"การเลื่อนขั้นเงินเดือน "

         สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน....วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นวันที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นส่วนใหญ่มีความดีใจ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มาครบหกเดือนหรือครึ่งปีงบประมาณ ๒๕๕๑ เพราะวันที่ ๑ เมษายน ของทุกปีก็จะได้รับการพิจารณาความดีความชอบประจำปีครั้งที่ ๑ หรือการเลื่อนขั้นเงินเดือน และเพิ่มค่าจ้างประจำ (สำหรับลูกจ้างประจำ) อันเป็นเรื่องที่เป็นขวัญกำลังใจของข้าราชการทุกประเภทไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการครู ข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น
          การพิจารณาความดีความชอบ หรือการเลื่อนขั้น เพิ่มค่าจ้าง หรือเลื่อนค่าตอบแทน เป็นกระบวนการหนึ่งในการจูงใจให้ข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานจ้าง ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ด้วยความอุตสาหะ ขยันหมั่นเพียร และตั้งมั่นอยู่ในระเบียบวินัย ขนบธรรมเนียม และวัฒนธรรมที่ดีขององค์การ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่ดีในการบริหารงานองค์การ แต่การใช้เครื่องมือนี้ แต่เป็นที่น่าเสียดายที่การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนฯ ทุกครั้ง มักจะได้ข่าวมาเสมอว่า มีการทะเลาะเบาะแว้งกันระหว่างข้าราชการที่ได้รับการเลื่อนขั้นที่มีความแตกต่างกัน รวมทั้งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างกันในหมู่ข้าราชการ ซ้ำร้าย หลายแห่งยังใช้กระบวนการเลื่อนขั้นเงินเดือนฯ ต่อรองผลประโยชน์ คุกคามจริยธรรมการทำงาน จนเป็นเหตุให้เกิดความท้อแท้ของข้าราชการที่มีความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ข้าราชการพอรับราชการไปนาน ๆ เกิดโรคเช้าชามเย็นชามขึ้น.......ซึ่งสุดท้ายประชาชนนั่นแหละเป็นผู้รับกรรมที่ได้รับการบริการที่ย่ำแย่ หรือไม่ได้รับการเอาใจใส่ที่ดีพอ

