สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....ก่อนอื่นต้องขอกราบอาราธานาคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระบารมีของบูรพพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ พระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำทั่วประเทศเคารพนับถือ จงช่วยดลบันดาลให้เพื่อน ๆ พร้อมครอบครัวจงประสบแด่ความสุขกาย สุขใจ ปราศจากภยันตรายทั้งปวง ไร้โรคาพยาธิทั้งมวล และเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานยิ่ง ๆ ขึ้นไปโดยถ้วนหน้ากันเทอญ...สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๒ ครับ.
๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๑ ผ่านพ้นไปด้วยดีครับ ณ วันนี้เราได้รัฐบาลชุดใหม่นำโดยนายกรัฐมนตรีคนที่ ๒๗ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีหนุ่มแน่นวัย ๔๔ ปี เทียบได้กับผู้นำระดับโลกในยุคปัจจุบัน เช่น ว่าที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งอดีตนายกรัฐมนตรีจอห์น เมเจอร์ และนายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ ของอังกฤษ ที่เพิ่งพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อไม่นานนี้ ต้องขอแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ และคณะรัฐมนตรีอีก ๓๕ ท่านที่ได้รับโปรดเกล้าฯ และได้เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ไปเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญกำหนดและธรรมเนียมปฏิบัติของไทย แม้ว่ามีรัฐมนตรีหลายคนผิดฝาผิดตัว และไม่เป็นที่ชอบอกชอบใจของคนไทยอีกหลาย ๆ คน ซึ่งก็เข้าใจว่าคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจก็ดี วงราชการก็ดี วงวิชาการก็ตาม ก็คงเข้าใจสถานการณ์ของพรรคร่วมรัฐบาลดีว่า อยู่ในท่ามกลางวิกฤตปัญหาหลาย ๆ อย่างรุมเร้า ไม่ว่าวิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤตสถานการณ์ทางการเมืองไทย ทำให้รัฐบาลชุดใหม่ถูกคาดหวังจากสังคมค่อนข้างสูงว่า จะสามารถฝ่าฟันปัญหาและวิกฤตต่าง ๆ เหล่านี้ไปได้ ด้วยการเอาใจช่วย แม้ว่าคณะรัฐมนตรีส่วนหนึ่ง นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้นำรัฐบาล อาจไม่สามารถวางกรอบหรือขีดเส้นให้เดินตามความต้องการของคนไทยทั้งประเทศได้ เหมือนเช่น รัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็ตาม เนื่องจากความเป็นเอกภาพทางการเมืองไม่สามารถควบคุมได้เหมือนเช่นรัฐบาลพรรคเดียวในอดีต ในฐานะข้าราชการส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององคาพยพในการขับเคลื่อนแก้ไขวิกฤตปัญหาของประเทศ ก็ต้องเอาใจช่วยรัฐบาลใหม่ และพร้อมรับนโยบายของรัฐบาลที่จะแถลงต่อรัฐสภาในวันที่ ๒๙ - ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๑ นี้ เพื่อให้เมืองไทย กลับมาเป็น "สยามเมืองยิ้ม" อีกครั้งหนึ่ง
ผมพอจำได้เลือนลางว่า ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลักภัย ครั้งที่ ๑ (๒๓ ก.ย.๒๕๓๕ - ๑๓ ก.ค.๒๕๓๘) วิกฤตการเมืองไทยหลังเหตุการณ์ "พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕" ขณะนั้นมี ฯพณฯ ศุภชัย พานิชภักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี (ปัจจุบันเป็นเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังก์ถัด) เป็นผู้รับผิดชอบด้านเศรษฐกิจ มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นเลขาธิการ (รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี) ได้ช่วยงาน ฯพณฯ ศุภชัย ในด้านเศรษฐกิจ โดยในช่วงดังกล่าว ได้มีการผลักดันจากนักวิชาการ สื่อมวลชน และกลุ่มองค์กรเอกชน ให้รัฐบาลเร่งรัดกระจายอำนาจให้แก่ท้องถิ่น จนกระทั่งนำไปสู่การตราพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นแกนนำสำคัญในการผลักดันการกระจายอำนาจอย่างเป็นรูปธรรม ภายหลังจากเหตุวิกฤตเศรษฐกิจ "ต้มยำกุ้ง" พลเอกเชาวลิต ยงใจยุทธ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี นายชวน หลีกภัย ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหนที่ ๒ (ชวน ๒) (๙ พ.ย. ๒๕๔๐ - ๙ พ.ย. ๒๕๔๓) ในสมัยรัฐบาลชวน ๒ นี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นอกจากดูแลงานทางด้านเศรษฐกิจ (บางส่วน) และงานทางด้านการศึกษาแล้ว นายอภิสิทธิ์ ยังกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ฯ ในฐานะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบได้เป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนในการผลักดันกฎหมายฉบับดังกล่าว และที่สำคัญในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ นายอภิสิทธิ์ฯ ได้ผลักดันให้มีประกาศคณะกรรมการฯ เกี่ยวกับกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๑ สำเร็จก่อนที่จะส่งมอบงานต่อให้กับรัฐบาลชุดใหม่ คือรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๔

