"ศักดิ์ศรีข้าราชการส่วนท้องถิ่นและหลักเกณฑ์ 4 ปีย้าย "
สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน...สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมครับ วันนี้ (๒๕ พ.ค.) อุณหภูมิการเมืองของไทยเริ่มร้อนแรงขึ้นทุกขณะครับ รัฐบาลชุดปัจจุบันถูกกล่าวหาจากหลายฝ่ายว่า ไม่สนใจต่อการแก้ไขปัญหาข้าวยากหมากแพง (น้ำมันแพง) มัวแต่มุ่งจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ที่กินไม่ได้) ท่าเดียว ไม่สนใจต่อจิ้งจกทักร้องระทมไปทั่วประเทศ ทุกหัวระแหงของปรเทศทุกข์ยากกับข้าวของแพงหูฉี่ แม้จะมีโครงการ ประชานิยมรอบสองออกมา ก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ดังจะเห็นจากประชาชน ทั้งภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน เริ่มทยอยปิดถนนประท้วง เพื่อให้รัฐบาลหันมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนจากสินค้าการเกษตรตกต่ำ หรือไม่ได้ราคาตามที่ต้องการ เสมือนหนึ่งนัดกันมา หรือเป็นการเลียนแบบที่ได้ผล (ชั่วคราว) รวมทั้งปัญหาจากการที่มีรัฐมนตรีบางท่านกล่าวพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่หมิ่นเหม่ต่อการนำไปสู่การถูกกล่าวหา "ล้มล้างสถาบัน" เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยนำไปเหตุแห่งความชอบธรรม ในการชุมนุมและเดินขบวนในวันนี้ เพื่อเรียกร้องให้ ส.ส.และส.ว.ที่ลงชื่อเสนอญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญถอนชื่อ และให้รัฐมนตรีที่กล่าวพาดพิงสถาบันพ้นจากตำแหน่ง และนี่ก็เป็นสัญญาณอันตรายต่อภาวะเศรษฐกิจที่อาจจะย่ำแย่ยิ่งขึ้น เห็นข่าวว่า เราจะเห็นราคาน้ำมันทะลุลิตรละ ๕๐ บาท ในไม่ช้านี้ ก็ขอเอาใจช่วยเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นและครอบครัวทุกท่าน ได้ผ่านพ้นเหตุวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ด้วยการประหยัด มัธยัสถ์ และดำรงตนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยทั่วกัน ใครที่เป็นหนี้อยู่แล้ว ก็ขอให้ผ่อนชำระตามกำหนด สำหรับท่านที่คิดจะเป็นหนี้เพิ่มเติมก็ขอให้พึงระวังในเรื่องดอกเบี้ย และค่าครองชีพที่อาจสูงขึ้นเป็นทวีคูณ หากไม่ควบคุมค่าใช้จ่ายแล้ว อาจเดือดร้อนเป็นเวลายาวนานครับ....
