"พนักงานส่วนตำบลดีเด่น"
สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....วันก่อนได้ชวนคุยเกี่ยวกับปลัดอบต.ในฐานะที่เป็นปลัดอบต.ด้วยกันเอง รู้และเข้าใจถึงสภาพความลำบากของท่านปลัดฯหลาย ๆ ท่านเป็นอย่างดีครับ โดยเฉพาะที่ปัจจุบันทุกอบต. ผู้บริหารคือนายกอบต.มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อำนาจทุกอย่างไปอยู่ที่บุคคลเพียงคนเดียว อาจทำให้หลาย ๆ ท่านหนักใจกับการทำงานมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ สำหรับน้อง ๆ ที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นในตำแหน่งอื่น ๆ หากเจอท่านปลัดฯที่ดูแลเอาใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชา ปกป้อง รับผิดและรับชอบ ก็อย่าปล่อยให้ท่านได้ต่อสู้เพียงลำพังละครับ ควรดูแลเอาใจใส่ผู้บังคับบัญชาของท่านด้วย แต่หากเจอปลัดอบต.ประเภทที่หลายท่านระบายความในใจไว้ ก็ต้องบอกว่าขอให้ "ทำใจ"ครับ
วันนี้ อยากชวนคุยเกี่ยวกับการคัดเลือกพนักงานส่วนตำบลดีเด่นครับ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา สมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) ได้จัดโครงการมอบรางวัลแก่พนักงานส่วนตำบลดีเด่นรายจังหวัด เป็นครั้งแรก โดยมีการมอบรางวัลให้แก่พนักงานส่วนตำบล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างที่ได้รับคัดเลือกแต่ละจังหวัด (ยกเว้นบางจังหวัด ขอสละสิทธิ์) ในงานสัมมนาเชิงวิชาการประจำปีของสมาคม ที่โรงแรมโลตัสปางสวนแก้ว อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ โดยมีนายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ในขณะนั้น) ให้เกียรติเดินทางมามอบรางวัลนี้ด้วยตนเอง ซึ่งนับว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดีต่อวงการพนักงานส่วนตำบล (หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นในอบต.) และเป็นขวัญกำลังใจแก่ผู้มีความมานะอุตสาหะ มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่จนเป็นที่ประจักษ์แก่บุคคลทั่วไป โดยเฉพาะภายในจังหวัดที่ตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ อีกทั้งเป็นการเริ่มต้นของความร่วมแรงร่วมใจของข้าราชการ พนักงาน และลูกจ้าง ในองค์การบริหารส่วนตำบล ในอันที่จะยกย่องเชิดชูเกียรติซึ่งกันและกัน รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับรู้และเข้าใจในบทบาท อำนาจ หน้าที่ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ในสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล และสุดท้ายเป็นการกระตุ้นให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต่อการส่งเสริม และพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้ตระหนักในการดูแลให้บุคลากรท้องถิ่นได้มีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ.....
ผ่านไปแล้วหนึ่งปี ผมไม่ทราบว่า พนักงานส่วนตำบล ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง ที่ได้รับรางวัลในวันนั้น ได้รับการดูแลเอาใจใส่หรือให้กำลังใจอย่างไรบ้างจากหน่วยงานที่กำกับดูแลก็ดี หน่วยงานต้นสังกัดก็ดี หรือเพื่อนร่วมงาน หรือผู้บังคับบัญชาโดยตรง โดยเฉพาะการที่สมาคมฯ มีความตั้งใจว่า ผู้ได้รับรางวัลเหล่านั้นจะได้รับการพิจารณาให้ความดีความชอบในการเลื่อนขั้นประจำปีอย่างน้อย หนึ่งขั้นครึ่ง ถึงสองขั้น ซึ่งบทบาทนี้ สมาคมฯ ควรจะมีการติดตามหรือเยี่ยมเยียนให้กำลังใจแก่บุคคลเหล่านี้ รวมทั้งนำเกียรติประวัติ ผลงาน แนวคิด และคติพจน์ของท่านเหล่านั้น ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่จนได้รับการยกย่อง มาเผยแพร่ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าในรูปแบบใด เช่น ในเว็บไซต์ของสมาคมฯเอง (ซึ่งไม่ค่อยมีการอัพเดรสข้อมูลให้เกิดประโยชน์ต่อมวลสมาชิกสักเท่าใด) หรือการจัดทำหนังสือเกียรติประวัติของท่านเหล่านั้น เผยแพร่ให้พนักงานส่วนตำบล หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่นประเภทได้นำมาเป็นแบบอย่าง (หนึ่งปีที่ผ่านมา ยังไม่เห็น) เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ก็จะทำให้รางวัลที่สมาคมฯมีจุดมุ่งหมายให้เป็นรางวัลที่ทรงเกียรตินี้ ได้รับการยอมรับและให้ความสำคัญจากพนักงานส่วนตำบลทั่วประเทศ รวมทั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นประเภทอื่น ๆ ด้วย
