"สมาพันธ์ฯ - สมาคมฯ เพื่อใคร "

         สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....วันนี้คงต้องมาชวนเพื่อน ๆ ได้มาคุยเรื่องที่เป็นคำถามค้างคาใจของหลายคนมาหลายเดือน หลายท่านจึงอยากให้ชวนคุยเรื่องนี้ นั่นก็คือ สมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย และสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) ซึ่งก็เป็นองค์กรเชื่อมความสัมพันธ์ ความรู้ ความเข้าใจ และความสามัคคีระหว่างพวกเรากันเอง หรือแม้แต่สมาคมพนักงานเทศบาล (แห่งประเทศไทย) ก็ตาม องค์กรเหล่านี้ รัฐมิได้มีความประสงค์ หรือบังคับให้พวกเราตั้งขึ้นมา แต่เป็นความต้องการของพวกเรากันเอง องค์กรแรก คือ สมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๓ (หากจำไม่ผิด) โดยมี พี่ปลัดฯอำนาจ แดงกุล ปลัดอบต.คูคต จังหวัดปทุมธานี เป็นแกนนำในการจัดตั้ง และเป็นประธานสมาพันธ์คนแรก โดยมีวัตถุประสงค์ (ตามข้อบังคับข้อที่ ๔) ดังนี้.- ๑) เพื่อเสริมสร้างความสามัคคี และความสัมพันธ์อันดีระหว่างพนักงานส่วนตำบลทั่วราชอาณาจักร ให้เกิดความรักและความร่วมมือ ในการพัฒนาพนักงานส่วนตำบลและอาชีพให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น    ๒) ส่งเสริมสวัสดิการและสมรรถภาพ ของพนักงานส่วนตำบลทุกสายงาน ๓) ส่งเสริมและสนับสนุนความก้าวหน้าของพนักงานส่วนตำบลทุกสายงาน โดยเสนอแนะระเบียบกฎหมาย และข้อปฏิบัติในการบริหารงานบุคคลแก่คณะกรรมการท้องถิ่นและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและรักษาและปกป้องระบบคุณธรรมเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ของพนักงานส่วนตำบล ๔) ส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมอันเป็นสาธารณประโยชน์ ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการทางการเมือง ๕)ส่งเสริมด้านนันทนาการของพนักงานส่วนตำบล และข้อ ๖) เพื่อให้สมาชิกมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นและประสบการณ์ซึ่งกันและกัน
          สำหรับสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) ได้จัดตั้งเมื่อไม่นานมานี้ คือ ประมาณกลางปี ๒๕๔๘ โดยมี พี่ปลัดฯ ธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ ปลัดอบต.สุเทพ (ปัจจุบันเป็นปลัดเทศบาลแล้ว) เป็นแกนนำในการจัดตั้ง มีวัตถุประสงค์ (ตามข้อบังคับข้อที่ ๔) ประกอบด้วย ๑)เป็นองค์กรกลางในการสื่อสารสัมพันธ์และช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันในหมู่พนักงานส่วนตำบลและลูกจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลทั่วทั้งประเทศ ๒)เป็นองค์กรในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่คณะสมาชิก อาิทิ กิจกรรม (๑) ด้านวิชาการ (๒) ด้านการพัฒนาทักษะความรู้ ความสามารถและศักยภาพ (๓) ด้านการพัฒนาการบริหารจัดการ และการปฏิบัติงานทั่วไปและธรรมาภิบาล (๔) ด้านการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม (๕) ด้านสุขภาวะกายและใจและสวัสดิภาพความปลอดภัย (๖) ด้านสวัสดิการ การกีฬาและนันทนาการ (๗) ด้านอื่น ๆ ที่คณะกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบลพิจารณาว่าเหมาะสม เป็นประโยชน์ต่อสมาชิกและองค์การบริหารส่วนตำบลโดยรวม และข้อ ๓)เป็นองค์กรในการจัดกิจกรรมด้านการกุศล การสงเคราะห์หรือสร้างสรรค์สังคมเพื่อการมีส่วนร่วมที่ต้องธำรงค์ไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