วันนี้ มีความตั้งใจมาชวนเพื่อน ๆ พูดคุยกันเรื่องศักดิ์ศรีข้าราชการส่วนท้องถิ่น ครับ หลายท่านอาจบอกว่า "ศักดิ์ศรี" กินไม่ได้หรอก จริงครับ ศักดิ์ศรีอาจกินไม่ได้ก็จริง แต่ก็ทำให้คนเรามีความภาคภูมิใจในความเป็นคน เป็นคนที่ต้องยืนหยัดอยู่ในสังคมแห่งนี้ไปจนกว่าลมหายใจเฮือกสุดท้าย และจากโลกนี้ไป คนเราจะอยู่ในโลกใบนี้ได้ มิใช่อยู่เพื่อกินอย่างเดียวครับ คนเรามิใช่สัตว์เดรัจฉานที่ไม่ยินดียินร้ายกับสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว คนเราัยังมีอะไรอีกมากที่เป็นองค์ประกอบนอกจากท้องอิ่ม มีเสื้อผ้าสวมใส่ มีรถยนต์ขับ มีบ้านและมีครอบครัว การที่คนเราจะอยู่ได้ หลายคนอาจยินดียินร้ายกับเกียรติหรือศักดิ์ศรีของตน ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ขอให้อยู่รอดปลอดภัย มีเงินเดือนใช้ ได้อยู่ีที่ดี ๆ อยู่ใกล้ ๆ ครอบครัว แม้เกียรติและศักดิ์ศรีจะถูกลบลู่ ดูหมิ่นดูแคลนอย่างไร ก็ยินยอมโดยดุษฎี ผมเชื่อครับว่า มีข้าราชการส่วนท้องถิ่นมิใช่น้อยที่มีแนวคิดเช่นนี้อยู่ ทนอยู่ หรืออยู่ทน เป็นคำถามที่มักได้ยินบ่อย
ข้าราชการส่วนท้องถิ่น แม้ว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นองค์กรเล็ก ๆ ไร้คนเหลียวแล ไร้คนให้ความสนใจ ไม่สนใจว่า ข้าราชการเหล่านี้จะมีความเป็นอยู่อย่างไร จะถูกเหยียบย่ำจากใครอย่างไร แต่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็ยังถือว่า เป็นข้าราชการในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พวกเรายังได้รับเกียรติให้สวมชุดข้าราชการ (ซึ่งหลายคนไม่อยากใส่ ทั้ง ๆ ที่ก่อนได้รับบรรจุแต่งตั้ง อยากใส่แทบตาย) เพราะชุดข้าราชการคือสัญลักษณ์ของข้าฯในพระองค์ ข้าของแผ่นดิน เพราะชุดสีกากีที่ใช้เป็นชุดข้าราชการนั้น สีกากี หมายถึง สีของพื้นดิน สีของแผ่นดิน เพื่อเป็นสัญลักษณ์เตือนสติให้ข้าราชการมีความตระหนักอยู่เสมอว่า ข้าราชการคือข้าของแผ่นดิน มิใช่ข้าทาสบริวารของนักการเมือง หรือของใครบางคน อีกทั้ง ข้าราชการส่วนท้องถิ่นยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้สิทธิ สามารถขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่ และระยะเวลาในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้เบื้องพระยุคบาท ต่างพระเนตรพระกรรณ อันเป็นเอกลักษณ์ของข้าฯรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท อันเป็นความภาคภูมิใจของข้าราชการทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น
ดังนั้น การที่ข้าราชการท้องถิ่นยินยอมให้นักการเมืองใช้อำนาจอย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ใช้อำนาจไปในทางมิชอบ ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตนหรือพวกพ้อง หรือญาติพี่น้อง ใช้อำนาจอย่างบ้าคลั่ง ใช้อำนาจเกินเลยที่กฎหมายให้อำนาจไว้ หลงระเริงในอำนาจของตน ละเลยต่อระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล ละเลยต่อจริยธรรมอันดีงามของสังคมไทย ใช้กริยาที่เหยียดย่ำเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งทางคำพูด ทั้งด้วยสายตา ทั้งด้วยการใช้กำลังบังคับ ขู่เข็ญ หรือทางหนึ่งทางใด โดยไม่ทักท้วงหรือไม่ขัดขืน ปล่อยปละละเลยเสมือนว่า