บทวิจารณ์ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.......
(ตามหลักการร่างของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น)

                    ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอยู่ระหว่างการร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ...... เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ โดยส่วนมาตรฐานทั่วไปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น สำนักพัฒาระบบบริหารงานบุคคลสว่นท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้นำหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... เผยแพร่เมื่อวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมานั้น
                    ทีมงานกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ได้เฝ้าติดตามการจัดทำร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนเกิดรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ซึ่งเคยมีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.... ออกมาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งที่เป็นร่างของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเอง ร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ และร่างของสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งร่างทั้ง ๓ ได้เคยนำเสนอต่อเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นในเว็บไซต์กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นไปแล้ว และเมื่อเกิดรัฐประหารขึ้น ร่างดังกล่าวถึงแม้จะผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฏีกาแล้ว แต่เนื่องจากมีหลักการที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ จึงได้พับและตกไป มาบัดนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งมีภารกิจในการจัดทำและปรับปรุงระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้เริ่มดำเนินการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นอีกครั้ง โดยใช้ชื่อว่า "พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ......" ตามที่พวกเราเรียกร้อง อันเป็นนิมิตรที่ดีสำหรับพวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่จะได้รับการยอมรับจากสังคมโดยทั่วไปถึงสถานะของพวกเราอีกครั้งหนึ่ง บทวิจารณ์ดังต่อไปนี้ เป็นบทวิจารณ์ที่ทีมงานกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้จัดทำขึ้น โดยการรวบรวมความเห็นจากหลายฝ่ายและจากเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่แสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น จึงอยากให้เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นช่วยกันพินิจพิจารณาแล้วได้ช่วยกันเผยแพร่ วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เพื่อผลักดันให้ผู้ใหญ่และผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ไขให้การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่นของพวกเรามีทิศทางที่แจ่มใสและชัดเจนยิ่งขึ้น

ประเด็น / รายละเอียด / ข้อวิจารณ์

1.ข้าราชการส่วนท้องถิ่น
"ข้าราชการส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ปฏิบัติราชการในตำแหน่ง ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสามัญ หรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโดยได้รับเงินเดือนจากงบประมาณ หมวดเงินเดือนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจากเงินงบประมาณหมวดเงินอุดหนุนของรัฐบาล
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วย โดยเฉพาะข้อความสุดท้ายจะเป็นประโยชน์ต่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นในอนาคต หากมีการเปลี่ยนแปลงให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นสามารถเบิกจ่ายเงินเดือนโดยตรงเช่นเดียวกับ ก.พ.

2.คณะกรรมการ
ให้มีคณะกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่น (ก.ถ.) คณะเดียว จำนวน ๒๐ คน มี ๔ ฝ่าย ประกอบด้วย ผู้แทนส่วนราชการ ฝ่ายผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ฝ่ายบริหาร) ฝ่ายผู้แทนข้าราชการส่วนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วยในบางส่วน ไม่เห็นด้วยจำนวนควรมีฝ่ายละ 6 คน โดยสัดส่วนของฝ่ายท้องถิ่นนั้น จะได้มีตัวแทนจากองค์กรละ 2 คน คือ อบต.  และเทศบาล ควรมี 2 คน สำหรับอบจ. และเมืองพัทยา ควรมีตัวแทนเพียง 1 คน รวมเป็น 6 คน และไม่เห็นด้วยที่ให้อธิบดีกรมส่งเสริมฯ เป็นเลขานุการ ควรให้ผู้อำนวยการสำนักงาน ก.ถ. เป็นกรรมการและเลขานุการ  เนื่องจาก 10 ปีที่ผ่านมา อธิบดีกรมส่งเสริมฯ ก็มิได้ใส่ใจต่อการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่นเท่าที่ควร ได้ปล่อยปละละเลย ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับความเดือดร้อนโดยทั่วกัน และอธิบดีกรมส่งเสริมฯ หรือแม้จะมอบให้รองอธิบดีกรมส่งเสริมฯ ก็ไม่มีเวลาเพียงพอต่อการเอาใจใส่งานของข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพราะมีงานในหน้าที่ประจำมากอยู่แล้ว ประกอบกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นมิได้เป็นผู้ใต้บังคับบัญชาโดยตรง จึงทำให้ที่ผ่านมา อธิบดีและรองอธิบดีไม่ได้ใส่ใจเรื่องความทุกข์ร้อนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น เท่าที่ควรจะเป็น จึงไม่เห็นด้วย

