักธรรมาภิบาล และหลักคุณธรรม มาใช้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร่งด่วนเถิดครับ หากพวกเราไม่เช็ดถูปัดกวาดบ้านของตนเองให้สะอาดน่าอยู่น่าอาศัย ไฉนเลยจะวิงวอน ให้ข้าราชการพลเรือนทั้งข้าราชการครู ข้าราชการสาธารณสุข เขามาอยู่กับเราได้ละครับ จริงไหม.

 

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๑

(หมายเหตุ.- ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมคุยหรือแสเนอแนะกับคอลัมน์นี้โดยส่งจดหมายมาทางอีเมล์ phiphatw@hotmail.com)

พิมพ์บทความนี้ เป็นไฟล์ pdf คลิกที่นี่

อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลัง คลิกที่นี่

 

สนับสนุนโดย...

 

 

 

Web Design Factory
web-design-factory.net