การเมืองใหม่ : ตัดวงจรอุบาทว์ทางการเมืองของกลุ่มทุน

(โดย รศ.ดร. โกวิทย์ พวงงาม / สยามรัฐรายวัน ฉบับวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๑)

            แนวคิด การเมืองใหม่กำลังแพร่ขยายผลไปอย่างรวดเร็ว เพราะคนในสังคมไทยเริ่มเบื่อ เริ่มรังเกียจพฤติกรรมของนักการเมือง หรือที่เราเรียกว่าพฤติกรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (..) ที่มักอ้างว่าได้รับการเลือกตั้งมาจากประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย แต่วิธีคิด และการกระทำในทางการเมืองยังอยู่ในวังวนของ การเมืองเก่า ๆ

            การเมืองเก่า ๆ เป็นการเมืองที่ยึดติดและมีคำอธิบายเฉพาะการเมืองของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง วังวนอยู่กับระบบการเมืองของนักการเมืองที่ใช้เงินเป็นตัวตั้งเพื่อหากลวิธีในการทุจริตการเลือกตั้งเพื่อเข้ามาสู่อำนาจทางการเมืองของบรรดาพวก ส.. โดยส่วนใหญ่

            การเมืองเก่าจึงตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ที่มีกลุ่มนายทุนใหญ่ นายทุนเล็กหนุนอยู่ข้างหลัง เพื่อหาเงินให้ซื้อเสียง โดยการครอบงำชาวบ้านให้ขายสิทธิ์ โดยใช้วิธีการจูงใจด้วยวิธีการอุปถัมภ์ ช่วยเหลือในรูปแบบต่าง ๆ ต่อมาเมื่อ ส.. ได้อำนาจเข้ามาเป็นรัฐบาลเป็นฝ่ายบริหารก็คิดหาวิธีการถอนทุนคืน การตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารประเทศก็เพื่อตอบแทนกลุ่มทุนเป็นหลัก หาใช่การแต่งตั้งเพราะหลักความรู้ความสามารถในการบริหารบ้านเมือง หรือความเป็นมืออาชีพในเรื่องนั้นๆ แต่อย่างใด รัฐมนตรีจึงเป็นไปตามกลุ่มทุนทางการเมือง และจำนวน ส.. ในขั้วการเมืองที่มีกำลังมากกว่า

            ประชาธิปไตยในสังคมการเมืองไทยจึงกลายเป็นการลงทุนทางการเมืองของกลุ่มนายทุนใหญ่ระดับชาติ ร่วมกับนายทุนน้อยที่มีอิทธิพลในท้องถิ่น ทำให้จำนวน ส.. ที่ผ่านระบบการลงทุนของกลุ่มทุน จึงมีการจับมืออย่างแข็งขันเพื่อให้ได้มีอำนาจเป็นรัฐบาล และเพื่อร่วมกันหาวิธีการถอนทุนคืน การเมืองเก่าที่เป็นอย่างนี้ จึงถูกเรียกว่า ประชาธิปไตยในแนวทางของทุนนิยมสามานย์หรืออาจเรียกให้รุนแรงว่า ระบบเผด็จการรัฐสภาทุนนิยมสามานย์” “การเมืองเก่าซึ่งถูกยึดโยงด้วยกลุ่มทุนที่ประกอบด้วยคนเพียงจำนวนน้อยที่กำกับกลุ่ม ส.. จำนวนมากไว้ในมือและตอบแทนด้วยผลประโยชน์ต่าง ๆ และคอยกำกับกลุ่ม ส.. ซึ่งทำให้ขาดความเป็นอิสระ การยกมือให้ฝ่ายบริหารที่เป็นรัฐบาลโดยส่วนใหญ่จึงไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้อง แต่ยกมือเพื่อเอื้อประโยชน์ของกลุ่มทุนและพวกตนเองมากกว่า แม้ว่านักการเมืองคนนั้นจะกระทำผิด โดยไม่สนใจจริยธรรม คุณธรรมทางการเมือง

            ที่สำคัญ การเมืองเก่าของเหล่าบรรดานักการเมือง หรือ ส.. จะรังเกียจกระบวนการตรวจสอบจากองค์กรอิสระ ทั้ง กก.. ... และ ส... เป็นต้น โดยเฉพาะการตรวจสอบจากภาคประชาชน เราจึงเห็นว่าภายหลังจากที่เรามีองค์กรอิสระเข้ามากำกับและตรวจสอบนักการเมือง นับตั้งแต่รัฐธรรมนูญฯ 2540 เป็นต้นมา นักการเมืองในการเมืองเก่าก็จะหาวิธีแทรกแซงองค์กรอิสระ ทั้ง กก.. ... ศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งในรูปแบบการยื่นผลประโยชน์ จนทำให้บางครั้งระบบการตรวจสอบไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างอิสระ เพราะไม่สามารถทัดทานผลประโยชน์ทางการเมืองได้ แม้แต่องค์กรอิสระอย่าง กก.. และศาลรัฐธรรมนูญในบางยุคก็ปล่อยให้กระบวนการทางการเมืองของนักการเมืองเข้าแทรกแซง และให้มีการโกงการเลือกตั้ง

