"ร่วมกำหนดอนาคตใหม่ของเราเอง "

สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....ผ่านไปได้ด้วยความเรียบร้อย โล่งอกสำหรับหลาย ๆ ท่านที่เฝ้าติดตามสถานการณ์บ้านเมือง ที่หลายฝ่ายเกรงว่าประวัติศาสตร์ทางการเมืองไทยจะต้องเปื้อนเลือดอีกครั้ง และแล้ว รัฐบาลก็พลิกสถานการณ์คลี่คลายเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่เหตุการณ์นองเลือด โดยปล่อยให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำมวลมหาประชาชนฝ่าด่านตำรวจไปสู่หน้าทำเนียบรัฐบาลได้อย่างไม่เสียเลือดเนื้อ และเปลี่ยนใจยินยอมให้สมาชิกวุฒิสภาเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ และให้ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีอีก ๖ คนได้ตามที่ต้องการ เพื่อลดกระแสร้อน ๆ ของการเมืองไทย โดยเฉพาะประเด็นปราสาทเขาพระวิหาร อย่างไรก็อยากฝากเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่านได้ร่วมติดตามสถานการณ์ในช่วงนี้อย่างใกล้ชิดด้วยครับ เพราะหากการเมืองของประเทศเปลี่ยน โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญหากถูกยกเลิก คำว่า "ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" ที่ยังไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายลูกอาจหลุดลอยไปด้วยก็เป็นได้ครับ.
วันนี้เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของการเมืองการปกครองประเทศไทยครับ ย้อนไปเมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ คณะราษฎร์ได้ยึดอำนาจการปกครองจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ ๗ เปลี่ยนแปลงการเมืองการปกครองไทยจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็น ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ผ่านไป ๗๖ ปี ดูเสมือนสิ่งที่คณะราษฎร์คาดหวังยังไม่สามารถบรรลุได้ครับ เพราะ ๗๕ ปีแม้ว่า จะมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น มีนายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง มีระบบการเมืองแบบ ๒ สภา หรือรัฐสภา แต่ผลผลิตที่ได้ก็อย่างที่พวกเราเห็น ๆ กันอยู่ครับว่า การเมืองการปกครองไทยย่ำอยู่กับที่มาหลายปี วนเวียนอยู่เช่นนี้คงอีกนานกว่า การเมืองการปกครองไทยจะสามารถก้าวออกจากเขาวงกตแห่งการเมืองไทยได้ แต่อย่างไรก็ตามก็อยากให้เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ถือเอาวันนี้เป็นวันเริ่มต้นที่จะคิดใหม่ทำใหม่สำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่นครับ
คิดใหม่ทำใหม่ในแนวข้าราชการส่วนท้องถิ่นหมายถึงอย่างไร ในมุมมองของผมก็หมายถึง การเปลี่ยนทัศนคติที่พวกเราคุ้นเคยแต่ในอดีตว่า การเปลี่ยนอะไร ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น หมายถึงการเปลี่่ยนแปลงที่เบื้องบนหยิบยื่นให้ เราไม่มีสิทธิที่จะทักท้วงหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้ ดังเช่น ๑๐ ปีที่ผ่านพ้น พวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องตั้งรับมาโดยตลอด ทั้งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เกือบ ๑๐ ปี เราไม่อาจเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ได้เลย ทั้ง ๆ ที่มีปัญหาและอุปสรรคมากมายที่เกิดขึ้นจากการตรากฎหมายฉบับนี้ รวมทั้งมาตรฐานทั่วไป หลักเกณฑ์ แนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของพวกเราล้วนแล้วแต่ต้องรอ รอ และรอให้เบื้องบนอันหมายถึง ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่ส่งเสริมหรือกำกับ (ควบคุม) พวกเราอยู่ ซึ่งก็อาจหมายถึง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นนั่นเอง ที่ผ่านมาพวกเราได้แต่นั่งบ่น นอนบ่น อยู่นอกรั้วแห่งอำนาจที่จะมีสิทธิในการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงใด ๆ ได้ ทั้งเรื่อง ความไม่เป็นธรรมในการสอบแข่งขัน สอบคัดเลือก เลื่อนขั้น เลื่อนระดับ การโอน(ย้าย) การลงโทษทางวินัย การฝึกอบรม สวัสดิการ ฯลฯ ที่พวกเราประสบปัญหาไปต่าง ๆ กันตามสภาพแห่งพื้นที่และองค์กร
ในช่วงเวลาที่ผ่านพ้น พวกเราอาจไม่มีโอกาสที่จะได้มีส่วนร่วมในการร่างกฎหมาย ในการปรับปรุงแก้ไข หรือร่วมเสนอแนวทางที่ควรจะเป็นสำหรับพวกเรา บัดนี้ เป็นนิมิตรหมายอันดียิ่งที่พวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั้งมวลจะมีโอกาสปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของพวกเราด้วยพวกเราเอง โดยการมีส่วนร่วมในการผลักดันจัดทำร่างกฎหมายการบริหารงานบุคคลของพวกเราเอง แม้ว่าจะไม่มีโอกาสจัดทำร่างเอง แต่เมื่อกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดยกร่างฉบับแรกขึ้นแล้ว และกฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่จัดทำกฎหมายฉบับนี้ ให้โอกาสพวกเราได้ร่วมกันปรับแก้ไขร่างฉบับนี้ ก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการกฤษฏีกาเพื่อเสนอรัฐสภาพิจารณาเห็นชอบต่อไปนั้น กรมส่งเสริมฯได้กำหนดจัดเวทีให้พวกเราร่วมแสดงความคิดเห็น แสดงความปรารถนาว่า ประเด็นใดบ้างที่พวกเราเห็นว่าเป็นปัญหา ประเด็นใดควรที่จะคงไว้ ประเด็นใดควรยกเลิก ประเด็นใดควรเพิ่มเติม ๒ - ๓๐ กรกฏาคม ๒๕๕๑ คือช่วงเวลาที่กรมส่งเสริมฯกำหนดจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ผมในฐานะปลัดอบต.เล็ก ๆ คนหนึ่งที่ผ่านร้อนผ่านหนาวกับการทำงานในอบต.มาจะครบ ๑๑ ปีในวันที่ ๑๕ กรฏาคมนี้เช่นเดียวกันกับเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นท่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นปลัดอบต. หัวหน้าส่วนการคลัง และหัวหน้าส่วนโยธา ที่ร่วมทำงานบุกเบิกอบต.มาด้วยกัน บัดนี้ ควรถึงเวลาแล้วที่พวกเราจะได้มีโอกาสได้นำปัญหาอุปสรรค ที่ผ่านเจอมาตลอดช่วง ๑๐ ปีได้เสนอให้กรมส่งเสริมฯปรับแก้ไขให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน แน่นอนว่า เพียงหนึ่งชั่วโมงที่กรมส่งเสริมฯเปิดโอกาสให้แสดงความเห็น คงไม่เพียงพอแน่สำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่นไม่น้อยกว่า ๕๐๐ คนในแต่ละแห่งที่กรมส่งเสริมฯจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น จึงอยากเสนอให้แกนนำในแต่ละจังหวัดโดยเฉพาะปลัดอบต.ที่เป็น ก.อบต.จังหวัดในแต่ละจังหวัดได้เป็นแกนนำในการจัดเวทีแสดงความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ซึ่งกรมส่งเสริมฯได้นำเผยแพร่แล้ว โดยมีการกำหนดประเด็นสำคัญ ๆ เช่น สำนักงาน ก.ถ. ควรสังกัดหน่วยงานใด คณะกรรมการ ก.