หลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ........
ของคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
----------------------------------------
ด้วยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นขึ้น เพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ...... ในส่วนของคณะกรรมการการกระจายอำนาจขึ้น โดยมี ศ.สมคิด เลิศไพฑูรย์ เป็นประธานคณะทำงาน มีกรรมการที่สำคัญ ๆ เช่น นายพิษณุ พรหมจารีย์ ผู้แทนกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, นางอรวรรณ ขุมทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ, รศ.โกวิทย์ พวงงาม ,นายวิษุวัษ ตันมี ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกา,นายคณพล ปิ่นแก้ว ปลัดอบจ.เชียงใหม่,นายนิคม พลาพล ปลัดเทศบาลตำบลทุ่งหลวง จ.สุโขทัย,และนายพัสกร ใยน้อย ปลัดอบต.บางเดื่อ จ.ปทุมธานี เป็นต้น ได้ร่วมกันพิจารณาหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ....ในประเด็นหลัก ๆ ที่สำคัญ ๆ ซึ่งได้ผ่านความเห็นชอบของที่ประชุมคณะทำงานฯชุดนี้เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๑ โดยจะขอนำประเด็นที่ได้มีการพิจารณาบางส่วนมาแจ้งให้เพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกประเภทได้รับทราบ และช่วยกันติดตามต่อไป ดังนี้.-
๑.ประเด็น การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง
๑.๑)อำนาจในการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ไม่ควรให้อำนาจอยู่ที่ผู้บริหารท้องถิ่นทั้งหมด
๑.๒)ต้องการให้ข้าราชการท้องถิ่นที่อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนาดเล็ก สามารถเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งได้ทัดเทียมกับ อปท.ขนาดใหญ่ โดยมีเงื่อนไขและมาตรฐานในการเข้าสู่ตำแหน่งเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น อปท.ขนาดเล็กหรืออปท.ขนาดใหญ่
๑.๓)การเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง สำหรับในตำแหน่งปลัดอปท. หรือระดับผู้อำนวยการกอง/สำนัก หรือตั้งแต่ระดับ ๘ เมื่อมีตำแหน่งว่างใน อปท.ใด ให้ ก.ถ. กำหนดให้มีการเปิดสอบภายในเวลาที่กำหนด และ ก.ถ.เป็นผู้จัดสอบกลางโดยให้ผู้สอบได้ขึ้นบัญชีไว้ แล้วให้ผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ๆ กำหนดคุณสมบัติที่ต้องการและเป็นผู้คัดเลือกผู้สอบได้จากบัญชีที่ ก.ถ.ได้ทำการเปิดสอบนั้น
๑.๔)ให้มีคณะกรรมการกลางในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของ ก.จังหวัด โดยมีผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ
๒.ประเด็น คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.)
๒.๑)ที่มาของประธาน มีความเห็นแตกต่างกันดังนี้.-
-นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
-ผู้ทรงคุณวุฒิ
๒.๒)องค์ประกอบของคณะกรรมการ
-กรรมการโดยตำแหน่งจำนวน ๔ คน ประกอบด้วย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย
-กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๕ คน เปิดโอกาสให้นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่มีความเชี่ยวชาญในสาขานั้นมาเป็นกรรมการได้
-กรรมการผู้แทนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๕ คน โดยผู้แทนผู้บริหารท้องถิ่นให้มาจากการคัดเลือกผู้บริหารท้องถิ่นแต่ละประเภท
-กรรมการผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น จำนวน ๕ คน ซึ่งมาจากข้าราชการท้องถิ่น โดยไม่จำเป็นต้องมาจากผู้ดำรงตำแหน่งปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น
๓.อำนาจหน้าที่ของ ก.ถ.