สำหรับในปี พ.ศ. ๒๕๕๑ ทราบข่าวมาว่า สมาคมฯ อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์ใหม่โดยการปรับปรุงจากหลักเกณฑ์เดิมและคาดว่าจะมีการมอบรางวัลนี้ ในช่วงที่มีการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการประจำปีของสมาคมฯ ในช่วงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๑ นี้ (สำหรับสถานที่ทราบมาว่า อาจเป็นจังหวัดอุบลราชธานี) ดังนั้น ในฐานะเป็นพนักงานส่วนตำบลคนหนึ่ง ที่ปฏิบัติหน้าที่มานานกว่าสิบปี อยู่มาหลายอำเภอหลายอบต. ได้รับทราบปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานส่วนตำบลมากมายเกินที่จะสาธยายได้หมด แต่หากท่านเป็นพนักงานส่วนตำบลมานานกว่าสิบปี คงพอจะทราบและเข้าใจถึงความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ของพวกเรากันเองได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมายที่เราไม่ได้เป็นคนกำหนด (และไม่มีโอกาสแม้แต่จะร่างหรือเสนอความคิดเห็น) และให้ถูกใจผู้บังคับบัญชา รวมทั้งทันใจประชาชนเจ้าของงบประมาณ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับพนักงานส่วนตำบลที่ไม่มีกฎหมายใดที่จะเห็นใจข้าราชการส่วนท้องถิ่นเล็ก ๆ อย่างเช่น พนักงานส่วนตำบล โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยงาน ที่กฎหมายกำหนดให้เป็น แต่ไม่ได้ให้อำนาจ หรืออาญาสิทธิ์ใด ๆ ซึ่งมีหลายคนเปรียบว่า ให้แต่ดาบที่อยู่ในฝักและปิดกุญแจไว้ โดยมิได้ให้ลูกกุญแจด้วย ฉะนั้น การคัดเลือกพนักงานส่วนตำบลดีเด่น (ซึ่งหมายรวมถึงลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างด้วย) จึงควรมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน สามารถคัดเลือกหรือเฟ้นหา พนักงานส่วนตำบลที่ดีเด่นจริง ๆ โดยได้รับการยอมรับจากเพื่อน ๆ พนักงานส่วนตำบลในจังหวัดนั้น ๆ ด้วย มิใช่ได้รับการการยอมรับเฉพาะคณะกรรมการฯ ที่สมาคมฯ ขอร้องให้ ก.อบต.จังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นผู้พิจารณาดังเช่นปีที่ผ่านมา โดยเป็นการร้องขอ ซึ่งไม่ได้ให้ค่าตอบแทนอะไรแก่ผู้ที่เป็นคณะกรรมการฯ ดังนั้น ผลที่ปรากฎออกมา จึงได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมาก ถึงหลักเกณฑ์และวิธีการที่สมาคมฯได้กำหนดออกมา แต่ก็พอจะเข้าใจสมาคมฯอยู่บ้างว่า ณ วันนั้น สมาคมฯ มิได้มีเงินทองในการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว แต่ปัจจุบันเมื่อสมาคมฯพอจะมีเงินสำหรับการดำเนินการโครงการนี้ หากสมาคมฯอยากให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลอย่างแท้จริง สมาคมฯควรต้องออกเงินเป็นค่าใช้จ่ายบ้าง และควรกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนกว่าเดิม โดยผมอยากจะเสนอเป็นข้อเสนอแนะเท่านั้น ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นข้อเสนอแนะจากปลัดอบต.หลาย ๆ ท่านได้ฝากมา ดังนี้
(๑) ประเภทพนักงานส่วนตำบลดีเด่น ควรมีกำหนดประเภท ให้คล้ายคลึงกับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่น หรือรางวัลที่ให้แก่บุคคลดีเด่นอื่น ๆ เช่น รางวัลศิลปินแห่งชาติ โดยอาจจัดประเภทว่า เป็นพนักงานส่วนตำบลดีเด่นด้านใด เช่น การปฏิบัติหน้าที่ดีเด่น การช่วยเหลือสังคมดีเด่น การเสียสละ การปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงภัย เป็นต้น
