"กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในก.กลางและก.จังหวัด"

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....เมื่อวานนี้ พวกเราส่วนใหญ่คงได้ร่วมรัฐพิธีถวายพวงมาลาหน้าพระบรมราชานุสรณ์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ ๕ หรือพระปิยะมหาราชของปวงชนชาวไทย หากเรารำลึกถึงครั้งเมื่อพวกเราเป็นเด็กนักเรียน เราก็คงพอนึกออกว่า เราได้รู้จักพระองค์ท่านตั้งแต่เราเริ่มเข้าโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งนับแล้วก็นานมาแล้ว โดยในวันนั้น เราได้เข้าร่วมพิธีนี้ทุก ๆ ปี แม้ว่า ณ วันนั้น เราไม่ค่อยเห็นความสำคัญหรือไม่ค่อยเต็มใจก็ตาม แต่ในวันนี้ เราได้มีโอกาสน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทยอีกครั้ง ซึ่งมิใช่ในฐานะนักเรียนหรือพสกนิกรธรรมดาอีกต่อไป เพราะพวกเราเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ไม่ใช่มีเพียงหน้าที่เป็นพลเมืองที่ดีของประเทศเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ปฏิบัติราชการต่างพระเนตรพระกรรณอีกด้วย จึงอยากฝากพวกเราได้น้อมนำพระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าจอมอยู่หัวฯ และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯรัชกาลปัจจุบัน ที่ทั้งสองพระองค์ได้ปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างที่ดีของเหล่าข้าราชบริพาร และพสกนิกรอย่างเสมอต้นเสมอปลาย อย่างน้อยในฐานะข้าราชการ ก็อยากให้เพื่อนข้าราชการทุกท่านได้เข้าร่วมพระราชพิธี หรือรัฐพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งปีหนึ่ง ๆ ก็จะมีงานที่เหล่าข้าราชการพึงเข้าร่วมอย่่างสม่ำเสมอเพียง ๓ วันเท่านั้น คือ วันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ วันที่ ๕ ธันวาคม สองวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ วันที่ ๑๒ สิงหาคม และวันพระปิยะมหาราช ๒๓ ตุลาคม ของทุกปีเท่านั้นเอง ที่พวกเราในฐานะข้าฯในพระองค์จะได้แสดงออกซึ่งความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายที่ข้าราชการหลายคนไม่ใส่ใจเรื่องเหล่านี้ และไม่เห็นความสำคัญ ทั้ง ๆ ที่พอถึงเวลาที่ทางราชการกำหนดว่า เมื่อใดที่ตนจะได้เครื่องราชอิสริยภรณ์ ก็จะขวยขวายและรีบเร่งดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เพื่อต้องการนำมาประดับบนอกเสื้อหรือห้อยบนคอตนเอง เพื่ออวดคนไปทั่วว่า ตนเป็นข้าราชการ ได้รับพระราชทานเครื่องราชฯชั้นนั้น ชั้นนี้ แต่พอถึงเวลาที่ควรจะแสดงออกถึงความจงรักภักดี หรือเพื่อเป็นการแสดงความรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแล้ว กลับไปนำพาเป็นธุระที่สำคัญ ก็อยากฝากน้อง ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เข้ารับราชการใหม่ ๆ อย่าได้กระทำตนเช่นเดียวกันกับข้าราชการรุ่นก่อน ๆ ที่กระทำตนเหมือนดังที่ผมได้กล่าวมา เพราะท่านจะกล่าวต่อบุคคลทั่วไปอย่างภาคภูมิใจได้อย่างไรว่า ท่านคือข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ.......
          