               ที่หยิบยกเรื่องนี้ มาชวนคุยในวันนี้ ก็เพราะหลายเดือนที่ผ่านมา มีพนักงานส่วนตำบล (ใช่บ้างไม่ใช่บ้าง) เข้ามาตั้งกระทู้ถามในเว็บบอร์ดการบริหารงานบุคคลของกลุ่มเพื่อนฯ และมีผู้แสดงความคิดเห็น หลากหลาย โดยกระทู้ตั้งไว้ว่า "สมาพันธ์ปลัดอบต.เพื่อใคร" ซึ่งผมได้นำมาชี้แจงไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อเขียนคอลัมน์นี้ครั้งแรก หลังจากนั้น ก็มีผู้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม โดยเฉพาะการระบายความรู้สึกอัดอั้นของ พนักงานส่วนตำบลหลาย ๆ ท่านเกี่ยวกับพฤติกรรมของท่านปลัดอบต. (อาจจริงหรือไม่จริง พิสูจน์ไม่ได้ครับ) มีเพื่อน ๆ ปลัดอบต.บางท่านเสนอให้ลบกระทู้นี้ แต่ผมเห็นว่า น้อง ๆ ที่เขียนหรือโพสต่อว่าท่านปลัดอบต.ในทางเสื่อมเสียนั้น ก็พอรับฟังได้อยู่ ไม่ถึงขนาดต้องลบกระทู้ และอ่านแล้วก็ไม่ถึงขั้นเป็นการใส่ร้ายป้ายสีกันเกินไป พอรับฟังได้ และเห็นว่า เป็นการดีสำหรับท่านปลัดอบต. (ที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น) จะได้เห็นภาพสะท้อนของตัวท่านเอง แล้วนำไปปรับปรุงแก้ไข สำหรับท่านปลัดอบต.ที่ไม่ได้มีพฤติกรรมเช่นนั้น ผมเห็นว่า น่าจะใจกว้างเพียงพอให้น้อง ๆ ได้มีช่องทางระบายความรู้สึก อัดอั้นตันใจบ้างครับ เหมือนเช่นเดียวกันกับปลัดอบต.ทั้งหลายที่มีความรู้สึกไม่ดีกับนายกอบต.ที่ไม่เข้าท่า และก็ไม่ได้หมายความว่า นายกอบต.ส่วนใหญ่จะเป็นเช่นนั้น ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงเห็นว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะลบกระทู้นี้ และจะลบเฉพาะความเห็นที่เข้าข่ายกล่าวร้ายหรือใช้ถ้อยคำที่รุนแรงจนเกินไปครับ
               มีหลายท่านได้โพสคำตอบในเชิงเสียดสีว่า การตั้งสมาพันธ์ปลัดอบต.ขึ้นมาก็เพื่อพวกพ้องของปลัดอบต.เอง ทำนองนี้ แต่เมื่อย้อนไปอ่านวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาพันธ์ฯ จะเห็นว่า ไม่มีข้อใด กล่าวถึงปลัดอบต.โดยเฉพาะเลยครับ เช่นเดียวกันกับ วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสมาคมพนักงานส่วนตำบล ก็มิได้เอ่ยเฉพาะเจาะจงเพียงปลัดอบต. หรือพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งใดเท่าันั้นครับ แต่เน้นใช้คำว่า "พนักงานส่วนตำบล" แต่เนื่องจากในช่วงเกือบสิบปีที่ผ่านมา สมาพันธ์ปลัดอบต. มีบทบาทในการนำเพื่อแสดงจุดยืนในการธำรงความเป็นธรรมสำหรับพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งอื่น ๆ ค่อนข้างน้อยมาก แต่มีบทบาทผลักดันในเรื่องที่เกีี่ยวข้องกับตัวปลัดอบต.มาก ซึ่งอาจทำให้น้อง ๆ ตำแหน่งอื่นมองว่า สมาพันธ์ปลัดฯทำเพื่อตนเอง แต่หากให้ความเป็นธรรมแล้ว (แม้ส่วนตัวยังไม่พอใจกับผลงานของสมาพันธ์ฯก็ตาม) สิ่งที่สมาพันธ์ปลัดฯดำเนินการ ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน การผลักดันสิทธิประโยชน์เกี่ยวกับสวัสดิการใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ก็ดี การผลักดันเงินประจำตำแหน่งของปลัดอบต.