3.อำนาจหน้าที่ของ ก.ถ.
ให้มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานและหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคล ให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งและการให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่งมีมติในการย้ายการโอน หรือการรับโอนข้าราชการส่วนท้องถิ่น และการรับโอนข้าราชการอื่นมาเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือมีมติให้โอนข้าราชการส่วนท้องถิ่นระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำกับ ติดตามและตรวจสอบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การดำเนินการทางวินัย ให้คำปรึกษา แต่งตั้ง อ.ก.ถ.วิสามัญ เพื่อดำเนินการใด ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วย

4.สำนักงาน ก.ถ.
สำนักงาน ก.ถ. เป็นส่วนราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานธุรการของ ก.ถ. และมีอำนาจหน้าที่พัฒนาส่งเสริม ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ หรือวิจัยเกี่ยวกับมาตรฐานและหลักเกณฑ์ จัดระบบการบริหารงานบุคคล จัดทำและพัฒนาระบบข้อมูล เกี่ยวกับกำลังคนและทะเบียนประวัติ และวางแผนกำลังคนในราชการส่วนท้องถิ่น ส่งเสริม ประสานงาน เผยแพร่ ให้คำปรึกษา แนะนำ และดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการสำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาข้าราชการส่วนท้องถิ่น จัดให้มีการดำเนินการสอบแข่งขันและสอบคัดเลือก และการทดสอบความรู้ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นตำแหน่งบริหาร รับรองคุณวุฒิ ควบคุมการเกษียณอายุ ติดตามและประเมินผลการบริหารงานบุคล จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นเสนอต่อ ก.ถ.
ข้อวิจารณ์
-ไม่เห็นด้วย ให้สำนักงาน ก.ถ. เป็นส่วนราชการในสังกัดกรมส่งเสริมฯ  ควรให้สำนักงาน ก.ถ. มีฐานะเทียบเท่า สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยงานระดับกรม หรือทบวง อยู่ในกำกับของ สำนักนายกรัฐมนตรี หรือ อยู่ในกำกับของกระทรวงมหาดไทย ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วแต่กรณี เนื่องจาก ข้าราชการส่วนท้องถิ่น มิได้เป็นข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ข้าราชการส่วนท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่ในอำนาจหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรม จำเป็นต้องประสานงานกับส่วนราชการหลากหลาย รวมทั้ง เป็นการรองรับการถ่ายโอนบุคลากรจาก กระทรวง ทบวง กรม อื่น ๆ ซึ่งจะเป็นการสะดวก และภาพลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้น  เป็นการคล่องตัวในการบริหารงานด้านบุคคล  ให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีความเป็นอิสระจากการครอบงำจาก ข้าราชการของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่หลายแห่งได้รับการดูหมิ่น  เหยียดหยามศักดิ์ศรีข้าราชการด้วยกันเอง ในลักษณะและรูปแบบหลากหลาย ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับความทุกข์เข็ญลำบากทั้งกายและใจ  และที่ผ่านมาก็ปรากฏชัดแจ้งแล้วว่า ข้าราชการในสังกัดกรมส่งเสริมฯ ไม่มีความจริงใจต่อการส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น ไม่ช่วยดูแลให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นปลอดจากการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง จึงไม่เห็นด้วยกับการให้สำนักงาน ก.ถ. อยู่ในสังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