วันนี้ อยากชวนเพื่อน ๆ มาร่วมพูดคุยกันเกี่ยวกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในก.กลาง ไม่ว่าจะเป็น ก.อบต.,ก.ท.,ก.จ. และใน ก.จังหวัด ในเรื่องเกี่ยวกับที่มา บทบาท หน้าที่ ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ผมคงไม่เท้าความให้เสียเวลาว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.กลาง หรือในก.จังหวัด มีคุณสมบัติอย่างไร เพราะคณะกรรมการกฤษฏีกา ได้วินิจฉัยแล้วว่า ให้ก.กลาง และก.จังหวัด ใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ไปพลางก่อน ดังนั้น คุณสมบัติของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จึงเหมือนเดิมที่พวกเราได้รับทราบมา กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ผู้ทรงคุณวุฒินั้นต้องไม่เป็นข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ รัฐวิสาหกิจ ดังนั้น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ เรามักจะได้เห็นกันตลอดระยะเวลากว่า ๙ ปีที่ผ่านมานั้น จึงเป็นข้าราชการบำนาญ ทั้งที่มาจาก อดีตข้าราชการกระทรวงมหาดไทย หรืออดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย หรือไม่ก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเอกชน หรือไม่ก็เป็นทนายความ อดีตอัยการ และหลายจังหวัดได้คัดเลือกจากนักธุรกิจ หรือผู้กว้างขวางในจังหวัด ดังนั้น ผู้ทรงคุณวุฒิในก.จังหวัดแต่ละจังหวัด จึงมีความแตกต่างกัน มีความหลากหลายในวิชาชีพ ยกเว้น ผู้ทรงคุณวุฒิในก.กลาง ที่เราจะพบว่า เป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่ยอมรับทั้งในสายวิชาการ และสายข้าราชการ จึงค่อนข้างไม่ค่อยมีปัญหา แม้ว่าที่ผ่านมาเราไม่ค่อยเห็นบทบาทของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ทั้งเรื่อง หลักเกณฑ์ที่ออกมาโดยไม่สอดคล้องกับหลักคุณธรรมที่ดีก็ตาม การไม่นำพาให้ระบบเป็นระบบ ปล่อยให้มีการทุจริตในการบรรจุแต่งตั้ง การโอน(ย้าย) การเลื่อนระดับ การสอบเปลี่ยนสายงาน ก็ดี รวมทั้ง การปล่อยให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทำงานภายใต้ภาวะกดดันรอบด้าน ตกอยู่ภายใต้อาณัติของนักการเมืองท้องถิ่นที่ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไม่หาทางเยียวยาหรือแก้ไข ก็ดี หรือการปล่อยปละละเลยให้ก.อบต.จังหวัดแต่ละจังหวัด ใช้อำนาจเกิดขอบเขตหรือเกิดกว่าที่กฎหมาย หลักเกณฑ์กำหนด หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในบางเรื่องก็ดี แต่ก็ยังดีกว่า กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในก.จังหวัดหลาย ๆ จังหวัด นอกจากความรู้ ความสามารถ หรือประสบการณ์ด้านการบริหารงานบุคคลไม่เป็นที่ประจักษ์แล้ว ยังค่อนข้างจะเอียงไปทางด้านผู้มีอิทธิพลอีกด้วย หลายจังหวัด ก.จังหวัดที่มาจากผู้ทรงคุณวุฒิ นอกจากจะไม่ช่วยแก้ไขปัญหาหรือปัดเป่าความทุกข์ร้อนให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานจ้าง หรือลูกจ้างประจำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว ยังกลับสร้างปัญหาให้เพิ่มขึ้นอีกด้วย เช่น การเข้าไปแทรกแซงการโอน(ย้าย)ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในแต่ละท้องถิ่น โดยกระทำตนเป็นผู้มากบารมี กระทำตนเป็นผู้มีอิทธิพล หรือแม้แต่บางจังหวัดยังใช้ตำแหน่งหน้าที่เป็นนายหน้าเพื่อหาผู้สอบขึ้นบัญชีไว้แต่ละจังหวัด หาท้องถิ่นที่จะบรรจุแต่งตั้งโดยมีการเรียกรับเงินจากผู้สอบขึ้นบัญชีไว้และต้องการบรรจุ ดังที่เป็นข่าวอยู่ในอดีตและยังคงดำรงอยู่ในปัจจุบัน บางจังหวัดยังใช้ตำแหน่งหน้าที่ดังกล่าวหาผลประโยชน์ในทางอ้อมอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้าที่ตนเป็นเจ้าของ หรือการเป็นนายหน้าให้บริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ ทำมาหากินกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และบางจังหวัดยังยุแหย่ให้ผู้บริหารท้องถิ่นกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น เกิดความขัดแย้งและทะเลาะเบาะแว้งกันเพิ่มขึ้นจากปัญหาเล็ก ๆ ให้เป็นปัญหาที่ลุกลามใหญ่โตขยายวงกว้างกว่าเดิม แทนที่จะทำให้ปัญหาที่ใหญ่ให้เป็นปัญหาที่เล็ก ให้ปัญหาที่เล็ก หมดสิ้นไป
          ผมเชื่อว่า หลายจังหวัดปวดหัวกับผู้ทรงคุณวุฒิในก.จังหวัดที่มีพฤติกรรมข้างต้น แต่ก็เชื่อว่ามีผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนมากที่มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ตามบทบาท อำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหรือที่กำหนดไว้ในกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไปตรงมา เพื่อมีความเมตตากรุณาต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นมิใช่น้อย แต่ก็อย่างว่านั้นแหละครับ คนดี ๆ มักจะไม่ค่อยเล่นบทบู๊ ส่วนใหญ่ก็จะเล่นบทบุ้น ดังนั้น เรื่องใดที่มีข้อโต้แย้งมาก ๆ คนดีเหล่านั้นก็มักจะสงวนท่าที และวางเฉย ทำให้เรื่องที่ควรจะผิดกลับกลายเป็นถูก เรื่องที่ถูกกลับกลายเป็นผิดก็มีไม่น้อยเนื่องจากการนิ่งเฉยหรือวางเฉยของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดี ๆ ที่ไม่อยากทะเลาะกับผู้ใดให้เปลืองตัว (เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง (จะไม่) เอากระดูกมาแขวนคอ) ฉะนั้น ในก.จังหวัดส่วนใหญ่ กรรมการที่จะดูแลสิทธิและผลประโยชน์ หรือต่อสู้ให้ความเป็นธรรมต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นจริง ๆ ก็มีเพียงตัวแทนของปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น เพราะข้าราชการย่อมเข้าใจในหัวอกข้าราชการด้วยกันเอง และเป็นตัวแทนโดยตรงของปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เลือกเข้าไป จึงมีภาระที่ต้องนำพาให้เกิดความชอบธรรมต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งผิดจาก กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่หากเป็นข้าราชการบำนาญก็มักจะไม่อยากให้เกิดศัตรูที่ไม่จำเป็น จึงมักจะไม่ค่อยแสดงความเห็นมากนัก ซึ่งไม่ต้องพูดถึงกรรมการผู้แทนส่วนราชการที่แทบจะไม่กล้าที่จะวิพากษ์วิจารณ์เรื่องใด ๆ ในก.จังหวัด เพราะผู้แทนส่วนราชการต้องฟังผู้ซึ่งเป็นประธานในที่ประชุม เพราะเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง เมื่อประธานมีความเห็นอย่างไร กรรมการผู้แทนส่วนราชการก็มักจะไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น
          ผมเชิญพวกเรามาคุยเรื่องนี้ ก็เนื่องจากช่วงนี้ ก.กลางและก.จังหวัด เกือบทุกจังหวัด อยู่ระหว่างการเลือกกรรมการผู้แทนปลัดฯท้องถิ่น และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิชุดใหม่แทนชุดเดิมที่หมดวาระ หรือกำลังจะหมดวาระ ผมอยากสะท้อนมุมมองของเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นหลาย ๆ ท่านที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยหรือพบปะสนทนาด้วยในโอกาสต่าง ๆ ที่ได้เจอกัน ไม่ว่าในระหว่างการฝึกอบรมของกรมส่งเสริมฯ การประชุมสัมมนาของสมาพันธ์ปลัดอบต.