ในวันนี้ก็ตามและก็จะมีผลดีต่อพนักงานส่วนตำบลในตำแหน่งอื่น ๆ ในวันข้างหน้าด้วย เมื่อพวกเราเดินทางไปถึงในวันหนึ่ง (ซึ่งได้มีการผลักดันให้มีเงินประจำตำแหน่ง หัวหน้าส่วนราชการอื่น ๆ ด้วย แต่ยังไม่สำเร็จ รวมทั้งการผลักดันให้มีเงินวิชาชีพสำหรับตำแหน่งนิติกรและวิศวกรด้วย) และที่สำคัญ คือ การผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับ โครงสร้างการบริหารงานของอบต. จากเดิมที่มีพนักงานส่วนตำบลเพียงแค่ ๓ ตำแหน่ง คือ ปลัดฯ คลัง และช่าง ทำให้เกิดตำแหน่งอื่น ๆ ตามมามากมายในปลายปี ๒๕๔๖ ทำให้น้อง ๆ หลายพันชีวิตได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในอบต.จำนวนมาก รวมทั้ง การต่อสู้ในข้อกฎหมายที่พนักงานส่วนตำบลเสียเปรียบในหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งที่ผ่านมา สมาพันธ์ฯ ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี แม้ว่าจะมีเว็บไซต์ของสมาพันธ์ฯ แต่ก็ไม่ได้ทำในสิ่งเหล่านี้ ทำให้ภาพลักษณ์ของสมาพันธ์ฯ ติดลบในสายตาของพนักงานส่วนตำบลในตำแหน่งอื่น ๆ
               สำหรับสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) นั้น แม้เกิดขึ้นมาเพียง ๓ ปีกว่า ๆ แต่ก็ได้ทำภารกิจเพื่อพนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำ หลายเรื่อง โดยเฉพาะการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการ "พนักงานส่วนตำบลดีเด่น" ซึ่งเป็นโครงการที่ดี ที่ยกย่อง เชิดชูเกียรติคุณในหมู่พวกเราด้วยกันเอง แม้ว่า ปัจจุบัน หลักเกณฑ์ ขั้นตอน และวิธีการยังไม่เหมาะสม หรือยังไม่สมบูรณ์เป็นที่พอใจของทุกฝ่ายก็ตาม แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับพวกเราครับ
               อย่างไรก็ตาม แม้ว่า สมาัพันธ์ฯก็ดี สมาคมฯก็ตาม เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมดำเนินการผลักดันในเรื่องต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ต่อพนักงานส่วนตำบล หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำ แต่ก็ถือว่า ขาดการมีส่วนร่วมของพนักงานส่วนตำบล อย่างแท้จริง เนื่องจากที่ผ่านการดำเนินการใด ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มีการประชุมหรือหารือมวลสมาชิกก่อนดำเนินการ ส่วนใหญ่จะมีแค่การประชุมคณะกรรมการบริหารสมาพันธ์ฯ หรือสมาคมเท่านั้น แต่มิได้นำข้อสรุปของที่ประชุมคณะกรรมการฯมาหารือหรือขอความเห็นจากมวลสมาชิกที่เป็นพนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้าง รวมทั้งลูกจ้างประจำ ซึ่งมีช่องทางดำเนินการหลากหลายโดยเฉพาะในยุคไอที สามารถใช้เว็บไซต์ของสมาพันธ์ฯ หรือของสมาคมฯ ดำเนินการได้ สามารถใช้จดหมายอิเลคทรอนิกส์ หรืออีเมล์ได้ และที่ผ่านมา สมาพันธ์ฯได้จัดโครงการสัมมนาติดต่อกันมาหลายปี รวมทั้งสมาคมฯก็จัดลักษณะเดียวกันมาสอง-สามครั้ง เข้าใจคงมีเงินเหลือจากการจัดสัมมนาพอสมควร ที่จะสามารถนำเงินดังกล่าวมาบริหารจัดการ จัดประชุมสัมมนาย่อยในแต่ละภูมิภาค หรือแต่ละกลุ่มจังหวัดได้ สมาคมฯ และสมาพันธ์ฯ ควรมีการระดมความคิดเห็นกับมวลสมาชิกในแต่ละภูมิภาค เพื่อรับทราบปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานส่วนตำบลในแต่ละภูมิภาค รวมทั้งนำเสนอประเด็นที่เป็นปัญหาสำคัญ ๆ เพื่อขอความเห็นจากมวลสมาชิก เพื่อนำผลสรุปจากการระดมความเห็น