ถ. ควรประกอบด้วยใครบ้าง คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม อำนาจในการบรรจุแต่งตั้ง เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง โอน(ย้าย) ควรเป็นแบบใด เป็นต้น ทั้งนี้ ควรจัดก่อนวันที่กรมส่งเสริมฯกำหนดรับฟังความเห็นในแต่ละภูมิภาคที่จังหวัดของท่านกำหนดเข้ารับฟัง เพื่อสรุปความเห็นของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดของท่าน แล้วจัดทำเป็นหนังสือยื่นต่อประธานคณะทำงานรับฟังความเห็นฯคือท่านรองวสันต์ วรรณวโรทร ในวันรับฟังความเห็นก็จะสามารถทำให้ประเด็นปัญหาต่าง ๆ นั้นครอบคลุมในสิ่งที่พวกเราเห็นว่าเป็นปัญหาและต้องการให้แก้ไข ไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ ทีมงานกลุ่มเพื่อนฯยินดีเป็นแกนกลางนำเสนอข้อคิดเห็น หรือข้อสรุปความเห็นของเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกจังหวัด โดยจะนำเสนอผ่านเว็บไซต์นี้ เพื่อให้เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นแต่ละจังหวัดได้ร่วมกันแสดงความเห็นและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ประเด็นใดที่อาจเห็นไม่ตรงกัน อาจมีการจัดสัมมนาอีกสักครั้งเพื่อร่วมกันหาจุดร่วมที่ควรจะเป็น สำหรับเสนอต่อกรมส่งเสริมฯเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่กรมฯจะสรุปปรับปรุงแก้ไข และเสนอเป็นลำดับต่อไป เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกจังหวัดสามารถส่งความเห็นแนบไฟล์มาได้ที่อีเมล์ phiphatw@hotmail.com หรือ admin@thailocalgov.com หากเป็นไปได้ไวหน่อยก็จะดียิ่งสำหรับการเผยแพร่ครับ.
สุดท้าย ฝากถึงเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ไม่ติดราชการใดได้เข้าร่วมเวทีสัมมนาเชิงวิชาการเรื่อง จากพนักงานส่วนตำบล...ก้าวสู่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ณ โรงแรมอุบลอินเตอร์เนชั่นแนล (เนวาด้าแกรนด์) อำเภอเมืองฯ จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างวันที่ ๘ - ๑๐ กรกฏาคม นี้ ทั้งนี้ ในบ่ายวันที่ ๗ กรกฏาคม ๒๕๕๑ สมาคมพนักงานส่วนตำบลจะได้ร่วมกับสมาคมพนักงานเทศบาล และสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทยจะไ้ด้ประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดประเด็นในการผลักดันแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ทั้งนี้ คาดว่าจะเป็นการ่วมมือกันของทั้ง ๓ องค์กรตั้งแต่การร่วมแสดงความเห็น ติดตาม ผลักดัน จนกระทั่งร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านรัฐสภาโดยสมบูรณ์ เพราะการเสนอกฎหมายนั้น สามารถมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ตลอดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ในขั้นของคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการกฤษฏีกา กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการวุฒิสภา หากท่านใดที่เดินทางไปล่วงหน้าก่อนหรือมีสำนักงานใกล้เคียงก็ขอเชิญ ร่วมประชุมกับคณะกรรมการเครือข่ายของสมาคมฯและสมาพันธ์ฯในวันดังกล่าวด้วยครับ อยากฝากทุกท่านไว้ว่า "อนาคตของพวกเราอยู่ในมือของพวกเราเอง อย่าหวังยืมจมูกคนอื่นหายใจ เราต้องใช้จมูกเราหายใจด้วยตนเอง ชัยชนะจึงจะเป็นดังที่พวกเราคาดหวัง" .
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๒๔
มิถุนายน ๒๕๕๑
พิมพ์ (print) หน้านี้เป็นไฟล์ pdf. คลิกที่นี่
(หมายเหตุ.-ร่วมแสดงความคิดเห็น หรือส่งข้อเสนอแนะ หรือร่วมส่งบทความมาได้ ที่ป.พิพัฒน์โดยตรง ที่ phiphatw@hotmail.com หรือจะแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดเสวนาทั่วไปหรือเว็บบร์อดเสวนาบริหารงานบุคคลก็ได้ครับ)
อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง