สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ..... หายไปหลายวันต้องขออภัยสำหรับเพื่อน ๆ ที่รอคอยการติดตามอยู่ ที่หายไปเนื่องจากมีภารกิจหลายท่านที่ติดตามคงทราบดีว่า ช่วงที่ผ่านมาผมต้องไปช่วยงานของสมาคมข้าราชการส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ จัดโครงการฝึกอบรม ความรู้ทางวินัยสำหรับบุคลากรท้องถิ่น ซึ่งจัดร่วมกับเครือข่ายคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยของพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๓๐ พ.ย. - ๒ ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีท่านผอ.ประวิทย์ เปรื่องการ ให้เกียรติเป็นวิทยากรหลักของหลักสูตรนี้ ซึ่งก็มีผู้สนใจเข้าอบรมอยู่ประมาณ ๑๕๐ คน ก่อนหน้านั้นก็จัดประชุมสัมมนาคณะกรรมการสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย ขึ้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ (ดอยอินทนนท์) เมื่อวันที่ ๒๗ - ๒๙ พ.ย. ๕๒ โดยมีคณะกรรมการสมาพันธ์ฯจากหลายจังหวัด ทั้ง ป.บดินทร์ จากนราธิวาส,ป.สุรศักดิ์ จากนครศรีธรรมราช,ป.สุรเดช จากสุราษฎร์ธานี,ป.ชนม์เฉลิม และป.เก๋ จากร้อยเอ็ด,ป.วีรวิทย์ จาก นครราชสีมา,ป.คีตะพิชณ์ จากอยุธยา,ป.ชนัญชิดา จากเพชรบุรี รวมทั้งที่ปรึกษาสมาพันธ์ฯ คือ พี่ธีรเดช นิติกร ๗ วช.จากอบจ.พิษณุโลก พี่ใหญ่ของบรรดานิติกรทั่วประเทศในฐานะประธานชมรมนิติกรแห่งประเทศไทย และท่านอื่น ๆ รวมกว่า ๒๕ ท่าน ได้ข้อสรุปหลายเรื่อง อาทิ การแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนของสมาพันธ์ฯ รวม ๔ กองทุน ประกอบด้วย กองทุนพิทักษ์ระบบคุณธรรม มีป.บดินทร์ ลอแมง จากนราธิวาส เป็นประธานฯ ,กองทุนสวัสดิการสมาชิกและครอบครัว มี ป.พิชิต เจริญผล จากยโสธร เป็นประธานฯ, กองทุนช่วยเหลือสมาชิก มีป.เจตนิพัทธ์ จริยา จากเชียงใหม่ เป็นประธานฯ และกองทุนเพื่อการบริหารและพัฒนาสมาพันธ์ มีประธานสมาพันธ์ฯ คือ ป.มณฑา เจริญสุขสุวรรณ จากนนทบุรี เป็นประธานกรรมการกองทุน โดยกองทุนทั้งหมดจะสามารถดำเนินการขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมได้ในต้นปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เป็นต้นไป รวมทั้งได้ข้อสรุปเบื้องต้น เพื่อจัดตั้งสมาคมข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย ควบคู่ไปกับการดำเนินงานของสมาพันธ์ฯ เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่หวังดีต่อสมาพันธ์ฯ โจมตีให้ร้ายในแนวทางการดำเนินงานและอุดมการณ์ที่พวกเรากำลังต่อสู้อยู่ จนอาจเกิดเป็นปัญหาและอุปสรรคขึ้นในอนาคต โดยหวังว่า หลังจากที่สมาพันธ์ฯ ได้เปลี่ยนไปเป็นสมาคมฯที่เป็นนิติบุคคลแล้ว ท่านที่ให้ร้ายมุ่งโจมตีอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจะหยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้ แต่นั่นก็มิใช่เหตุผลหลักที่ทำให้คณะกรรมการสมาพันธ์ฯหวั่นไหวให้จดทะเบียนเป็นสมาคมฯ แต่คณะกรรมการสมาพันธ์ฯเห็นว่า แนวทางการดำเนินงานของสมาพันธ์ฯนั้น ต้องกระทบกับหลายฝ่าย ดังนั้น เพื่อมิให้เกิดปัญหากับผู้ทำงานในอนาคตที่อาจมีการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องดำเนินการให้เกิดความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
 |
 |
 |
| การประชุมสัมมนาคณะกรรมการสมาพันธ์ฯและที่ปรึกษา ณ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวาง (ดอยอินทนนท์) อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๒๗ - ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ |
และล่าสุดก็จัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้า ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น" รุ่นที่ ๑ เมื่อวันที่ ๙ - ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา โดยสมาพันธ์ฯได้รับความเมตตาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในด้านนี้โดยตรงจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก็ต้องขอขอบคุณท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วย ทั้งนี้ มีเพื่อน ๆ จากหลายจังหวัดให้ความสนใจเข้าร่วมครั้งนี้จำนวน ๕๔๐ ท่าน โดยจังหวัดที่เข้าร่วมครั้งนี้มากที่สุดคือ จังหวัดปัตตานี เกือบหนึ่งร้อยคน และจังหวัดในภาคเหนือตอนบนซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก อันได้แก่ แพร่ พะเยา ลำปาง ลำพูน น่าน เชียงใหม่ เชียงราย และแม่ฮ่องสอน เข้าร่วมมากที่สุด และต้องขอโทษอีกครั้งในข้อบกพร่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เอกสารประกอบการฝึกอบรม (กระเป๋า หนังสือ ซีดี เสื้อ) ที่หลายท่านยังไม่ได้รับ จะทยอยจัดส่งให้ภายในเดือนนี้ให้แล้วเสร็จ สำหรับหลายท่านที่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสมาพันธ์ฯ ก็ขอต้อนรับเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว สมาพันธ์ฯเพื่อจะได้ร่วมกันผดุงความยุติธรรมและพิทักษ์ระบบคุณธรรมในกระบวนการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นต่อไป สำหรับท่านที่ต้องการเอกสารเพิ่มเติมของวิทยากร สามารถส่งอีเมล์แจ้งชื่อ-ต้นสังกัด มายังอีเมล์ phiphatw@hotmail.com ได้ จะดำเนินการส่งให้ทางอีเมล์ สำหรับท่านที่ประสงค์เข้าอบรมรุ่นที่ ๒ รุ่นที่ ๓ และรุ่นที่ ๔ จะประชาสัมพันธ์แจ้งให้ทราบต่อไป
 |
 |
 |
เพื่อน ๆ ข้าราชการฯทุกภาคเข้าร่วมอบรมหลักสูตร
"สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่น" |
ท่านสุรชัย จงรักษ์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ ประธานในพิธีเปิด |
พิธีลงนาม MOU ทางวิชาการ ระหว่างสมาพันธ์ฯ
กับ คณะรัฐศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
ครับ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมหายไปหลายวันครับ เพื่อน ๆ หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วผมไม่ทำงานหรือ ก็ต้องบอกว่า ทำงานครับ แต่ก็ต้องสละเวลาส่วนหนึ่งมาช่วยงานของพวกเราก่อน เพื่อให้สมาพันธ์ฯมีความเข้มแข็งโดยเร็ว เพื่อให้เป็นองค์กรที่เคียงคู่กับพวกเราได้อย่างแท้จริง แต่ด้วยความเมตตาของผู้บังคับบัญชาจึงได้มีโอกาสมารับใช้พวกเราได้สะดวกขึ้น แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งงานหลักในฐานะเป็นข้าราชการ ก็ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่เช่นเดิม หลังจากนี้ เมื่อสมาพันธ์ฯมีคณะกรรมการบริหารกองทุน ต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ผมหวังไว้อย่างมากว่า เพื่อน ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่กรรมการกองทุนคงจะช่วยแบ่งเบาภาระต่าง ๆ ที่ผมได้ริเริ่มไว้ให้เป็นจริงโดยเร็ว
เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ป.ทวีศักดิ์ ศรีทองกิตติกุล ปลัดอบต.เขาจ้าว จ.ประจวบฯ ในฐานะผู้แทนใน ก.อบต.แจ้งว่า ก.อบต.(ก.กลาง) มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล กรณีให้พนักงานส่วนตำบลตำแหน่งบริหาร (ปลัดฯ คลัง ช่าง ฯลฯ) ต้องโอน(ย้าย) เมื่ออยู่ครบ ๔ ปี และต่ออายุได้ทุกปี เนื่องจากที่ผ่านมา ไม่สามารถแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงตามเจตนารมณ์เดิม โดยมีมาตรการใหม่มารองรับ กรณีที่เกิดปัญหาข้อขัดแย้ง ระหว่างนายกอบต.กับพนักงานส่วนตำบลสายงานบริหาร ให้ ก.อบต.จังหวัดแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาแก้ไข กรณีที่ อนุกรรมการและ ก.อบต.จังหวัดมีมติเป็นเช่นไร ให้นายกอบต.ถือปฏิบัติไปตามมตินั้น สำหรับประกาศอยู่ระหว่างการเสนอให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงนาม คาดว่าน่าจะลงนามภายในเดือนธันวาคมนี้ ก็แสดงความยินดีกับเพื่อน ๆ หลายท่านที่ลุ้นเรื่องนี้อยู่ และเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับ ก.อบต. โดยเฉพาะผู้แทนปลัดอบต.ในก.อบต. ที่จะเห็นชอบเรื่องใดที่กระทบสิทธิของเพื่อน ๆ ควรพินิจพิจารณาให้รอบคอบ สอบถามเพื่อน ๆ กันก่อน ก่อนที่จะยกมือสนับสนุนหรือลงมติ เพราะไม่เช่นนั้น อาจซ้ำรอยเรื่องนี้ ที่นอกจากแก้ไขปัญหาไม่ได้แล้ว ยังเพิ่มปัญหาใหม่เกิดขึ้นอีกมากมายตามมา...
อีกเรื่อง วันที่ ๑๑ ธันวาคม ที่ผ่านมา ก.อบต.จังหวัดเชียงใหม่ ได้เห็นชอบให้อบต.ในจังหวัดเชียงใหม่รวม ๑๑๓ แห่ง ได้รับเงินประโยชน์ตอบแทนเป็นกรณีพิเศษ (โบนัส) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ไม่เกิน ๓ เท่าของอัตราเงินเดือน/ค่าตอบแทน ก็ขอแสดงความยินดีกับเพื่อน ๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ด้วย คาดว่า หนังสือแจ้งมติคงจะลงในเว็บจังหวัดในสัปดาห์นี้ ก็ขอให้พวกเราใจเย็นนิดหนึ่ง รอหนังสือจังหวัดก่อน แต่ช่วงนี้ อาจเตรียมการไว้ล่วงหน้าได้ไม่ว่าจะเป็น การแต่งตั้งคณะกรรมการจ่ายเงิน การจัดทำเอกสารฎีกา และเอกสารประกอบอื่น ๆ ไว้ เมื่อหนังสือแจ้งมาถึงก็สามารถเสนอผู้บริหารอนุมัติได้ อีกเรื่องนี้ที่มีการนำเสนอที่ประชุม ซึ่งเป็นเรื่องที่ ก.อบต.จังหวัดอื่น ๆ ควรนำไปเป็นตัวอย่างได้อย่างดี ก็คือ การไม่เห็นชอบให้ นายกอบต. สั่งประจำพนักงานส่วนตำบล โดยใช้เหตุผลในการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย(อย่างร้ายแรง) เพราะคำสั่งที่ออกนั้น ไม่น่าจะชอบด้วยกฎหมาย รวมทั้งคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งก็ยังไม่รู้ตัวว่าได้รับการแต่งตั้ง การออกคำสั่งทางปกครองเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ปลัดอบต.ควรกลั่นกรองให้รอบคอบ เพราะคำสั่งทางปกครองโดยเฉพาะในเรื่องของการสอบสวนทางวินัยนั้น ของข้าราชการพลเรือนกับข้าราชการส่วนท้องถิ่น นั้นใช้กฎหมายคนละฉบับกัน ข้าราชการพลเรือนหลายคนอาจคิดว่าตนเองเชี่ยวชาญให้คำแนะนำผิด ๆ ถูก ๆ ต่อผู้บริหารท้องถิ่น หรือบางท่าน อาจร่างให้ด้วยซ้ำไป ก็อยากเตือนว่า ปัจจุบันข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งมากขึ้น มีเครือข่ายวินัยฯดูแล มีสมาคมฯ มีชมรมฯ มีสมาพันธ์ฯ หลายแห่งให้การช่วยเหลือแนะนำ ดังนั้น พวกท่านจะมาทำอะไรกับข้าราชการส่วนท้องถิ่นเหมือนเช่นเมื่อ ๑๒ ปีก่อนนั้น ไม่ง่ายครับ ดีไม่ดีท่านนั่นแหละจะเป็นผู้ถูกดำเนินการทางวินัยเสียเอง ในฐานะปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือใช้ตำแหน่งหน้าที่กลั่นแกล้งเพื่อนข้าราชการ ผมชื่นชมและดีใจที่ได้เห็นท่านรองผู้ว่าฯ ชุมพร แสงมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ที่นั่งเป็นประธานก.อบต.จังหวัด ได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า ได้ตั้งปณิธานว่า จะไม่ยอมให้ผู้ใดมาละเมิดสิทธิอันพึงมีพึงได้ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งในเรื่องของการกลั่นแกล้งกันเกิดขึ้นในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากทุกจังหวัดมีผู้ว่าฯหรือรองผู้ว่าฯ เข้มแข็งแบบนี้สักครึ่งหนึ่ง ปัญหาของข้าราชการส่วนท้องถิ่นคงจะเบาบางลงไปเยอะมาก ไม่ต้องมาตั้งสมาคมฯ สมาพันธ์ฯ ชมรมฯ อะไรมาปกป้องสิทธิประโยชน์ฯต่าง ๆ ให้วุ่นวายอีก
เรื่องสุดท้ายสำหรับวันนี้ ผมได้รับเมล์จากเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นท่านหนึ่งจาก ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เมล์มานานแล้ว ยังไม่มีโอกาสเขียนถึง และยังไม่มีโอกาสนำมาเสนอให้เพื่อน ๆ ในภูมิภาคอื่นได้ทราบและเข้าใจถึงความรู้สึกของเพื่อน ๆ เหล่านั้น และนี่เป็นส่วนหนึ่งครับ "เสียงครวญจากแดนใต้ปลายด้ามขวาน"
"สวัสดีครับ ป.พิพัฒน์ สำหรับผมแล้วจดหมายฉบับนี้คงเป็นฉบับแรกที่ส่งมาถึง ป.พิพัฒน์ ปัจจุบันผมรับราชการในตำแหน่งหัวหน้าส่วนฯระดับ 4 ของ อบต.แห่งหนึ่งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ตอนล่างสุดของประเทศไทย (คิดว่าน่าจะเป็นประเทศไทย) สืบเนื่องมาจาก ปี 2552 กรมส่งเสริม ฯ ได้เปิดสอบนักบริหารกรณีพิเศษ 3 จชต. ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่สอบได้ตำแหน่งหัวหน้าส่วนฯ
ซึ่งก่อนหน้านั้นผมทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเงินเดือนก็ประมาณ 20,000 บาทต้น ๆ แต่ด้วยความที่ตัวผมเองเคยฝันไว้ว่าในชีวิตผมอยากทำงานราชการ เพื่อรับใช้ประเทศชาติบ้านเกิดของผมสักครั้งถ้ามีโอกาส และแล้วสิ่งที่ผมคิดฝันก็เป็นจริงเมื่อผมสอบได้นักบริหารฯ (หัวหน้าส่วนฯ) ในขณะนั้นท่ามกลางกระแสข่าวการวิ่งเต้นซีละ 100,000 บาท แต่ตัวผมก็สามารถสอบเข้ามาได้อย่างขาวสะอาด และภาคภูมิใจมากกับการสอบได้ครั้งนี้ เพราะเป็นการสอบเข้ารับราชครั้งแรกของผม