ก็ดี หรือของสมาคมพนักงานส่วนตำบลก็ดี หรือในเวทีต่าง ๆ ทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ รวมถึงหลายท่านได้ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านมายังผมโดยตรงทางอีเมล์ และเว็บบอร์ดของกลุ่มเพื่อนฯ ที่มองบทบาทของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในก.กลางก็ดี หรือก.จังหวัดก็ตาม น่าจะมาช่วยเหลือปัดเป่าปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพราะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นคนกลาง เป็นผู้มีเวลาว่างพอสมควร จึงอยากให้กรรมการผู้แทนปลัดฯท้องถิ่นในก.กลางก็ดี หรือในก.จังหวัดก็ตาม ได้คำนึงถึงบทบาท หน้าที่ ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ควรจะเป็น โดยการทาบทามบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้รอบคอบมากกว่าที่ผ่าน ๆ มา ไม่ใช่คำนึงเพียงแต่ ความใกล้ชิดสนิทสนมกันเพียงประการเดียว แต่คำนึงถึง เวลาที่บุคคลนั้น ๆ จะพึงมีให้กับพวกเรา พึงเอาใจใส่ต่อความทุกข์ยากลำบากของพวกเรา และมีวิสัยทัศน์หรือความตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาให้กับพวกเราอย่างแท้จริง มิใช่เข้ามาเพียงหวังเงินเบี้ยประชุมประจำเดือน เพียงหวังเพื่อให้ได้นั่งประชุมร่วมกับรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น หรือเพียงเพื่อเป็นบันไดนำไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตน โดยเฉพาะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิระดับจังหวัดที่มีความใกล้ชิดกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่มีอำนาจหน้าที่ให้คุณให้โทษกับพวกเราได้ จึงต้องพินิจพิจารณาให้ถ้วนถี่ หากเป็นไปได้ก็ควรหันมาสอบถามเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นบ้างก็น่าจะดีครับ.
          ท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณและอนุโมทนาสำหรับเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลายสิบท่านที่ไว้วางใจให้เกียรติในตัวผมและทีมงานกลุ่มเพื่อนฯ ในการร่วมบริจาคเงิน เพื่อร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับปลัดฯอัฐพงศ์ ก้อนลม หรือปลัดฯป๊อป โดยปัจจุบัน (ณ วันที่ ๒๒ ตุลาคม) ได้รับเงินบริจาคแล้วจำนวน ๒๖,๐๐๐ กว่าบาท สำหรับการนำเงินไปมอบให้กับครอบครัวปลัดฯป๊อปนั้น ได้ปรึกษากับหลายท่านแล้ว เห็นว่า จะถือโอกาสนำไปมอบให้ในวันทำบุญ ๑๐๐ วันให้ปลัดฯป๊อปที่บ้านเกิด ในวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ ที่อ.แม่ระมาด จ.ตาก ดังนั้น เพื่อน ๆ ท่านใดมีความประสงค์จะร่วมทำบุญก็ยังสามารถร่วมทำบุญในนามของข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้ จนถึงต้นเดือนธันวาคม ๒๕๕๑ นี้ครับ สำหรับรายชื่อผู้ร่วมบริจาคเงินดูได้ที่นี่ครับ. วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ.

 

 

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๑

(หมายเหตุ.- ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมคุยหรือแสเนอแนะกับคอลัมน์นี้โดยส่งจดหมายมาทางอีเมล์ phiphatw@hotmail.com)

 

พิมพ์บทความนี้ เป็นไฟล์ pdf คลิกที่นี่

อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลัง คลิกที่นี่

 

สนับสนุนโดย...
อ้อมอกภูเขา ถ้ำมังกร มาเชียงราย อย่าลืมพักที่ ปางดอกรีสอร์ท (ดอยตุง) โดย...ป.วรรณศิลป์ คนท้องถิ่น ในราคากันเอง

 

 

 

Web Design Factory
web-design-factory.net