5.อ.ก.ถ.จังหวัด
ในแต่ละจังหวัดให้มี คณะอนุกรรมการข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัด (อ.ก.ถ.จังหวัด) คณะหนึ่ง จำนวน ๒๐ คน มี ๔ ฝ่าย เช่นเดียวกับ ก.ถ. โดย ผวจ.เป็นประธานกรรมการและท้องถิ่นจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ มีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ และมีอำนาจกระทำการแทน ก.ถ.ในเรื่อง ให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้ง การเลื่อนระดับ และการให้พ้นจากตำแหน่ง ให้ความเห็นชอบในการให้โอนหรือรับโอนข้าราชการส่วนท้องถิ่นสามัญระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการรับโอนข้าราชการประเภทอื่นมาเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น พิจารณาอุทธรณ์โทษวินัยอย่างไม่ร้ายแรงและพิจารณาคำร้องทุกข์อันเกิดจากผู้บังคับบัญชาที่ปฏิบัติต่อตนไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กำกับ ติดตาม และตรวจสอบเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น รวมตลอดทั้งการดำเนินการทางวินัย ให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรฐาน หรือมติของ ก.ถ. หรือมติ อ.ก.ถ.
ข้อวิจารณ์
-อ.ก.ถ.จังหวัด ควรมีจำนวน 25 คน โดยมาจาก 4 ฝ่าย ๆ ละ 5 คน สำหรับตัวแทนของท้องถิ่น ให้มาจาก อบต. และเทศบาล ฝ่ายละ 2  คน และมาจาก อบจ.อีก 1 คน
-ไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานอ.ก.ถ. ควรให้คัดเลือกจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทน เพราะตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้ว่า ผู้ว่าฯ มิได้เป็นที่พึ่งหรือแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลที่เกิดขึ้นในท้องถิ่นได้เลย ซ้ำร้ายยังเป็นตัวถ่วงให้เกิดความล่าช้าและเป็นตัวปัญหาเสียเอง โดยส่วนใหญ่ผู้ว่าฯ มิได้เป็นประธานในที่ประชุมเอง มอบให้รองผู้ว่าฯซึ่งอนุมานได้ว่า ผู้ว่าฯมิได้ให้ความสำคัญกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างจริงใจ ทั้งที่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้สนองนโยบายของรัฐบาลและจังหวัดมาโดยตลอดที่ รัฐบาลหรือจังหวัดได้สั่งการลงมา ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้มีบทบาทหลักในการทำงาน อำเภอและจังหวัดเป็นเพียงผู้ประสานงานเท่านั้น อีกประการหนึ่งการที่ผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯนั่งเป็นประธานในที่ประชุม ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับการเสียเปรียบในการแสดงความเห็นและลงมติในที่ประชุม เนื่องเพราะ หนึ่งข้าราชการส่วนภูมิภาคที่เป็นตัวแทนของส่วนราชการนั้น ส่วนใหญ่เกรงใจผู้ว่าฯหรือรองผู้ว่าฯ ไม่กล้าที่จะมีความเห็นต่างจากผู้ว่าฯหรือรองผู้ว่าฯ เพราะเป็นผู้อยู่ในบังคับบัญชา สองเมื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เป็นตัวแทนในสัดส่วนของท้องถิ่นได้แสดงความเห็นแย้งกับผู้ว่าฯหรือรองผู้ว่าฯ มักจะถูกจับตามองเป็นพิเศษรวมทั้งถูกขึ้นบัญชีดำ หรือไว้เวร เพราะระบบข้าราชการไทยยังคงยึดติดหลักความอาวุโส เมื่อข้าราชการส่วนท้องถิ่นซึ่งมีความอาวุโสน้อยกว่าผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ มีความโต้แย้งกับผู้ว่าฯหรือรองผู้ว่าฯ มักจะถูกมองว่า เป็นเด็กก้าวร้าว ไม่เคารพผู้ใหญ่ และมักจะถูกตรวจสอบการทำงานในหน้าที่ประจำ โดยผู้ว่าฯหรือรองผู้ว่าฯจะใช้อำนาจในการกำกับดูแลเพื่อกลั่นแกล้ง อีกข้อหนึ่ง ตัวแทนฝ่ายการเมืองที่มาจากท้องถิ่นก็ไม่กล้าที่จะมีปัญหากับผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ หรือข้าราชการส่วนภูมิภาคที่เป็นตัวแทนของส่วนราชการต่าง ๆ ในจังหวัด เพราะเกรงจะถูกตรวจสอบหรือกลั่นแกล้งในหน้าที่การงาน  ดังนั้น เมื่อกรรมการอย่างน้อย 3 ฝ่ายเกรงใจผู้ที่นั่งเป็นประธานแล้ว  ไฉนเลยความเป็นธรรม หรือความเที่ยงธรรมจะเกิดขี้นได้ในที่ประชุม ซึ่งไม่นับรวมกรณีที่ตำแหน่งผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ มักจะเปลี่ยนแปลงไปตามวาระของผู้ว่าฯ หรือรองผู้ว่าฯ ทำให้งานไม่ต่อเนื่อง จึงไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้ผู้ว่าฯหรือรองผู้ว่าฯ หรือกรรมการที่มาจากตัวแทนของส่วนราชการนั่งเป็นประธาน อ.ก.ถ.จังหวัดอีก 
-ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะให้ท้องถิ่นจังหวัดเป็นเลขานุการโดยตำแหน่ง  ควรที่จะจัดตั้งสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัดขึ้น โดยให้หัวหน้าสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ อ.ก.ถ.จังหวัดโดยตำแหน่ง  เพื่อให้สอดคล้องกับ ก.ถ. และที่ผ่านมาก็ประจักษ์แก่สายตาของข้าราชการส่วนท้องถิ่นโดยทั่วไปแล้วว่า  ท้องถิ่นจังหวัดส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจต่อความทุกข์ร้อนหรือปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น จนเกิดปัญหามากมายที่ปรากฎเป็นข่าวต่อสื่อมวลชนและสาธารณชนโดยทั่วไป

