"การใช้วุฒิป.โทลดระยะเวลา"

         สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน...เป็นอย่างไรกันบ้างครับ หลายท่านคงได้ไปทำบุญ ทำกุศล เนื่องในวิสาขบูชากันถ้วนหน้าใช่ไหมครับ วันวิสาขบูชาปีนี้ อยู่ในบรรยากาศที่ครื้มฟ้าครื้มฝน หลายพื้นที่ฝนตกติดต่อกันอยู่หลายวัน หลายพื้นที่ฝนตกพร่ำ ๆ ทำให้อากาศที่ร้อนอบอ้าวมานาน ลดอุณหภูมิลงไปได้มากทีเดียว แต่ก็เป็นที่น่าเศร้าใจสำหรับเหตุการณ์ใหญ่ ๆ ของภัยธรรมชาติในช่วงนี้ ๒ เหตุการณ์ นั่นคือ เหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิส ถล่มพม่าเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ณ วันนี้ รัฐบาลทหารพม่าออกมายอมรับแล้วว่ามีคนตายแล้ว สี่หมื่นกว่าคน และสูญหายอีกกว่า ห้าหมื่นกว่าคน รวมแล้วน่าจะมีคนตายและสูญหาย (ตายไม่พบศพ) ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ คน เป็นโศกนาฎกรรมที่ร้ายแรงที่สุดของพม่า ยิ่งใหญ่กว่าสึนามิเมื่อปลายปี ๒๕๔๖ ที่เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ ปัจจุบันรัฐบาลทหารพม่าก็ยินยอมให้นานาชาติ โดยเฉพาะอาเซียนเข้าไปช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์บ้างแล้ว แต่ก็ถือว่าช้ามาก ทำให้มีการสันนิษฐานว่า อาจมีคนตายเพิ่มจากการอดอยาก และล้มป่วยอีกหลายหมื่นคนทีเดียว อีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือ เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด ๗.๙ ริกเตอร์ ที่มณฑลเสฉวนของประเทศจีน ก็นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของจีนอีกครั้งหนึ่ง โดยรัฐบาลจีนคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตประมาณ ๓๐,๐๐๐ คน ไร้ที่อยู่อาศัยประมาณ ๕ ล้านคน นับว่าเป็นเหตุการณ์ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในเอเซียที่ใกล้ตัวเมืองไทยมากที่สุด ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้คงจะไม่เกิดขึ้นในเมืองไทย แม้ว่า จะมีการออกมาเตือนเรื่องแผ่นดินไหวในเขตภาคเหนือโดยเฉพาะเชียงใหม่และเชียงรายก็ตาม ถึงอย่างไรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเรา ก็ควรเตรียมการเอาไว้บ้างก็ดีครับ โดยเฉพาะการเตรียมบุคลากรสำหรับการกู้ภัยหรือช่วยเหลือประชาชนในภาวะเกิดภัยแผ่นดินไหว ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่เห็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะมีโครงการอะไรที่เป็นการบูรณาการณ์ร่วมกันระหว่างส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น กรณีที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมเสียที ทั้งที่ กรมฯนี้ก็เกิดขึ้นมากว่า ๕ ปีแล้ว หวังว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่า และจีน ในเดือนนี้ จะเป็นเหตุการณ์ที่กระตุ้นให้ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองได้มีความตระหนักในการรับมือกับภัยธรรมชาติ ที่กำลังคืบคลานเข้าใกล้เมืองไทยมาทุกขณะ....
          วันนี้ ตั้งใจคุยเกี่ยวกับเรื่องการใช้วุฒิปริญญาโทมาลดระยะเวลาเทียบประสบการณ์สำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่น สายบริหารครับ ช่วงนี้ เข้าใจว่ามีเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นไม่ว่าตำแหน่ง ปลัดอบต. ปลัดเทศบาล รองปลัดฯ หัวหน้าส่วน/ผอ.กอง คลัง ช่าง สำนักงานปลัดฯ ฯลฯ ระดับ ๖ และระดับ ๗ อยู่ระหว่างการสมัครสอบคัดเลือกเพื่อเลื่อนระดับสูงขึ้น ในระดับ ๗ และระดับ ๘ โดยเทศบาลจะมีการสอบพร้อมกันทั่วประเทศปลายเดือนนี้ และสำหรับอบต.จะมีการสอบวันที่ ๑๔ มิ.ย.นี้ ท่านที่มีคุณสมบัติครบ ระยะเวลาครบ (๔ ปี) ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก เพียงแต่ว่า ต้องแน่ใจว่า ผู้บริหารในอบต.