เมื่อระยะเวลาผ่านไปประมาณ 2 ปี กับอาชีพรับราชการของผม ผมได้รู้ได้เห็นอะไรหลายอย่าง ที่เกิดขึ้นกับพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่ปฏิบัติงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะตำแหน่งบริหารอยู่ลำบากมากครับไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันซึ่งก็เป็นที่ทราบกันดี ที่สำคัญกว่านั้นก็คือปัญหาภายในองค์กรเองที่พนักงานส่วนท้องถิ่นเกือบทุก อบต.ต้องอึดอัดใจอย่างมากนั่นก็คือการถูกบีบบังคับให้ทำงานในลักษณะที่ไม่เป็นไปตามระเบียบราชการถูกรังแก จากนักการเมืองท้องถิ่น (เป็นที่ทราบกันดีว่า นายก อบต. และสมาชิก อบต. บางแห่งนั้นเป็นแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ) ทำให้พนักงานส่วนท้องถิ่น (โดยเฉพาะพนักงานส่วนท้องถิ่นที่นับถือศาสนาพุทธ) ทำงานอย่างหวาดผวา ไม่มีขวัญกำลังใจ หวังพึ่งปลัดก็ไม่ได้เนื่องจากปลัดเองก็มีผลประโยชน์มีส่วนได้ส่วนเสียกับนายกฯ แต่ก็มีบางที่ครับที่ปลัดเป็นที่พึ่งให้กับข้าราชการได้บ้าง ก็ถือเป็นโชคดีของพนักงานส่วนท้องถิ่นของ อบต.แห่งนั้นไป แต่ที่ผมอยู่ไม่ได้เป็นอย่างนั้นครับทุกคนต้องเอาตัวรอดเอง บางที่ร้ายกว่าถูกนายก อบต. เอาปืนจ่อหัว บางที่หัวหน้าส่วนฯถูกอุ้มตัวไปทำร้ายอาการสาหัสก็มี ดังนั้นการทำงานสนองตอบต่อความต้องการของนายก ฯ จึงเป็นทางออกที่ข้าราชการจำใจไม่อาจปฏิเสธได้ จริงอยู่ครับการดำเนินการใด ฯ ที่พนักงานส่วนท้องถิ่นไม่เห็นด้วยสามารถทำความเห็นแย้งได้ แต่ทราบหรือไม่ว่าการทำความเห็นแย้งนั้นเป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูกับนายก ฯ เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สตง.เข้าตรวจนักการเมืองจะโยนความผิดให้ข้าราชการประจำ นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ผมเล่าถึงครับที่จริงยังมีอีกมาก
นี่ก็สิ้นปีงบประมาณแล้วพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ผมอยู่จะต้องถูกหักเงินโบนัสบางส่วนให้นายกทุกคนครับ ส่วนจะเป็นคนละเท่าไหร่นั้นอยู่ที่นายกฯ ครับ อบต.บางแห่งพนักงานถูกหักเงินโบนัส คนละ 20% ก็มีครับ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องพูดถึงก็คือ สวัสดิการต่าง ๆ ที่พนักงานส่วนท้องถิ่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับ การนับวันทวีคูณ จริงๆ แล้ววันทวีคูณที่พนักงานส่วนท้องถิ่นใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับอยู่แทบไม่เกิดอะไรเลยครับ เนื่องจากไม่สามารถนำไปนับคำนวณบำเหน็จบำนาญได้เหมือนอย่างของตำรวจ ทหาร ใช้ได้เฉพาะนับเวลาเพื่อปรับระดับให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้นเท่านั้น การปรับระดับนั้นมีองค์ประกอบหลักอยู่ 2 อย่างคือ ระยะเวลา และขั้นเงินเดือน ตัวอย่างเช่นผู้ที่บรรจุครั้งแรกในระดับ 3 ถ้ารับราชการ 1 ปี ก็สามารถปรับระดับเป็น 4 ได้เลย (วันทวีคูณ) ไม่ต้องดูขั้นเงินเดือนเพราะดูเวลาอย่างเดียว แต่ถ้าปรับระดับจาก 4 ไป 5 คือครอง 4 อยู่ 1 ปี ระยะเวลาได้ครับ แต่ยังไม่สามารถทำระดับ 5 ได้ครับเพราะต้องรอขั้นเงินเดือนจนกว่าจะถึงขั้นต่ำของระดับ 5 นั่นก็คือ 10,190 ครับ ซึ่งกว่าขั้นเงินเดือนจะถึงขั้นต่ำของระดับ 5 ท่านก็ลองคำนวณดูครับว่าจะใช้เวลากี่ปี ถ้าเปรียบเทียบกับพนักงานส่วนท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานนอกเขตพื้นที่พิเศษดังกล่าวนี้ความก้าวหน้าก็ไม่แตกต่างกันเลยครับ นี่เป็นแค่ปัญหาส่วนหนึ่งที่พนักงานส่วนท้องถิ่นที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จชต. ที่แล้วปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นมีมากกว่านี้