            นักการเมืองในการเมืองเก่า จึงไม่เป็นที่พึงประสงค์ขององค์กรอิสระที่เข้มแข็งและภาคประชาชนที่เข้มแข็ง นักการเมืองเก่าจึงไม่ค่อยให้คุณค่าของปัญญาชนที่เข้มแข็ง พลเมืองที่คิดเป็น สิ่งเหล่านี้จึงเป็น ยาขมของนักการเมืองในการเมืองเก่า

            การเมืองใหม่ จึงถูกเสนอขึ้นมาเพื่อสร้างระบบการเมืองใหม่ให้หลุดพ้นจากการเมืองเก่าที่ล้มเหลวในระบบทุนนิยมที่ใช้เงินเป็นตัวตั้ง และขจัดระบบเผด็จการทางรัฐสภา การเมืองใหม่จึงต้องการคนดี คนมีความสามารถให้เข้าสู่อำนาจทางการเมือง และไม่ควรติดยึดอยู่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เข้าสู่อำนาจทางการเมืองแบบซ้ำ ๆ เดิม ๆ ดังนั้นการเมืองใหม่ต้องมีตัวแทนมาจากทุกภาคส่วน ทุกกลุ่ม

            การเมืองใหม่ควรเป็นการเมืองที่เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมของประชาชนให้กว้างขวาง โดยเฉพาะการไม่ติดยึดกับการเมืองคือการเลือกตั้งเพียงประการเดียว แต่ควรอธิบายว่ายังมีการเมืองของภาคพลเมือง การเมืองข้างถนน การเมืองที่ต้องตรวจสอบนักการเมืองอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการเมืองที่ต้องมีธรรมาภิบาล

            จึงกล่าวได้ว่า การออกแบบการเมืองใหม่ จึงได้รับการขานรับจากทุกวงการ และได้เสนอขึ้นมาในหลายสูตรให้คนในสังคมได้คิดและแสวงหาทางออกทางการเมือง ซึ่งแน่นอนนักการเมืองในระบบการเมืองใหม่ย่อมจะไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจนัก

            ผมจึงเห็นด้วยกับข้อเสนอการเมืองใหม่ จึงอยากจะมีส่วนร่วมในการเสนอ โดยเฉพาะการคิดปฏิรูปการเมืองไทยทั้งระบบ นับตั้งแต่การเมืองในระดับชาติและการเมืองในระดับท้องถิ่น ตลอดจนการเมืองในระดับชุมชน นอกจากการปฏิรูประบบการเมืองแล้ว ก็ควรจะ ปฏิรูปคนไทยในระบบการเมืองทุกระดับโดยเฉพาะกระบวนการกล่อมเกลาคนไทยให้มีจริยธรรม คุณธรรมและมีความรับผิดชอบ ไม่คิดที่จะทุจริตคอรัปชั่น

            ดังนั้นการปฏิรูปการเมืองในระดับชาติ ข้อสำคัญก็ควรใช้คุณสมบัติในเชิงจริยธรรม คุณธรรมเป็นตัวตั้ง โดยเฉพาะการห้ามบุคคลที่เคยมีประวัติในทางเสื่อมเสียศีลธรรม และเคยมีประวัติทางคดีความทั้งหลาย ไม่ควรจะเข้ามายุ่งเกี่ยวในทางการเมือง และเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนทุกกลุ่มเข้ามามีอำนาจทางการเมืองในแนวทางของ พหุนิยมทางการเมือง

            ในระดับการเมืองท้องถิ่นก็เช่นเดียวกัน ควรจะปฏิรูปโครงสร้างองค์กรปกครองท้องถิ่นใหม่ทั้งหมด เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการเมืองท้องถิ่น

            ในระดับภาคพลเมืองต้องเปิดพื้นที่การเรียนรู้ทางการเมืองในทุกช่องทาง ทั้งการเรียนรู้ในระบบโรงเรียน และการเรียนรู้นอกระบบ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมทางการเมืองของพลเมือง

-----------------------------------------------------------------

 

Web Design Factory
Web Design Articles
(20-10-51)