6.คณะกรรมการพิทักษ์ ระบบคุณธรรม
ให้มีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการส่วนท้องถิ่นคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า "ก.พ.ถ." มีคณะกรรมการจำนวน ๗ คน โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นเลขานุการของ ก.พ.ถ. มีอำนาจหน้าที่ เสนอแนะต่อ ก.ถ.เพื่อให้ ก.ถ. ดำเนินการจัดให้มีหรือปรับปรุงนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลในส่วนที่เกี่ยวกับการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการส่วนท้องถิ่น พิจารณาสั่งการให้ ก.ถ.หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ออกกฎ ระเบียบหรือคำสั่ง แก้ไขกฎ ระเบียบ หรือคำสั่งดังกล่าวที่ไม่สอดคล้องกับระบบคุณธรรมในการจัดระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์โทษวินัยอย่างร้ายแรง พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์เนื่องจากถูกให้ออกจากราชการ
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วยกับชื่อเรียก
-ไม่เห็นด้วยกับองค์ประกอบ  ก.พ.ถ. ควรมีองค์ประกอบที่คล้ายกับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมของข้าราชการพลเรือน หรือ  ก.พ.ค. โดยให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เห็นชอบแต่งตั้ง และให้ผู้อำนวยการสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น เป็นเลขานุการโดยตำแหน่ง มิใช่ให้อธิบดีกรมส่งเสริมฯ เพราะอธิบดีกรมส่งเสริมฯเป็นข้าราชการส่วนกลาง มิใช่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น และมีภาระหน้าที่มากอยู่แล้ว  ไม่อาจมีเวลาสำหรับมาดูแลเอาใจใส่ข้าราชการส่วนท้องถิ่นอย่างเต็มที่ได้ และเลขานุการมีความสำคัญกับองค์กรนั้น ๆ มากในการเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ดังนั้น จึงไม่เห็นด้วยกับให้อธิบดีกรมส่งเสริมฯเป็นเลขานุการ
-เห็นด้วยกับอำนาจหน้าที่บางส่วน แต่ควรเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของ ก.พ.ค. ด้วย เพื่อมิให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับการคุ้มครองดูแลด้อยหรือต่ำกว่าข้าราชการพลเรือน

7.การบริหารงานบุคคล
การบรรจุและแต่งตั้ง การย้าย การโอน การรับโอน การเลื่อนระดับ การเลื่อนขั้นเงินเดือน การสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจาราชการ การอุทธรณ์ การร้องทุกข์ หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่นและลูกจ้าง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่ ก.ถ.กำหนด โดยการแต่งตั้งหรือการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการส่วนท้องถิ่นหรือลูกจ้าง ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ถ.ก่อน สำหรับสายงานและตำแหน่งข้าราชการส่วนท้องถิ่น ให้เป็นไปตามที่ ก.ถ.กำหนด ซึ่งต้องกำหนดให้เหมาะสมกับสภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สวัสดิการ สิทธิและประโยชน์ตอบแทนอื่น ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปตามที่ ก.ถ.กำหนด

ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วยกับข้อความข้างต้น

8.ค่าใช้จ่าย ด้านบริหารงานบุคคล
เงินเดือนและค่าจ้างต้องไม่สูงกว่าร้อยละสี่สิบของเงินรายได้จริงของปีงบประมาณที่ล่วงมาแล้วโดยไม่รวมเงินกู้และเงินอุดหนุนและเงินอื่น แต่ไม่รวมเงินเดือนและค่าจ้างของข้าราชการส่วนท้องถิ่นและลูกจ้างที่รัฐจัดให้เป็นการเฉพาะ โดยไม่รวมอัตรากำลังคนไม่เกินจำนวนพื้นฐานที่ ก.ถ. กำหนด
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วย  แต่ควรเพิ่มเติมไว้ด้วยว่า กรณีมีเหตุจำเป็น ก.ถ.อาจมีมติยกเว้นบทบัญญัตินี้ได้  เนื่องจากมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง  ที่ปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายด้านนี้เกินอัตราที่กำหนดอยู่ก่อนแล้ว เช่น เทศบาลขนาดใหญ่

9.การรักษาคุณธรรม และจริยธรรม
ข้าราชการส่วนท้องถิ่นต้องรักษาคุณธรรมและจริยธรรมตามที่กำหนดไว้เพื่อมุ่งประสงค์ให้เป็นข้าราชการที่ดี มีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการ โดย
          (๑) ดำรงตนให้ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม
          (๒) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ และรับผิดชอบ
          (๓) ปฏิบัติหน้าที่อย่างเปิดเผย โปร่งใส พร้อมให้ตรวจสอบ
          (๔) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสมอภาค สะดวก รวดเร็ว มีอัธยาศัยไมตรี โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก
          (๕) ปฏิบัติหน้าที่โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงานอย่างคุ้มค่า
          (๖) พัฒนาทักษะ ความรู้ ความสามารถ และตนเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วยกับบทบัญญัตินี้

10.วินัยและการรักษาวินัย
กำหนดเรื่อง วินัย การดำเนินการทางวินัย โทษวินัย การอุทธรณ์ การร้องทุกข์ การให้ออกจากราชการไว้ในกฎหมาย สำหรับการอุทธรณ์โทษทางวินัย กรณีวินัยไม่ร้ายแรงให้อุทธรณ์ต่อ อ.ก.ถ.จังหวัด กรณีวินัยอย่างร้ายแรงให้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ถ.) กรณีถูกให้ออกจากราชการ หรือกรณีให้พ้นจากตำแหน่ง ให้ร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ถ.
ข้อวิจารณ์
-ไม่เห็นด้วยกรณีวินัยอย่างไม่ร้ายแรงในการอุทธรณ์ต่อ อ.ก.ถ.จังหวัด แต่ควรให้อุทธรณ์ต่อ ก.ถ. โดยตรง เนื่องจาก บางครั้ง อ.ก.ถ.จังหวัดมีอคติกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นอยู่ก่อนแล้ว หรือเป็นคู่กรณีกัน ทำให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่นตกในภาวะจำยอม หรือเสียเปรียบ ดังนั้น การให้อุทธรณ์ต่อ ก.ถ. จึงเป็นแนวทางที่เหมาะสม 
-สำหรับกรณีวินัยอย่างร้ายแรง การให้อุทธรณ์ต่อ ก.พ.ถ. นั้นเหมาะสมแล้ว ซึ่งเป็นเช่นเดียวกันกับ ก.พ.ค.

11.สภาพบังคับให้ปฏิบัติ ตามกฎหมาย
1.กรณีการดำเนินการหรือมติของ อ.ก.ถ.จังหวัด ขัดหรือแย้งกับมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์ให้ ก.ถ.แจ้งให้แก้ไขหรือดำเนินการให้ถูกต้อง ถ้ามิได้ดำเนินการตามเวลาอันสมควร หรืออาจจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อการบริหารงานบุคคลเป็นส่วนรวมหรือไม่เป็นธรรม ให้ ก.ถ. มีอำนาจสั่งแก้ไขเพิกถอน หรือดำเนินการในเรื่องดังกล่าวใหม่ให้ถูกต้องได้
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วยกับบทบัญญัติข้างต้น  แต่ควรกำหนดบทลงโทษไว้ด้วย กรณีที่ อ.ก.ถ. ดำเนินการไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ หรือไม่ปฏิบัติตามมติ ก.ถ. ควรมีกำหนดไว้ว่า อ.ก.ถ.ต้องได้รับโทษอย่างไร เพราะที่ผ่านมา ก.จังหวัดหลายแห่ง ไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือกฎหมายที่ถูกต้อง หรือที่ควรจะเป็น แต่เมื่อมีการทักท้วงหรือศาลได้พิพากษาเพิกถอนมติแล้ว แต่ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใด ๆ ต่อการกระทำของตนที่ทำให้บุคคลอื่นได้รับความทุกข์หรือได้รับความเดือดร้อน