ที่เขียน Mail มาถึง ป.พิพัฒน์ ครั้งนี้มิได้คาดหวังอะไรครับ แต่อยากเล่าเรื่องราวต่าง ๆ บางส่วนที่เกิดขึ้นกับพนักส่วนท้องถิ่นใน 3 จชต.ให้ได้รับรู้รับทราบกัน อย่างน้อยก็เป็นการระบายความรู้สึกที่กำลังเป็นอย ู่กับพนักงานส่วนท้องถิ่นใน 3 จชต.ขณะนี้และที่สำคัญกว่านี้ก็คือข้าราชการส่วนท้องถิ่นใน 3 จชต. ไม่ได้รับการเหลียวแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเลย ตั้งแต่ท่านอธิบดี สมพร ถูกโยกย้ายไป พนักงานส่วนท้องถิ่นต้องเผชิญชะตากรรมกันไปตามยถากรรม แบบใครอยู่ได้ก็อยู่ ใครอยู่ไม่ได้ก็ลาออกไป
วันนี้คงพอแค่นี้ก่อนครับเดี๋ยวครั้งต่อไปจะเขียน Mail มาเล่าสู่กันฟังอีกครับ เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพนักงานส่วนท้องถิ่นใน 3 จชต. ยังมีอีกเยอะครับ
ไม่มีใครเข้าใจพนักงานส่วนท้องถิ่นเหมือนกับพนักงานส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง
"
ครับ นั่นคือเสียงหนึ่งที่ครวญออกมาจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นปลายด้ามขวาน วันก่อนที่จัดโครงการฝึกอบรม ผมมีโอกาสได้คุยกับป.อำนาจ จากปัตตานี ซึ่งถือว่าเป็นพี่ใหญ่ของน้อง ๆ ในจังหวัดปัตตานี ที่พึ่งพาได้ ท่านก็บอกว่า พยายามดูแลเพื่อน ๆ น้อง ๆ อย่างเต็มที่เท่าที่จะทำได้ ครั้งหนึ่งท่านได้รับการแต่งตั้งเป็น อนุกรรมการใน ก.อบต. ท่านบอกว่าเคยไปประชุมครั้งเดียว เพราะเห็นว่า ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรพวกเราได้อย่างแท้จริง เพราะฝ่ายเลขานุการ ก.อบต.จะจัดการมาให้เสร็จสรรพ ไม่เปิดโอกาสให้เราได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง จึงขอลาออกไปทำงานอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อเพื่อน ๆ ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้มากกว่า ครับ สำหรับเรื่องของท่านที่เมล์มา เป็นหนึ่งในคำตอบของคำถามของหลายท่านที่ถามว่า "ทำไมต้องตั้งสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย" ขึ้นมาอีก ทั้งที่มีสมาคมฯ สมาพันธ์ฯ อยู่แล้ว ก็เพราะยังมีจุดที่สมาคมฯ หรือสมาพันธ์ฯ เหล่านั้นเข้าไม่ถึงครับ ไม่สามารถสนองตอบความต้องการ และช่วยเหลือพวกเขาได้ จึงต้องมีการตั้งสมาพันธ์ข้าราชการฯ ขึ้นมา เพื่อเข้าไปอุดช่องว่างเหล่านั้นให้หมดไป ดังคำคมของเพื่อนข้าราชการฯจากแดนใต้ข้างต้นว่าที่ "ไม่มีใครเข้าใจพนักงานส่วนท้องถิ่น เหมือนกับพนักงานส่วนท้องถิ่นด้วยกันเอง" วันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ.
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
http://phiphatw.hi5.com
http://twitter.com/phiphatw
๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๒