(๒) ชนิดของรางวัล ควรเป็นรางวัลระดับจังหวัด ระดับภาค และระดับประเทศ เพื่อให้เกิดความหลากหลายและภาคภูมิใจ โดยระดับภาคและระดับประเทศควรให้มีน้อยรายและควรได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ เช่น อาจได้รับเงินรางวัลด้วย
(๓) คณะกรรมการคัดเลือก ระดับจังหวัด ควรให้พนักงานส่วนตำบลหรือปลัดอบต.ที่ดำรงตำแหน่ง ก.อบต.จังหวัด ร่วมเป็นคณะกรรมการฯ โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิอาจต้องมาจากสถาบันการศึกษาในจังหวัดนั้น ๆ ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย และควรมีค่าตอบแทนให้คณะกรรมการคัดเลือกด้วย สำหรับระดับภาคและระดับประเทศ คณะกรรมการสมาคมฯ ควรเป็นผู้แต่งตั้งเอง โดยควรมีตัวแทนจากกรรมการสมาคมฯ ตัวแทนจากสมาคมข้าราชการพลเรือน ตัวแทนจากผู้ทรงคุณวุฒิในก.อบต. (ก.กลาง) และตัวแทนจากสถาบันการศึกษาที่เป็นที่ยอมรับ โดยคณะกรรมการชุดนี้ก็ควรมีค่าตอบแทนด้วยเช่นกัน แต่จะมากน้อยเพียงใดนั้น อยู่ในความเหมาะสมกับภารกิจ ทั้งนี้ ในระดับจังหวัด คณะกรรมการสมาคมฯ ควรมอบหมายให้กรรมการสมาคมฯ ซึ่งมีอยู่ทุกภูมิภาคเข้าไปช่วยติดตาม เร่งรัดดำเนินการ และให้กำลังใจก็จะทำให้งานประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้นครับ
(๔) เมื่อได้คัดเลือกแล้ว ควรมีการแถลงข่าวและประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนรับทราบ เพื่อเป็นการยกย่องและให้เกียรติ รวมทั้งควรจัดพิมพ์ประวัติโดยย่อ และเกียรติประวัติของผู้ได้รับรางวัลพนักงานส่วนตำบลดีเด่นระดับภาคและระดับประเทศ แจกจ่ายแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนาในวันจัดประชุมสัมมนาเชิงวิชาการประจำปีของสมาคมฯด้วย
(๕) คณะกรรมการสมาคมฯ โดยเฉพาะ ท่านที่เป็นตัวแทน ก.อบต. ควรนำเสนอ ก.อบต.พิจารณากำหนดออกมาเป็นหลักเกณฑ์ว่า กรณีพนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำ ท่านใด ได้รับรางวัลในระดับภาคและระดับประเทศ ให้อบต.ต้นสังกัด สั่งให้ผู้นั้นได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือน ๒ ขั้นเป็นกรณีพิเศษ จากขั้นปกติ หรือการพิจารณาปกติที่มีหลักเกณฑ์อยู่แล้ว เพื่อให้รางวัลนี้มีความศักดิ์สิทธิ์และภาคภูมิใจด้วย
(๖) สำหรับผู้มอบเข็มเชิดชูเกียรติหรือรางวัล เมื่อครั้งแรกเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว เห็นควรเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเช่นเดิม หรืออย่างน้อยควรเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการฯที่รับผิดชอบงานท้องถิ่น เป็นประธานฯในการมอบรางวัล เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ
ข้อเสนอแนะข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเห็นและข้อบกพร่องของการดำเินินการที่มองเห็นจากปีที่ผ่านมา ส่วนสมาคมฯจะพิจารณาอย่างไร ก็ยังเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการสมาคมฯซึ่งประกอบด้วย ท่านปลัดอบต. ปลัดเทศบาล หน.ส่วนราชการ หลายส่วน ซึ่งเป็นผู้ทรงความรู้และประสบการณ์ทั้งสิ้น คงจะได้ร่วมกันพินิจพิจารณาให้รอบคอบ เพื่อให้รางวัลนี้เป็นรางวัลที่ทรงคุณค่าอย่างแท้จริง มิใช่เป็นการมอบเพื่อดูโก้เก๋ หรือเพื่อให้ผ่านเลยไปโดยเสมือนหนึ่งว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นดังเช่นปีที่ผ่านมา หากข้อเสนอแนะข้างต้น ได้กระทบกระเทือนท่านใด ทางผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย เพราะไม่มีเจตนาสร้างความแตกแยกหรือเพื่อให้ลดทอนกำลังใจของคณะกรรมการสมาคมฯ แต่ประการใด เพียงแต่เห็นว่า สมควรแสดงความเห็นบ้าง ในฐานะผู้ติดตามผลการดำเนินงานของสมาคมฯมาโดยตลอดครับ
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