2.กรณีปลัดฯปฏิบัติหน้าที่ผู้บริหารท้องถิ่น ถ้าปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายหรือระเบียบ ให้ผู้กำกับดูแลมีอำนาจสั่งให้ระงับการปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว และแจ้งให้ อ.ก.ถ. จังหวัดเพื่อมีมติให้ไปช่วยปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน อ.ก.ถ.จังหวัด
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วย แต่ควรกำหนดโทษทางวินัยไว้ด้วยว่าจะถือว่าเป็นโทษทางวินัยอย่างไร

3.กรณีผู้บริหารท้องถิ่น บริหารงานบุคคลไม่ถูกต้องตามมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์ หรือฝ่าฝืนมติใด ๆ ของ ก.ถ. หรือ อ.ก.ถ. จังหวัด และ ก.ถ. หรือ อ.ก.ถ.จังหวัด แล้วแต่กรณี ได้แจ้งให้ผู้บริหารท้องถิ่นนั้นปฏิบัติให้ถูกต้อง ให้เพิกถอนหรือให้ระงับการฝ่าฝืนนั้นแล้ว ไม่ปฏิบัติตามภายในระยะเวลาที่กำหนด ให้ถือว่าผู้บริหารท้องถิ่นละเลยไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย โดยไม่มีเหตุผลอันควร อันเป็นเหตุให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องพ้นจากตำแหน่ง
ข้อวิจารณ์
-เห็นด้วยอย่างยิ่ง  แต่ควรกำหนดไว้ด้วย ให้ถือว่าพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ ก.ถ. หรือ อ.ก.ถ.มีมติ หรือมีหนังสือไปถึง หรือ รับทราบการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือหลักเกณฑ์ หรือมติ นั้น ๆ

                สรุปแล้ว เห็นว่า  หัวใจสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ น่าจะอยู่ที่ สำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น เพราะ หากสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่นไปสังกัดอยู่ภายใต้กรมส่งเสริมฯ การบริหารงานบุคคลต่าง ๆ ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นกว่าเดิม เพราะสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่นเปรียบเสมือนหน่วยงานที่จะช่วยดูแล สนับสนุน และคอยปกป้องคุ้มครองข้าราชการส่วนท้องถิ่น  ซึ่งจำเป็นต้องเป็นอิสระและปราศจากการครอบงำของฝ่ายการเมือง และข้าราชการส่วนกลางหรือส่วนภูมิภาค  เพราะหากให้ผู้อำนวยการสำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่นปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่ มีบุคลากรที่เหมาะสมแล้วเชื่อว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นจะได้รับการเอาใจใส่มากขึ้น สำหรับงบประมาณค่าใช้จ่ายของสำนักงานนี้ ควรให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจฯเป็นผู้จัดสรรเงินเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมด และสำนักงานฯนี้ควรมีอยู่ทุกจังหวัด ข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็มีสิทธิ์โอน(ย้าย)ไปปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานนี้ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น สำนักงาน ก.ถ.จึงควรขึ้นตรงต่อสำนักนายกรัฐมนตรี หรือต่อรัฐมนตรีฯสำหรับประเด็นอื่น ๆ นั้น คิดว่า เมื่อประเด็นนี้ชัดเจนแล้ว เชื่อว่า ประเด็นอื่นจะไม่เป็นปัญหากับข้าราชการส่วนท้องถิ่นเท่าประเด็นนี้


ทีมงานกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น  : www.thailocalgov.com   : 14 พฤษภาคม  2551

ร่วมเสวนาและแสดงพลังความเห็นเพิ่มเติม คลิกที่นี่

พิมพ์/อ่านเอกสารนี้เป็นไฟล์ acrobat reader (pdf.) คลิกที่นี่

เอกสารเผยแพร่ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หลักการแห่งร่าง พ.ร.บ. คลิกที่นี่

(กรุณาช่วยกันเผยแพร่ให้มากที่สุดเพื่อประโยชน์ของพวกเราเอง)

 

 

Web Design Factory
web-design-factory.net
(14-05-51)