สิ่งที่นักการเมืองกระทำกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งตนเองและผู้ใต้บังคับบัญชานั้น เป็นสิ่งที่ถูกต้อง เหมาะสม หรือบางครั้งเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ เพื่อให้ตนเองอยู่รอด คนอื่นจะเป็นอย่างไรไม่สนใจ ไม่ยึดถือหลักแห่งกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ของทางราชการ ไม่ยึดหลักคุณธรรม ไม่ยึดหลักความเมตตาธรรม แล้วบ้านนี้เมืองนี้จะอยู่ได้อย่างไร อนาคตของประเทศจะเป็นอย่างไร หากพวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่นในวันนี้ ยินยอมให้นักการเมืองโกงกินชาติบ้านเมือง ใช้อำนาจไปในทางที่ผิด สร้างบรรทัดฐานทางการบริหารที่ไร้ซึ่งหลักคุณธรรม ใช้หลักญาติพี่น้อง ฝั่งรากลึกระบบอุปถัมภ์ในองค์กร สร้างวัฒนธรรมองค์กรอย่างไม่ละอายต่อสังคมภายนอก ทำไมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจึงยินยอม ทำไมข้าราชการส่วนท้องถิ่นไม่ยอมปลดแอกตนเอง ออกจากพันธนาการเหล่านี้ให้หมดสิ้นไปจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของเรา วัฒนธรรมอันชั่วร้ายที่สืบทอดมาในอดีต ควรหมดสิ้นไป ถึงเวลาแล้วที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น จะได้ร่วมแรงร่วมใจเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน โดยการนำขององค์กรหลักของพวกเรา อันได้แก่ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมพนักงานส่วนตำบลแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย เพื่อการทวงเกียรติและศักดิ์ศรีของตนกลับคืนมาด้วยการ ผลักดันให้มีสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานอิสระในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และให้มีเลขาธิการ ก.ถ. เป็นผู้ดูแลระบบการบริหารงานบุคคลตามหลักคุณธรรมให้เกิดขึ้นกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ในร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... เป็นก้าวแรกและก้าวสำคัญในการปลดแอกพันธนาการทั้งมวล
. อีกประการหนึ่ง ระหว่างเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม ๒๕๕๑ หลายจังหวัดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการให้ตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งประกอบด้วย ตำแหน่ง ปลัดอบต. รองปลัดอบต. ผอ./หัวหน้าส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็น ส่วนการคลัง ส่วนโยธา สำนักงานปลัดฯ ฯลฯ ครบกำหนดเวลา ๔ ปีที่ต้องมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนไปยังอบต.หรือเทศบาลอื่น หลายท่านได้พยายามวิ่งเต้นเพื่อให้ตนเองอยู่ในอบต.เดิม และมีหลายท่านที่พยายามให้มีการยกเลิกหลักเกณฑ์นี้ เป็นที่น่าเสียใจครับว่า มีข้าราชการหลายท่านวิ่งเต้นโดยการใช้เงินใช้ทองเพื่อให้ตนได้มาซึ่งตำแหน่ง น่าเสียใจยิ่งที่ข้าราชการส่วนนี้ทำลายระบบคุณธรรมเสียเอง ทำลายวัฒนธรรมองค์กรของตนเอง ทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของตนและเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง ทำไมครับ ทำไมหลายคนจึงกลัวนักกลัวหนาที่จะได้โยกย้าย ทั้งที่ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ทุกคนก็รู้ดีอยู่แล้วว่า การเป็นข้าราชการนั้น หนีไม่พ้นต้องมีการโยกย้ายตามวิถีข้าราชการ ซึ่งระบบการโยกย้ายนี้ เป็นระบบที่มีมาช้านานแล้ว ข้าราชการพลเรือนกำหนดไว้ใน กฎ ก.