"ข้าราชการส่วนท้องถิ่น"
สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....วันนี้อยากเชิญชวนมาชวนคุยเกี่ยวกับพวกเราครับ นั่นก็คือสถานะของพวกเราตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ ที่บัญญัติคำว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" แทนคำว่า "พนักงานส่วนท้องถิ่น" ตามรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ทำไมต้องกล่าวถึงหรือชวนคุยเรื่องนี้ ก็เนื่องจาก มีพวกเราหลาย ๆ คน บ่นออกมาว่า เอ....? ในเมื่อรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐ บัญญัติให้ พวกเราเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นแล้ว พวกเราจะสามารถใ้ช้ได้เลยหรือไม่ หากใช้ได้แล้วทำไมกรมส่งเสริมฯ เวลามีหนังสือสั่งการมาจึงยังคงใช้คำว่า พนักงานส่วนท้องถิ่น อยู่อีกล่ะ ฉะนั้น เมื่อไหร่พวกเราถึงจะได้ใช้คำว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" เสียทีละ
ผมเข้าใจความรู้สึกอัดอั้นตันใจของพวกเราครับ ที่มีความรู้สึกว่า พวกเราด้อยศักดิ์และเกียรติกว่าข้าราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค จากมุมมองของข้าราชการบางท่าน โดยเฉพาะกรณีมีหน่วยงานราชการบางหน่วยงาน ได้เปิดสอบข้าราชการเป็นการทั่วไป ซึ่งทราบว่า การสมัครสอบต้องมีข้าราชการเซ็นต์รับรองความประพฤติ ปรากฎว่า หน่วยงานราชการนั้น กำหนดยกเว้นพนักงานส่วนตำบล หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นไว้ ทำให้หลายท่าน รู้สึกว่า หน่วยงานราชการนั้น ดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งที่หน่วยงานนั้นยังต้องอาศัยอบต.และเทศบาลช่วยอุดหนุนงบประมาณในกิจกรรมระดับพื้นที่ปีหนึ่ง ๆ รวมกันแล้วหลายร้อยล้านบาท เมื่อผมได้รับทราบก็รู้สึกไม่สบายใจ และรู้สึกเช่นเดียวกับทุกท่านครับ ที่ได้อ่านเจอเรื่องดังกล่าว แม้นว่า การใช้คำว่า พนักงานส่วนตำบล หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงให้สภาพความเป็นอยู่ หรือวิถีชีวิตของพวกเรา เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แต่ก็เป็นเรื่องของความรู้สึกภูมิใจลึก ๆ ของพวกเรา หรือความรู้สึกลึก ๆ ของบุคคลภายนอกที่มองเข้ามายังพวกเราครับ และเป็นค่านิยมของสังคมไทยที่ให้ความสำคัญของชื่อมากกว่า สาระหรือแก่นของเรื่องครับ
ตามรัฐธรรมนูญพ.ศ. ๒๕๕๐ ได้รับรองสถานะของพวกเราไปเรียบร้อยแล้ว เราสามารถใช้คำว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" ได้ทันทีครับ ดังคำรับรองที่ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (นายวสันต์ วรรณวโรทร) ได้กล่าวไว้เมื่อครั้งที่เป็นวิทยากรในงาน "พนักงานส่วนตำบล สร้างสัมพันธ์ สานสายใย สู่ภาคใต้" ของสมาคมพนักงานส่วนตำบล เมื่อปลายเดือนตุลาคม ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา แต่ที่ กรมส่งเสริมฯหรือหน่วยงานราชการอื่น ๆ ยังไม่เรียกพวกเราว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" นั้น ก็เนื่องจาก กฎหมายรอง ๆ ลงมา คือ พระราชบัญญัติจัดตั้งก็ดี พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นก็ดี ยังมิได้มีการแก้ไขถ้อยคำให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญครับ ดังนั้น การที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ จะใช้คำว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" หรือ ข้าราชการส่วนตำบล ข้าราชการเทศบาล (ตามที่รองฯ วสันต์ ได้กล่าวไว้ว่า อาจจะใช้คำนี้แทนพนักงานส่วนตำบล หรือ พนักงานเทศบาล) จึงต้องรอแก้ไขพระราชบัญญัติเหล่านั้นด้วยครับ