ที่กล่าวมาข้างต้น ต้องการให้พวกเราได้เห็นภาพของหัวหน้ารัฐบาลชุดนี้ คือ "นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ว่า นายกรัฐมนตรีท่านนี้ ได้มีความรู้ มีความเข้าใจ มีประสบการณ์เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นอย่างดี เพราะได้เป็นผู้ลงมือทำเรื่องการกระจายอำนาจมาด้วยตนเอง และพรรคประชาธิปัตย์จากอดีตที่ผ่านมาก็ให้การสนับสนุนในการเรื่องการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาโดยตลอด รวมทั้งยังมอบหมายให้ นายถวิล ไพรสณฑ์ รับผิดชอบร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ในส่วนของพรรคประกบกับร่างของกรมส่งเสริมฯ และร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ ซึ่งอดีตอาจจะไม่มีผลอะไรมากนักเพราะ พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้าน แต่ปัจจุบันเมื่อพรรคได้กลับมาเป็นฝ่ายรัฐบาล ก็เชื่อว่า นี่จะเป็นโอกาสอันดีที่พรรคจะได้นำร่างกฎหมายที่พรรคได้ร่างไว้มาเป็นร่างของรัฐบาลต่อไป รวมทั้งกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระจายอำนาจฯ เชื่อมั่นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะให้ความสำคัญไม่น้อยไปกว่า การแก้ไขปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ดังที่พวกเราได้รับฟังจากการให้สัมภาษณ์ของท่านในกรณีที่มีแนวคิดจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ของประเทศ โดยนำเงินอุดหนุนที่คงค้างอยู่ผลักดันให้มีการใช้จ่ายโดยเร็ว รวมทั้งแนวคิดการขยายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี รวมทั้ง การให้ค่าตอบแทนอสม. ซึ่งแน่นอนว่าเงินเหล่านี้ต้องผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างแน่นอน
ดังนั้น เมื่อเราทราบแล้วว่า ผู้นำรัฐบาลชุดปัจจุบันมีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในเรื่องท้องถิ่นเป็นอย่างดีแล้ว แล้วทำไมพวกเราจะไม่คว้าโอกาสทองนี้ เพื่อร่วมกันผลักดันแก้ไขกฎหมายให้มีความเหมาะสม ให้เกิดความสมดุลต่อการบริหารจัดการองค์การ ให้เหมาะสม โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับความทุกข์ทรมานมาตลอดหลาย ๆ ที่ผ่านมา เกี่ยวกับความไม่สมดุล แห่งอำนาจของระบบการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับแนวคิดของท่านถวิล ไพรสณฑ์ ที่กำหนดให้สำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือ ก.ถ. เป็นองค์กรอิสระ เช่นเดียวกันกับสำนักงานเลขาธิการ กกต. หรือสำนักงานเลขานุการศาลยุติธรรม เพราะจะทำให้ระบบการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่นมีความเข้มแข็ง เป็นเอกภาพ และเสริมสร้างขวัญกำลังใจ ให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มกำลังความสามารถอย่างแท้จริง ก็คงต้องฝากไปยังผู้ที่รับผิดชอบกับการขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งก็หมายถึง ผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นในก.กลางทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปลัดอบจ. ปลัดเทศบาล และปลัดอบต. และรวมทั้งองค์กรผู้แทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น อย่างเช่น สมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันขับเคลื่อนนี้โดยเร็ว ก่อนที่จะสายเกินไปครับ.
สุดท้าย... ต้องขอกราบอภัยสำหรับเพื่อน ๆ หลายท่านที่เข้าใจว่า ผมจะได้ย้ายไปอยู่จังหวัดระยอง (ซึ่งจริง ๆ ใจยังต้องการไปอยู่) เนื่องจากมีเหตุขัดข้องบางประการ ไม่สามารถย้ายไปได้ แต่ก็คงไม่ได้อยู่ที่เดิมแน่นอนครับ เพราะมติก.อบต.จังหวัดเห็นชอบให้ผมย้ายไปอยู่อบต.ภายในจังหวัดเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเดินทางไม่เดือนมกราคม ก็เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๒ นี้ครับ ก็อยากเรียนให้ท่านท้องถิ่นจังหวัด (บางแห่ง) ท่านท้องถิ่นอำเภอบางคน ทราบว่า ท่านไม่ต้องเกรงหรือกลัวผมขนาดนั้นก็ได้ครับ ท่านลองทำงานด้วยกันก่อนซิครับ ทำไมท่านต้องกลัวคนทำงานด้วยครับ หากท่านไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแผกแปลกแยกไปจากระเบียบ กฎหมาย หลักเกณฑ์ หรือหนังสือสั่งการของกรมฯ ท่านไม่ต้องกลัวผมหรอกครับ ผมไม่มีมีอำนาจพิเศษอะไรที่จะไปทำอะไรท่านได้ ผมตางหากที่ต้องยำเกรงท่าน และให้ความเคารพนับถือ (หากท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ) แต่หากการข่าวผมผิดพลาดก็ขอถือโอกาสนี้กราบอภัยเช่นเดียวกัน สำหรับเพื่อน ๆ ไม่ต้องกลัวว่าผมจะท้อครับ ยังจะรับใช้พวกเราเช่นเคย ตราบใดที่ยังอยู่ท้องถิ่นครับ...วันนี้ลาไปก่อนครับ ขอให้เพื่อน ๆ สนุกสนานมีความสุขกับวันหยุดยาวในเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ๒๕๕๑ และต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๒ โดยถ้วนหน้ากันครับ สวัสดีปีใหม่ครับ.
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