สรุปผลการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
สมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย)
เรื่อง ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.......
วันที่ ๙ - ๑๐ ธันวาคม ๒๕๕๑
ณ โรงแรมสวนบัวรีสอร์ท อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
คณะกรรมการสมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) นำโดย นายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ ปลัดเทศบาลตำบลสุเทพ ในฐานะนายกสมาคมฯ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง ความเห็นต่อประเด็นในร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... โดยมีคณะกรรมการสมาคมฯเข้าร่วมครบองค์ประชุม พร้อมด้วยผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่อีกจำนวนหนึ่ง โดยที่ประชุมได้พิจารณาประเด็นสำคัญ ๆ ซึ่งเป็นปัญหาอุปสรรคต่อการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน โดยได้นำร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ซึ่งเป็นร่างของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และร่างของสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาเป็นต้นแบบ ซึ่งที่ประชุมได้มีความเห็นในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งได้เคยร่วมพิจารณากับคณะกรรมการสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2551 ณ อาคารเนชั่นทาวเวอร์ จังหวัดสมุทรปราการไปแล้วครั้งหนึ่ง รวมทั้งได้นำเสนอต่อเวทีรับฟังความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจัดขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ ไปบ้างแล้ว โดยครั้งนี้ได้มีการสรุปประเด็นสำคัญ ๆ รวม 8 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ 1 บทนิยามของคำว่า “ข้าราชการส่วนท้องถิ่น” ที่ประชุมมีความเห็นว่า บทนิยามของสำนักงานคณะกรรมการกระจายอำนาจฯครอบคลุมครบถ้วนแล้ว กล่าวคือ “ข้าราชการส่วนท้องถิ่น หมายความว่า ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด ข้าราชการเทศบาล ข้าราชการองค์การบริหารส่วนตำบล ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ข้าราชการเมืองพัทยา และข้าราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งได้รับการบรรจุแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการ โดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณหมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาลที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนำมาจัดเป็นเงินเดือนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น”
![]() |
![]() |
นายธัญศักดิ์ แสงศรีจันทร์ นายกสมาคมฯ เป็นประธานประชุมสัมมนาฯ |
|
ประเด็นที่ 2 องค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ประชุมมีความเห็นด้วยกับ ร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ โดยให้ปรับปรุงในส่วนของจำนวนคณะกรรมการฯดังนี้
“ให้มีคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น เรียกโดยย่อว่า “ก.ถ.” จำนวน 28 คน มี 4 ฝ่าย ประกอบด้วย
1)กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่
-นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน
-กรรมการโดยตำแหน่งอีก 6 คน ได้แก่ เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานปปช. และเลขาธิการสำนักงาน ก.ถ.
2)กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารงานท้องถิ่น ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านระบบราชการ ด้านการบริหารและการจัดการหรือด้านกฎหมาย ซึ่งมีผลงานทางด้านวิชาการ หรือมีความรู้เป็นที่ยอมรับ
3)กรรมการผู้แทน อปท.จำนวน 7 คนได้แก่
-นายกอบจ. 1 คน
-นายกเทศนมนตรี 2 คน
-นายกอบต. 2 คน
-ผู้ว่ากทม. 1 คน
-นายกเมืองพัทยา และผู้บริหารอปท.ที่กฎหมายจัดตั้ง 1 คน
4)กรรมการผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น 7 คน ได้แก่
-ผู้แทนข้าราชการอบจ. 1 คน
-ผู้แทนข้าราชการเทศบาล 2 คน
-ผู้แทนข้าราชการอบต. 2 คน
-ผู้แทนข้าราชการ กทม. 1 คน
-ผู้แทนข้าราชการเมืองพัทยาและผู้แทนขรก.อปท.ที่มีกฎหมายจัดตั้งเลือกกันเอง 1 คน
*** ให้เลขาธิการสำนักงาน ก.ถ. เป็นเลขานุการ และให้ ก.ถ.แต่งตั้งข้าราชการในสำนักงานก.ถ.จำนวนไม่เกิน 2 คน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ”
![]() |
![]() |
มณฑา เจริญสุขสุวรรณ ประชาสัมพันธ์สมาคมฯ |
ตัวแทน บ.INET แนะนำองค์กรและการให้บริการของบริษัท |
ประเด็นที่ 3 อำนาจหน้าที่ของ ก.ถ. ที่ประชุมเห็นชอบด้วยกับร่างของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยให้แก้เพิ่มเติมเฉพาะอำนาจหน้าที่ตามข้อ 4 ดังนี้
“4.มีมติในการย้าย การโอนหรือการรับโอนข้าราชการส่วนท้องถิ่นและการรับโอนข้าราชการอื่นมาเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือมีมติให้โอนข้าราชการส่วนท้องถิ่นระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระหว่างจังหวัด”
ประเด็นที่ 4 สำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ โดยให้มีการปรับปรุงเพิ่มเติมดังนี้
“ให้มีสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นเรียกโดยย่อว่า “สำนักงาน ก.ถ.” เป็นส่วนราชการไม่สังกัดกระทรวง ทบวง กรมใด มีฐานะเป็นนิติบุคคล ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี (มาตรา 16) สำนักงาน ก.ถ. มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ (มาตรา 17)..................”