ในความเห็นของผมแล้ว เห็นด้วยที่จะใช้คำว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" กับ พนักงานส่วนตำบล พนักงานเทศบาล พนักงานเมืองพัทยา และข้าราชการอบจ.ครับ ไม่ควรไปแยกอีกว่า ข้าราชการส่วนตำบล ข้าราชการเทศบาล ข้าราชการอบจ. ข้าราชการเมืองพัทยา เหตุผลเพราะ หนึ่งรัฐธรรมนูญมิได้แยกประเภทของข้าราชการส่วนท้องถิ่นครับ แต่ใช้คำรวม ๆ เรียกเหมือนกัน สองเมื่อกระทรวงมหาดไทยมีความประสงค์ต้องการมิให้เกิดความแตกต่างกันในแนวทางปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีการรวมระเบียบที่บังคับใช้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ใช้ฉบับเดียวกัน หากใช้คำเดียวกันจึงสะดวกอย่างยิ่งในการให้คำนิยามในระเบียบต่าง ๆ ครับ สามในเมื่อกระทรวงมหาดไทยโดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะกรรมการก.กลางของ อบต.ก็ดี อบจ.ก็ดี หรือเทศบาลก็ตาม มีความประสงค์ให้รวมก.กลาง และก.จังหวัด เป็นก.เดียวกัน รวมตลอดไปจนถึงให้มีมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเหมือนเดียวกัน สามารถโอน (ย้าย) หรือโยกย้ายไปมาระหว่างกันได้โดยง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้น มีเหตุผลใดที่ต้องบัญญัติคำว่าให้มีความแตกต่างกันอีก เพียงแต่เราสามารถใช้คำว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสังกัดองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสังกัดเทศบาล และข้าราชการส่วนท้องถิ่นสังกัดเมืองพัทยา ก็จะทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งมวลมีความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มิได้เกิดความแปลกแยกในอนาคตให้คนทั่วไปกล่าวถึงอีกว่า เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นชั้นสาม ชั้นสี่ ชั้นห้า แค่เป็นข้าราชการชั้นสองอย่างเช่นที่หลายฝ่ายมองในปัจจุบันนี้ พวกเราก็รู้สึกเจ็บลึก ๆ อยู่แล้ว ใยต้องสร้างความแปลกแยกให้เกิดขึ้นซ้ำอีกครับ....
เหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด แม้นว่า เราจะเปลี่ยนมาใช้คำว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" หรือ จะยังคงใช้ "พนักงานส่วนตำบล พนักงานเทศบาล หรือพนักงานเมืองพัทยา" ก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่เป็นรูปธรรมแล้ว ผมคิดว่า การเปลี่ยนชื่อเรียกก็เป็นก้าวแรกเท่านั้นในการเปลี่ยนแปลงครับ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดน่าจะอยู่ที่ สถานภาพของพวกเราตางหากว่า พวกเราควรมีสถานภาพเช่นไร ตามที่รัฐธรรมนูญได้รองรับสถานะไว้ค่อนข้างดี แต่ใครจะผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมเท่านั้นเอง ไม่ว่า การปลดแอกจากคำว่า "ข้าราชการชั้นสอง" ให้เป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เคียงบ่าเคียงไหล่เช่นเดียวกับข้าราชการพลเรือน การกำหนดวิถีชีวิตของพวกเราเอง มิใช่ทุกอย่างต้องให้คนอื่นมากำหนดวิถีชีวิตเช่นที่ผ่านมา ไม่ว่าจะต้อง มีสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกับ สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) หรือ สำนักงานข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.) หรือ สำนักงานข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร. เป็นต้น รวมทั้ง การเบิกจ่ายตรงสำหรับ เงินเดือน ค่าจ้าง ค่าตอบแทน และสวัสดิการอื่น ๆ ได้แก่ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการค่าเช่าบ้าน และสวัสดิการค่าเล่าเรียนบุตร ดังคำกล่าวของรองฯ วสันต์ ที่มีแนวคิดนำระบบ "กงสี" มาใช้ จึงควรมีการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมโดยเร็ว สิ่งเหล่านี้ตางหาก จึงจะให้เกิดคำว่า "ข้าราชการส่วนท้ิองถิ่น" นั้น เป็นข้าราชการที่มีศักดิ์ศรีและสิทธิ์เท่าเทียมกับข้าราชการพลเรือนอย่างแท้จริง.....
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