๓.๑) กำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐานกลางเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น
๓.๒) การส่งเสริม การฝึกอบรม การพัฒนาบุคลากรของข้าราชการส่วนท้องถิ่น
๓.๓) ให้ความเห็นชอบในกรอบอัตรากำลัง
๓.๔) การบังคับให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ ก.ถ.กำหนด
๓.๕) การโอนย้ายข้ามจังหวัด
๓.๖) การรวบรวมทะเบียนประวัติและการแก้ไขทะเบียนประวัติ รวมถึงการพิจารณาการกำหนดเกษียณอายุขาราชการท้องถิ่น ให้เทียบเคียงพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญ
๓.๗) การตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กรณีนี้อาจตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการแทนได้
๔.โครงสร้างของคณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัด (ก.จังหวัด) มีจำนวนทั้งสิ้น ๒๐ คน ประกอบด้วย
๔.๑) ประธาน ก.จังหวัด ยังมีความเห็นแตกต่างกันดังนี้.-
-ให้ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธาน เพราะเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทางวิชาการ และเพื่อให้เกิดความเป็นกลาง และมีความยุติธรรมในการทำหน้าที่ประธาน
-ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน เนื่องจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้กำกับดูแล อปท.อยู่แล้ว เมื่อเกิดปัญหาจะได้สั่งการไปยัง อปท.ได้เลยทันที
-ให้คณะกรรมการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดเป็นผู้คัดเลือกกันเอง เป็นประธาน
๔.๒) กรรมการจากผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับ อปท. จำนวน ๕ คน โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้ดุลพินิจในการคัดเลือก
๔.๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีผลงานทางวิชาการ จำนวน ๕ คน และต้องมีภูมิลำเนาในจังหวัด
๔.๔) กรรมการจากผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน ๕ คน โดยมีสัดส่วนประกอบด้วย ผู้แทนเทศบาล ๒ คน ผู้แทน อบต. ๒ คน ผู้แทน อบจ. ๑ คน
๔.๕) กรรมการจากผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น จำนวน ๕ คน ให้ทำการคัดเลือกกันเองจากข้าราชการท้องถิ่นที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๖ ขึ้นไป และห้ามมาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดียวกัน มีวาระการดำรงตำแหน่ง ๔ ปี
หมายเหตุ.- เมื่อข้าราชการท้องถิ่นผู้ได้รับการคัดเลือกเป็น ก.จังหวัด ผู้ใดย้ายออกไปจากจังหวัดนั้น ให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่ง
๕.อำนาจหน้าที่ของ ก.จังหวัด
๕.๑) ให้ ก.จังหวัดปฏิบัติตามมาตรฐานกลางที่ ก.ถ.กำหนด และห้าม ก.จังหวัดกำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานที่แตกต่างไปจากที่ ก.ถ.กำหนดไว้
๕.๒) ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้ง โอนย้าย การให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการท้องถิ่นและลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภายในจังหวัดนั้น
๕.๓) การกำหนดตำแหน่งต่าง ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๕.๔) ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
๕.๕) ให้ความเห็นชอบกรณีให้ข้าราชการท้องถิ่นประจำจังหวัด เมื่อมีความจำเป็น
๕.๖) ให้ความเห็นชอบการยุบตำแหน่งซึ่งมิใช่หัวหน้าส่วนราชการของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๖.โครงสร้างของสำนักงานคณะกรรมการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
-ให้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นหน่วยงานกลางและจำทำให้ อปท. มีอิสระในการดูแลเรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น และมีความเห็นเพิ่มเติมดังนี้.-
๖.๑) ให้สังกัดกระทรวงมหาดไทย เพราะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแล อปท.โดยตรง และมีเครือข่ายความสัมพันธ์ในการดูแลเรื่องภารกิจ งบประมาณ และการบริหารงานบุคคลของ อปท. ให้ควบคู่กันไป ซึ่งเสนอโดยผู้แทนกระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
๖.๒) ให้เป็นทบวงอิสระ ทำหน้าที่ดูแล อปท.ทั้งระบบ
๗.การสอบบรรจุแต่งตั้งข้าราชการส่วนท้องถิ่นแรกเข้ามี ๒ ความเห็นดังนี้.-
๗.๑) ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ อปท. แต่ให้ ก.ถ. เป็นผู้กำหนดหลักเกณพ์ วิธีการสรรหาและมาตรฐานในการสอบบรรจุแต่งตั้ง
๗.๒) ให้ ก.ถ.จัดสอบภาคความรู้ทั่วไปทั่วประเทศ หรือมอบให้ สำนักงาน ก.ถ.หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมดำเนินการจัดสอบเองได้
๘.การโอนย้ายแต่งตั้ง.
๘.๑) เมื่อตำแหน่งในสายงานระดับบริหารว่างลงในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้ผู้บริหารท้องถิ่นดำเนินการสรรหาเพื่อบรรจุแต่งตั้งภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่ตำแหน่งนั้นว่างลง หากไ่ม่แต่งตั้งภายในกำหนดให้ ก.จังหวัดดำเนินการสรรหาเพื่อบรรจุแต่งตั้งต่อไป
๘.๒) ในจังหวัดเดียวกันให้ตกลงกันระหว่างผู้ขอโอนและผู้รับโอนหากตกลงกันได้ ให้โอนย้ายได้ แต่หากตกลงกันไม่ได้ให้ก.จังหวัด เป็นผู้ดำเนินการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เมื่อเกิดปัญหากรณีที่ผู้ประสงค์จะขอย้ายไม่ได้รับการโอนย้าย หากไกล่เกลี่ยไม่สำเร็จให้ ก.จังหวัดมีอำนาจในการสั่งให้ข้าราชการท้องถิ่นผู้นั้นไปปฏิบัติหน้าที่ ณ สำนักงาน ก.จังหวัด
๘.๓)สำหรับการโอนย้ายข้ามจังหวัดให้เป็นอำนาจของ ก.ถ. โดยให้ ก.ถ.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะ
ร่วมแสดงความเห็นต่อหลักการนี้ คลิกที่นี่ ![]()