หรือเทศบาลท่าน มีความต้องการหรือเห็นชอบให้ท่านเลื่อนระดับขึ้นดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นหรือไม่ เพราะหากผู้บริหารไม่เห็นชอบ หรือไม่ชอบใจท่าน อาจด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ท่านอาจพลาดตำแหน่งนั้นก็เป็นไปได้ เพราะการเปิดสอบก็เป็นการเปิดเป็นการทั่วไป มิได้จำกัดเฉพาะคนในอบต.หรือเทศบาลที่ท่านสังกัดเท่านั้นที่สามารถมาสมัครสอบได้ ข้อนี้เข้าใจว่าทุกท่านคงรู้และเข้าใจดี เพราะที่ผ่านมาก็มีหลายจังหวัด หลายอบต. หลายเทศบาล ที่ผู้ที่อยู่ในอบต.หรือเทศบาลนั้น ๆ สอบไม่ได้แต่กลับได้บุคคลที่อยู่นอกพื้นที่แทน ข้อนี้ก็โทษใครไม่ได้ครับ เพราะหลักเกณฑ์ออกมาเช่นนั้น เมื่อกฎหมายเปิดช่องไว้ เราไม่ช่วยกันทักท้วงหรือแก้ไขปล่อยให้มีช่องโหว่ไว้ ก็เป็นโทษต่อพวกเราเอง คงโทษใครไม่ได้ครับ แต่สำหรับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งไม่ครบถ้วน แต่มีความประสงค์ใช้วุฒิปริญญาโทมาเทียบประสบการณ์เพื่อขอลดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งจากเดิม ๔ ปี เหลือ ๓ ปีนั้น คงต้องทำอยู่หลายขั้นตอนครับ ซึ่งก็ต้องอยู่ที่ คณะกรรมการพนักงานส่วนตำบล/เทศบาล ประจำจังหวัด หรือ ก.อบต.จังหวัด/ก.ท.จังหวัด ว่าจะช่วยเหลือหรือเร่งรัดให้มากน้อยเพียงใด แต่ส่วนตัวแล้วไม่เห็นด้วยเลยหากมีการช่วยเหลือกันโดยมีปัจจัยอื่นเข้ามาเป็นตัวแปร ซึ่งเท่าที่ทราบมีอยู่หลายจังหวัดครับ แม้ว่าเราจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เมื่อมีคนมีน้ำจิตช่วยเหลือเร่งรัดให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เราก็มีน้ำใจตอบแทนบ้าง แต่หากเรามองให้ลึก ๆ แล้ว คณะกรรมการฯชุดต่าง ๆ เรามิได้ไปบีบบังคับหรือขู่เข็ญให้มาทำหน้าที่ตรงนี้ ส่วนใหญ่อาสาเข้ามา และมาด้วยความเต็มใจ ดังนั้น ในเมื่อเป็นหน้าที่แล้วก็ควรทำหน้าที่ให้ดีที่สุดและเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อคนในองค์กรให้มากที่สุด มิใช่มาใช้ตำแหน่งหน้าที่แสวงหาผลประโยชน์ดังที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัด
          สำหรับท่านที่ใช้วุฒิปริญญาโทมาขอใช้ลดระยะเวลา และได้รับหนังสือรับรองจากสำนักงานเลขานุการก.ท.หรือ ก.อบต. เรียบร้อยแล้ว มีสำนักงานเลขานุการ ก.อบต./ก.ท. จังหวัด หลายแห่งเข้าใจผิดว่า จะต้องใช้ภายในระยะเวลานั้น ระยะเวลานี้ และต้องใช้ หากไม่ใช่ก็หมดสิทธิ์ที่จะเข้าสอบ อย่างเช่น มีปลัดเทศบาลท่านหนึ่งในจังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้รับหนังสือรับรองจากสำนักงานเลขานุการ ก.ท.เรียบร้อยแล้วให้สามารถใช้ปริญญาโทมาลดระยะเวลาได้ แต่เนื่องจากมีเหตุขัดข้องหลายอย่าง ทำให้ปลัดเทศบาลท่านนี้ ไม่สามารถใช้หนังสือรับรองมาลดระยะเวลาในช่วงเวลานั้นได้ จึงได้รอมาจนถึงปีนี้ ครบเวลา ๔ ปีพอดี ก็เลยตัดสินใจ ไม่ใช้วุฒิปริญญาโทมาลดระยะเวลา แต่พอปรึกษากับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบงานบุคคลของท้องถิ่นระดับจังหวัด ปรากฎว่า ได้รับคำแนะนำว่า หากไม่ใช้ก็ไม่สามารถสอบคัดเลือกได้ และจะหมดสิทธิ์ในการใช้ ทำให้ปลัดฯท่านนี้ หนักใจมาก จนกระทั่งตัดสินใจสอบถามไปยังกรมส่งเสริมฯ ซึ่งได้รับคำตอบว่า การขอหนังสือรับรองกับการใช้เป็นคนละเรื่องกัน เมื่อได้หนังสือรับรองแล้ว จะใช้หรือไม่ใช้ก็เป็นสิทธิ์ของเราเอง สุดท้ายเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นจังหวัดท่านนี้ก็ต้องยอมรับกับเรื่องนี้ว่าตนวินิจฉัยผิด (ไม่ได้ยอมรับว่าผิด) ดังนั้น ก็ให้ท่านปลัดอบต./เทศบาล หัวหน้าส่วน/ผอ.กอง ทุกท่านสบายใจได้ ว่าหนังสือรับรองเมื่อขอแล้ว จะใช้หรือไม่ใช้ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน หากสงสัยให้โทรสอบถามผอ.ชนินทร์ ราชมณี ได้ทันทีครับ