          การเลื่อนขั้นเงินเดือนฯ มีวัตถุประสงค์ที่ดี หากผู้บังคับบัญชาดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวน ขั้นตอนที่ถูกต้อง เหมาะสม และเคร่งครัด เชื่อว่า ความแตกแยก ความบาดหมาง ความไม่พอใจของข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรเดียวกันจะเบาบางลง และหากกระทำอย่างตรงไปตรงมา เชื่อว่า ข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความตั้งใจ ขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์สุจริต ย่อมจะได้รับการพิจารณาให้ความดีความชอบอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งการทำงานที่ง่าย ๆ ก็น่าจะทำให้เป็นไปตามระเบียบ วิธีการ และขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎหมายให้ถูกต้อง เคร่งครัด ที่ผ่านมา องค์การบริหารส่วนตำบลหลายแห่งที่ผมได้สัมผัสมา และได้รับรู้รับทราบจากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทำงานในอบต.หลาย ๆ แห่ง หลาย ๆ จังหวัด ผู้บังคับบัญชา่ไม่ยอมปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ ก.อบต.กำหนดไว้ เช่น ไม่มีการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการตามแบบที่กำหนด หรือบางแห่งก็ยังคงใช้แบบประมาณเมื่อสิบปีก่อนสมัยที่ การบริหารงานบุคคลอบต.อยู่ในความดูแลของ ก.ท. หลายแห่งไม่เคยให้ลูกน้องเสนอผลงานหรือเสนอแบบการประเมิน ยิ่งร้ายไปกว่านั้น ไม่มีการประชุม ปรึกษา หารือระหว่างหัวหน้าส่วนราชการในอบต. แต่ใช้วิธีปลัดอบต.คุยกับนายกฯสองคน ว่าจะให้ใครได้สองขั้น ใครได้หนึ่งขั้นครึ่ง ใครได้หนึ่งขั้น ใครได้ครึ่งขั้น เสร็จแล้วก็ออกคำสั่งทันที หรือบางแห่งปลัดอบต.ก็ชงเองเสนอนายกฯเอง โดยนายกฯหลายแห่งท่านก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งงานบุคคลก็ลงนามไปตามปลัดฯเสนอ หรือบางแห่งยิ่งร้ายไปกว่านั้น นายกฯไม่ถามไถ่ใคร อยู่ ๆ ก็ให้เจ้าหน้าที่ธุรการ จัดทำคำสั่งเลื่อนขั้นโดยทันที โดยไม่มีใครรู้มาก่อน กว่าจะรู้ก็ออกเป็นคำสั่งไปเรียบร้อยแล้ว เป็นต้น เหตุการณ์เหล่านี้ ผมเชื่อว่ามีอยู่จริง และมีอยู่เกือบทุกจังหวัด ดังนั้น หากก.อบต.จังหวัดใดมีความเคร่งครัด มีเจ้าหน้าที่ในสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดที่รับผิดชอบเอาใจใส่งานก็เป็นบุญของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้น ที่จะได้รับความเป็นธรรมเพราะได้มีการตรวจเอกสารอย่างเคร่งครัด เพื่อเสนอ ก.อบต.จังหวัดรับทราบ แต่หากจังหวัดใด ก.อบต.จังหวัดและเจ้าหน้าที่สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดไม่ใส่ใจ เพราะการเลื่อนขั้นฯ มิใช่เลื่อนขั้นของพวกเขาเอง และอาจถือว่าธุระไม่ใช่ สุกเอาเผากิน ไม่กำกับไม่ช่วยดูแล ไม่ผดุงความยุติธรรม ก็ถือว่าเป็นเวรกรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่นในจังหวัดนั้น ซึ่งเท่าที่ทราบ ลักษณะการทำงานของสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดทั้งสองลักษณะมีอยู่จริง
         จังหวัดที่อยากนำมากล่าวถึงแห่งหนึ่งก็คือ สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ ในอดีตการทำงานของผู้รับผิดชอบอาจเป็นลักษณะสุกเอาเผากิน ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ อบต.ใดส่งมาก็ไม่ใส่ใจ ไม่ตรวจสอบให้ถูกต้อง จะตรวจสอบก็ต่อเมื่่อมีการร้องเรียน ร้องทุกข์ คือ จะตรวจสอบก็ต่อเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งก็แก้ไขยากและลำบาก มีหลายกรณี ก.อบต.จังหวัดเชียงใหม่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ ทั้งที่ผ่านไปเป็นปี-สองปีแล้ว และหลายกรณีก็ทำอย่างขอไปที ร้องมาทีก็ตอบไปที ร้องถามมาครั้งก็ตอบไปครั้ง โดยทำเสมือนไม่ใช่เรื่องของตน ให้ไปทะเลาะหาข้อยุติหรือฟ้องร้องกันเอาเอง พฤติกรรมเช่นนี้จึงทำให้คนที่เดือนร้อน มีความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีกับสำนักงานท้องถิ่นจังหวัดสักเท่าใดนัก แต่ปัจจุบันทราบว่า สำนักงานท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้ ได้มอบหมายให้บุคคลที่เคร่งครัดในกฎระเบียบ มาดำเนินการ ได้มีการตรวจอย่างเข้มงวด และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะการกำหนดแบบและเอกสารที่จะต้องจัดส่งให้ ก.อบต.ตรวจสอบ จะมีความเข้มงวดกว่าในอดีตที่ผ่านมา ดังปรากฎตามหนังสือจังหวัดเชียงใหม่ที่ มท 0827.2/13974 ลงวันที่ 26 มีนาคม 2551 ได้ซักซ้อมแนวทางการเลื่อนขั้นเงินเดือนของพนักงานส่วนตำบลและพนักงานเทศบาล ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในกระบวนการเลื่อนขั้นเงินเดือนฯที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุก ๆ ฝ่ายได้แม้ไม่มากก็น้อย สำหรับจังหวัดอื่น ๆ จะถือนำมาเป็นตัวอย่างก็น่าจะไม่มีการสงวนลิขสิทธิ์ และจะเป็นผลบุญกุศลให้กับจังหวัดที่นำไปดำเินินการต่อ หรือดำเนินการให้ดียิ่งขึ้นกว่านี้ได้
         วันที่ ๑ เมษายน ของทุกปีเป็นวันข้าราชการพลเรือน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้ดังนี้ "งานราชการนั้น คืองานของแผ่นดิน. ข้าราชการจึงต้องสำเหนียก ตระหนักอยู่ตลอดเวลาถึงฐานะและหน้าที่ของตน แล้วตั้งใจปฏิบัติงานทุกอย่างโดยเต็มกำลังสติปัญญาความสามารถ ด้วยความสุจริตเที่ยงตรง และด้วยความมีสติยั้งคิด รู้ว่าสิ่งใดถูก สิ่งใดผิด สิ่งใดควรกระทำ สิ่งใดควรงดเว้น เพื่อให้งานที่ทำปราศจากโทษเสียหาย และบังเกิดผลเป็นประโยชน์ที่แท้ คือความเจริญมั่นคงของประเทศชาติและประชาชน." แม้ว่าพวกเรามิใช่ข้าราชการพลเรือน แต่ก็เป็นข้าราชการเช่นเดียวกัน จึงอยากให้พวกเราได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรับพระราชทานพระบรมราโชวาทองค์นี้ใส่เกล้าใส่กระหม่อมเช่นเดียวกันครับ. หากวันใดที่เรามีสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่นเป็นของพวกเราแล้ว เชื่อว่าคงต้องมีสักวันที่ พวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่น จะมี "วันข้าราชการส่วนท้องถิ่น" บ้าง ก็ฝากผู้เกี่ยวข้องพิจารณาไว้ด้วยครับ วันนี้ลาไปก่อนครับ รักษาสุขภาพโดยถ้วนกันครับ สวัสดีดีครับ.
          
.
     

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๑
 

 

 

อ่านคอลัมน์ ชวนคุยเรื่องท้องถิ่นย้อนหลัง

  คลิกที่นี่