พ.อยู่นานแล้วว่า ตำแหน่งผู้บริหารนั้นต้องมีการโยกย้าย ผู้บริหารองค์กรจะอยู่ในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งต้องไม่เกิน ๔ ปี เป็นกฎที่มีเหตุมีผล พอถือได้ว่ายอมรับในหมู่ข้าราชการนานแล้ว อธิบดีกรมการปกครองคนปัจจุบันคือ ท่านวิชัย ศรีขวัญ ในขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้กล่าวต่อปลัดอบต.ที่ได้เลื่อนระดับ ๗ ในโอกาสที่ท่านให้เกียรติมาประดับเครื่องหมายไว้อย่างน่าสนใจตอนหนึ่งที่พอจำได้ว่า "ข้าราชการนั้น ต้องมีการโยกย้าย ดังเช่นตัวท่านเอง ได้โยกย้าย ไปในหลายกระทรวง หลายกรม หลายกอง และหลายจังหวัด ซึ่งเป็นความประสงค์ของท่านเอง ทำให้ให้ท่านมีประสบการณ์ในการทำงานหลากหลาย" ผมจึงอยากให้เพื่อนข้าราชการในตำแหน่งบริหารคือสักนิดว่า การโยกย้ายมิใช่เรื่องน่ากลัว หรือเป็นเรื่องเลวร้าย แต่อาจเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตำแหน่งนี้มากกว่า ที่จะได้มีโอกาสค้นหาประสบการณ์ใหม่ ๆ และได้มีโอกาสทำงานเพื่อประชาชนได้หลากหลายมากขึ้น หากท่านกลัวที่จะต้องโยกย้ายไปไกลบ้าน ไกลครอบครัว ท่านก็มีสิทธิที่จะขอโอนย้ายสับเปลี่ยนกับเพื่อน ๆ ใกล้เคียงหรืออำเภอใกล้เคียงได้นี่ครับ ไม่เห็นต้องกลัวว่าจะต้องถูกโยกย้ายไปไกลบ้าน จนกระทั่งวิ่งเต้นให้ยกเลิกหลักเกณฑ์นี้เลย หลายท่านอาจเสียดายที่ตนได้สร้างถาวรวัตถุไว้มากมายเป็นอนุสรณ์ เป็นผลงานตั้งแต่ไม่มีอะไรสักชิ้น จนกระทั่งมีทุกอย่างครบถ้วน อย่าได้หลงยึดติดกับสิ่งเหล่านี้เลยครับ หากท่านยึดติดแล้ว ท่านจะไม่เห็นหนทางสว่างครับ หนทางของชีวิตข้าราชการยังอีกยาวไกลครับ มิใช่เพียงแค่เก้าอี้ปลัดฯ คลัง ช่าง เท่านั้น และผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้มีการต่ออายุ เป็นปีต่อปี หากมีการต่ออายุได้หลักเกณฑ์นี้ก็ไม่ควรมีอีกต่อไป แต่หากมีก็ไม่ควรให้มีการต่ออายุ ทำไมข้าราชการส่วนท้องถิ่นเราต้องยอมตกอยู่ภายใต้อาณัติของนักการเมืองเล่าครับ ทำไมเราต้องไปกราบกรานนักการเมือง ทำไมเราไม่รักเกียรติและศักดิ์ศรีของพวกเรากันเอง พวกเราควรช่วยกันพยุงเกียรติและศักดิ์ศรีนี้ให้สูงเด่นขึ้น มิใช่ช่วยกันดึงให้ต่ำลง ดังเช่นพฤติกรรมของใครหลาย ๆ คนที่กระทำอยู่.
.
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๒๕
พฤษภาคม ๒๕๕๑
(หมายเหตุ.- เนื่องจากที่ผ่านมาคอลัมน์นี้มีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นหลากหลาย ใช้คำที่สุภาพบ้าง คำที่เสียดสีบ้าง และบางความเห็นเป็นการโต้แย้งระหว่างกัน ทำให้อาจเกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่นได้ ทางทีมงานไม่สามารถควบคุมดูแลได้อย่างทั่วถึง เกรงจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ จึงขออภัยทุกท่านที่จำเป็นต้องปิดในส่วนที่แสดงความคิดเห็น แต่ท่านสามารถส่งข้อคิดเห็นของท่านมายังทีมงานที่อีเมล์ admin@thailocalgov.com หรือที่ป.พิพัฒน์โดยตรง ที่ phiphatw@hotmail.com หรือจะแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บบอร์ดเสวนาทั่วไปหรือเว็บบร์อดเสวนาบริหารงานบุคคลก็ได้ครับ)