         ที่นำมาคุยในวันนี้ ก็ต้องการสะท้อนให้เห็นว่า การวินิจฉัยในเรื่องบริหารงานบุคคลนั้น มีข้อผิดพลาดอยู่จริง นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งตัวอย่างเท่านั้น ๗๕ จังหวัด ก็ ๗๕ มาตรฐาน ๗๕ ดุลยพินิจ มีข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลายสิบคนที่พลาดโอกาสในเรื่องการบริหารงานบุคคลที่ต้องเสียสิทธิที่ไม่พึงเสีย แต่ก็ต้องเสียไปเพราะการใช้ดุลยพินิจหรือข้อแนะนำที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ในสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดบางท่าน อีกตัวอย่างหนึ่ง มีข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวนหนึ่ง ในจังหวัดหนึ่ง ได้รับการบรรจุแต่งตั้ง โดย ก.จังหวัดมีมติเห็นชอบใช้ อบต./เทศบาล ใช้บัญชีมาบรรจุแต่งตั้ง มีมติเืดือนพฤศจิกายน แต่ให้มีผลบรรจุแต่งตั้งในวันที่ ๓ ธันวาคม เพียงแค่มองว่า วันที่ ๑ และ ๒ ธันวาคมนั้น เป็นวันหยุดราชการ ซึ่งความจริง ก.จังหวัดสามารถมีมติให้บรรจุในวันที่ ๑ ธันวาคม หรือวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ได้ แต่ให้ไปรายงานตัวในวันที่ ๓ ธันวาคมก็ยังได้ ซึ่งข้าราชการพลเรือนบ่อยครั้งก็มีมติเช่นนี้ ผลเป็นอย่างไรรู้ไหมครับ ผลก็คือ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจำนวนนี้ หมดสิทธิ์ได้รับการประเมินเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนในวันที่ ๑ เมษายนครับ เพราะทำงานไม่ครบตามหลักเกณฑ์คือ ๔ เดือน (ขาดแค่ ๒ วัน) และเข้าใจว่าหมดสิทธิ์ได้รับโบนัสปีนั้นด้วยครับ เพราะตามหลักเกณฑ์การจ่ายโบนัสต้องมีการเลื่อนขั้น ๒ ครั้งรวมทั้งปีต้องได้ ๑ ขั้นครับ นี่จึงเป็นความจงใจหรือเป็นความไม่รู้ หรือนึกไม่ถึงของสำนักงานเลขานุการก.จังหวัดหรือไม่ ไม่มีคำตอบครับ แต่ท่านอาจเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มในระหว่างปีหรือไม่ต้องจ่ายเงินค่าโบนัส ทำให้ราชการได้ประโยชน์ ก็จริงครับ เพราะฉะนั้นแล้ว ในความเห็นส่วนตัวผมเห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสนับสนุน แนวคิด การแยกงานบริหารบุคคลส่วนท้องถิ่นออกจากงานส่งเสริมและพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นนั้น ต้องให้คนท้องถิ่น หรือคนที่มีความรู้ มีความเข้าใจ และมีความศรัทธาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาดำเนินการเอง ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจึงจะได้รับความเป็นธรรม และมีความเสมอภาคกัน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มิใช่ต่างคนต่างเดินเหมือนเช่นทุกวันนี้.....
        
 
          
.
     

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑
 

 

(หมายเหตุ.- เนื่องจากที่ผ่านมาคอลัมน์นี้มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นหลากหลาย ใช้คำที่สุภาพบ้าง คำที่เสียดสีบ้าง และบางความเห็นเป็นการโต้แย้งระหว่างกัน ทำให้อาจเกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นได้ ทางทีมงานไม่สามารถควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง เกรงจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ จึงขออภัยทุกท่านที่จำเป็นต้องปิดในส่วนที่แสดงความคิดเห็น แต่ท่านสามารถส่งข้อคิดเห็นของท่านมายังทีมงานที่อีเมล์ admin@thailocalgov.com หรือที่ป.พิพัฒน์โดยตรง ที่ phiphatw@hotmail.com หรือจะแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดเสวนาทั่วไปหรือเว็บบร์อดเสวนาบริหารงานบุคคลก็ได้ครับ)

 

อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง

  คลิกที่นี่

 

Web Design Factory
web-design-factory.net