ดังกล่าวมานำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ของสมาพันธ์ฯ หรือของสมาคมฯก็ดี ให้ที่ประชุมลงมติอีกครั้งว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องใด เพื่อนำข้อสรุปนั้น เสนอไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย คณะกรรมการกระจายอำนาจฯ รัฐบาล สถาบันการศึกษา แล้วแต่กรณี เพื่อให้มีการแก้ไขในเรื่องนั้น ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป จึงจะทำให้เกิดพลังของการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะที่ผ่านมา สมาพันธ์ฯจัดประชุมสัมมนาติดต่อกันมาเกือบสิบปี แต่ไม่มีข้อสรุปใด ๆ เพื่อผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ แม้ว่า ประธานสมาพันธ์ฯคนปัจจุบันจะอ้างว่า เพื่อให้ปลัดอบต.มาพักผ่อนปีละครั้ง ก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมยิ่ง ในปีหนึ่ง ๆ ปลัดอบต.ในฐานะผู้บังคับบัญชาฝ่ายประจำ ย่อมเจอะเจอปัญหาอุปสรรคมากมาย ที่ต้องการนำเสนอต่อที่ประชุมของสมาพันธ์ฯ มิใช่มานั่งฟังการบรรยายซ้ำ ๆ กันอยู่ทุกปี ซึ่งแม้ว่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง แต่สิ่งเหล่านั้น ก็มีหน่วยงานอื่น ๆ จัดขึ้นอยู่แล้ว จึงควรที่จัดเวทีสัมมนามากกว่ามานั่งรับฟังการบรรยาย ดังเช่น เวทีมหกรรมท้องถิ่นไทย ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หากจำไม่ผิด) ได้จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมไบเทคบางนาเมื่อสอง-สามปีก่อน รวมทั้งสมาคมพนักงานส่วนตำบลก็เฉกเช่นเดียวกัน การประชุมสัมมนาฯ ควรต้องกำหนดการสัมมนาระหว่างพนักงานส่วนตำบล (ข้าราชการส่วนท้องถิ่น) ด้วยกันเองมากกว่า การนั่งฟังการบรรยายในหัวข้อที่คล้ายคลึงหรือเหมือนกับหัวข้อของสมาพันธ์ปลัดอบต. โดยเฉพาะประเด็นที่สำคัญ ๆ ที่เป็นปัญหาและอุปสรรคของพนักงานส่วนตำบลในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นอำนาจในการบังคับบัญชาระหว่างผู้บริหารกับปลัดอบต. การให้ความดีความชอบประจำปีหรือการพิจารณาเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานส่วนตำบล พนักงานจ้างใหม่ การโอน (ย้าย) ที่ช่วงหลัง ๆ ไม่มีการคำนึงถึงหลักนิติธรรมหรือหลักคุณธรรมที่ควรจะเป็นแล้ว แต่กลับมีปัจจัยด้านอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องเงินที่เป็นข่าวมาหลายปี แต่ไม่มีใครสามารถแก้ไขได้ จึงต้องอาศัยพวกเรากันเองสะสางให้เกิดมีระบบคุณธรรมเกิดขึ้นในองค์กรอย่างแท้จริง  
               สุดท้าย ผมคิดว่า การที่มีหลายท่านตั้งคำถามว่า "สมาพันธ์ปลัดอบต.เพื่อใคร" หรือ "สมาคมพนักงานส่วนตำบล เพื่อใคร" คำตอบคงมีอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว ว่าเพื่อมวลสมาชิกเป็นหลัก ส่วนจะพิสูจน์ให้ผู้ตั้งคำถามได้หายจากความคลางแคลงใจได้มากหรือน้อยเพียงใด ก็คงต้องฝากไว้ที่ คณะกรรมการสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) ได้แสดงบทบาทของตนให้เป็นที่ประจักษ์ว่า พวกท่านมิได้ทำเพื่อตนเอง แต่ทำเพื่อมวลสมาชิกและสังคมอย่างแท้จริง........
              

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑
 

 

 

อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง

  คลิกที่นี่