ประเด็นที่ 5 คณะอนุกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัด (อ.ก.ถ.จังหวัด) ที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ โดยให้แก้ไขเฉพาะในส่วนของเลขานุการ อ.ก.ถ.จังหวัด ดังนี้ “ให้ อ.ก.ถ.จังหวัดคัดเลือกผู้แทนปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใน อ.ก.ถ.จังหวัด เป็นเลขานุการ อ.ก.ถ.จังหวัด และเสนอชื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้ง”
![]() |
![]() |
บรรยากาศการประชุมสัมมนา |
|
ประเด็นที่ 6 คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ถ.) ที่ประชุมเห็นด้วย กับร่างของ คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ กล่าวคือ “ให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมท้องถิ่นคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า “ก.พ.ถ.” ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งตามมาตรา 24 (มาตรา 22)
-กรรมการ ก.พ.ถ. ต้องทำงานเต็มเวลา
-ให้เลขาธิการ ก.ถ. เป็นเลขานุการของ ก.พ.ถ.”
ประเด็นที่ 7 ค่าใช้จ่ายด้านบริหารงานบุคคล ที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ กล่าวคือ “เงินเดือนและค่าจ้าง ต้องไม่สูงกว่าร้อยละ 45 ของเงินรายได้ของปีงบประมาณก่อน โดยไม่รวมเงินกู้ เงินอุดหนุน และเงินสิทธิประโยชน์ตอบแทนอื่น แต่ไม่นับรวมกับอัตรากำลังข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง ที่ถ่ายโอนภารกิจ และได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ทั้งนี้ ยกเว้นอปท.ที่มีอัตรากำลังคนไม่เกินจำนวนพื้นฐานที่ ก.ถ. กำหนด”
ประเด็นที่ 8 การบรรจุและการแต่งตั้ง ที่ประชุมเห็นควรเห็นด้วยตามร่างของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยให้ปรับแก้ถ้อยคำจากเดิมเป็นดังนี้ “การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ การร้องทุกข์ หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นและลูกจ้าง ให้เป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่น และปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
![]() |
![]() |
บรรยากาศการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ |
|
การแต่งตั้งหรือการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการส่วนท้องถิ่นหรือลูกจ้าง ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ถ. ก่อน ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ถ.กำหนด
สำหรับประเด็นอื่น ๆ ที่ประชุมไม่ติดใจ เนื่องจากเห็นว่า ตามร่างของกรมส่งเสริมฯ และร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ มีเนื้อหาสาระไม่ต่างกัน และเป็นประเด็นที่ต้องกำหนดไว้ในกฎหมายอยู่แล้ว โดยไม่ได้กระทบสิทธิเดิมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น โดยมีความเห็นในประเด็นนั้น ๆ โดยสรุปดังนี้
1.สวัสดิการเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล เห็นควรผลักดันให้จัดตั้งเป็นกองทุนที่ส่วนกลาง โดยมอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หรือสำนักงาน ก.ถ. เป็นผู้รับผิดชอบ และมีคณะกรรมการบริหารกองทุนที่มีตัวแทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมฯ กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ เป็นต้น โดยขอให้คณะกรรมการกระจายอำนาจฯ เป็นผู้จัดสรรเงินสมทบเข้ากองทุนโดยคำนวณจากสัดส่วนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น และลูกจ้างประจำทั่วประเทศ
2.สวัสดิการค่าเช่าบ้าน เห็นควรผลักดันให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่บรรจุครั้งแรก ได้รับสิทธิเบิกค่าเช่าซื้อบ้านได้ 1 หลัง โดยจัดซื้อที่ใดก็ได้
3.เงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) เห็นควรผลักดันมิให้นำมาคิดรวมกับรายจ่ายด้านการบริหารงานบุคคล (40 % หรือ 45 %)
![]()