สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ..... วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทำงานปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ในช่วงปีที่ผ่านมาข้าราชการส่วนท้องถิ่นเราก็มีอะไรที่ตื่นเต้น เร้าใจ เศร้า ทุกข์ สุข คละเคล้ากันไป เอาเรื่องดีก่อน ก.กลาง ได้มีมติกำหนดมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับลูกจ้างประจำ ให้สามารถย้ายไปดำรงตำแหน่ง ที่สูงขึ้นได้ เช่น ลูกจ้างหมวดแรงงาน ย้ายไปเป็นหมวดฝีมือ หมวดฝีมือย้ายไปเป็นหมวดฝีมือพิเศษ เป็นต้น,ในสายบริหาร ก.อบต.มีมติเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๒ เห็นชอบให้ยกเลิกมาตรฐานทั่วไปในประเด็น ให้พนักงานส่วนตำบลสายผู้บริหาร ต้องโอน(ย้าย)เมื่ออยู่ครบ ๔ ปี และต่อสัญญาปีต่อปี หรืออาจเรียกมาตรฐานนี้ว่า "มาตรฐานทาส" เพราะต้องให้พนักงานส่วนตำบลตกเป็นทาสผู้บริหารที่จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด เจ็บปวดไปตาม ๆ กัน เกิดขึ้นในสมัยของก.อบต.ชุดก่อน พอ ก.อบต.ชุดใหม่ มี ท่านปลัดทวีศักดิ์ ศรีทองกิตติกูล ในอีกหนึ่งฐานะก็คือ ประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ทนรบเร้าจากเพื่อน ๆ ปลัดอบต.ไม่ไหว ต้องออกแรงเต็มลูกสูบ สุดท้าย ก.อบต.ฝ่ายนายกอบต.จำต้องยอมถอย ยินยอมให้ยกเลิก เพราะไม่มีเหตุผลมาหักล้าง ที่อ้างมาตลอดว่า สามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นการเพิ่มปัญหาเข้าไปอีกอื้อ ก็ยินดีล่วงหน้าสำหรับสายงานบริหาร โดยเฉพาะ เพื่อน ๆ ปลัดอบต.ทั้งหลาย ในฐานะปลัดอบต.คนหนึ่ง (แม้ไม่ได้รับอานิสงค์อะไรก็ตาม) ก็ต้องขอบคุณป.ทวีศักดิ์ ศรีทองกิตติกุล พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิ และกรรมการผู้แทนส่วนราชการหลาย ๆ ท่านที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น แทนเพื่อน ๆ ปลัดอบต.ทั่วประเทศด้วยครับ
สำหรับข่าวดีที่พวกเราได้อานิสงค์โดยทั่วหน้า (ยกเว้นคนที่มีเงินเดือนสูงกว่า ๑๕,๐๐๐ บาท) นั่นก็คือ การได้รับเช็คช่วยชาติ คนละ ๒,๐๐๐ บาท ได้โดยทั่วกัน อย่างน้อยก็ช่วยให้เศรษฐกิจฟุ้งกระจายจนกคลายวิกฤตประเทศได้ในระดับหนึ่ง อีกเรื่องตามมาติด ๆ ก.กลางมีมติเมื่อ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เห็นชอบกำหนดมาตรฐานทั่วไป ให้บรรดาข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เรียกว่า สายวิชาชีพ ให้ได้รับ เงินเพิ่มพิเศษ ตั้งแต่ ๓,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วแต่ตำแหน่งและระดับ หนึ่งในนั้นที่ได้เพิ่มเติมซึ่งในอดีตยังไม่เคยได้รับนั่นก็คือ ตำแหน่ง นิติกร เนื่องด้วยตำแหน่งนี้ ก.กลางให้เหตุผลว่า เป็นตำแหน่งขาดแคลนและป้องกันสมองไหล จึงจำเป็นต้องให้ จึงเป็นข่าวดีส่งท้ายปีให้บรรดาเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ นิติกรยิ้มได้ (มีเพื่อนผมอย่างน้อยก็ ๒ คนที่เคยเป็นปลัดอบต.ได้โอนไปเป็นนิติกร ก็ต้องขอแสดงความยินดีกับเพื่อนทั้งสองคนด้วยนะครับ) สำหรับตำแหน่งอื่น ๆ คงต้องรอลุ้นในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ ที่เป็นปีขาลว่า จะเป็นปีขาลใจดีหรือปีขาดดุร้าย (สำหรับท้องถิ่น) ไม่ว่า ตำแหน่ง หัวหน้าส่วนการคลัง , หัวหน้าส่วนโยธา, บุคลากร, เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน, นักวิชาการเงินและบัญชี เป็นต้น ซึ่งตำแหน่งเหล่านี้ ก็ถือว่า เป็นตำแหน่งที่ขาดแคลนและค่อนข้างเป็นวิชาชีพเช่นเดียวกับตำแหน่ง "นิติกร" ก็ต้องฝากท่านปลัดทวีศักดิ์ อีกครั้งให้น้อง ๆ ได้รับกันถ้วนหน้า (ซึ่งผมเคยได้ฟัง ผอ.ศิริวัฒน์ฯ พูดว่า จะทยอยได้รับการโดยมีเงื่อนไขบ้าง)
เมื่อมีข่าวดีก็มีข่าวร้ายครับ ข่าวร้ายอันดับแรกที่สะเทือนใจข้าราชการส่วนท้องถิ่นทั่วไทย นั่นก็คือ "ร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น" เป็นหมัน และส่อเค้า "แท้งก่อนคลอด" นั่นเพราะ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป่าประกาศไปทั่วประเทศเมื่อปี ๒๕๕๑ สัญจรไปทั่วทุกภาค นำร่างของกรมฯ ไปประชาพิจารณ์ ให้ข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมไปถึงฝ่ายการเมือง ได้ร่วมวิพากษ์วิจารณ์กันทั่วทุกภูมิภาค เสร็จแล้วก็รับปากจะนำมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สามารถเข้าที่ประชุมรัฐสภา และคลอดออกมาเป็นกฎหมายในเดือนสิงหาคม ๒๕๕๒ ซึ่งครบ ๒ ปีของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แต่นี่เลยกำหนดคลอดมาแล้วหลายเดือน ร่างของกรมส่งเสริมฯ ก็ได้การแปลงร่าง แปลงเพศไปเป็น ร่างของกระทรวงมหาดไทยไปเรียบร้อย แล้วเตรียมพร้อมไปผสมเทียมกับร่างของคณะกรรมการการกระจายอำนาจฯ ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังรุมขยี้ขยำจนอาจไม่เห็นเค้าหน้าเดิม เพื่อให้แปลงร่างให้สอดคล้องกับปัญหาที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน แต่อาจใช้เวลาแต่งเนื้อแต่งตัวนานไปหน่อย เจ้าบ่าวรัฐสภาอาจรอไม่ไหว มีแววซิ่งหนียุบสภาไปก่อนที่จะได้ผสมพันธุ์คลอดออกมาก็เป็นได้ (ขออภัยอาจใช้คำที่ไม่ค่อยเหมาะสม แต่ก็น่าสมเพศข้าราชการชั้นสองอย่างพวกเราที่ต้องรอแล้วรอเล่า จนอาจรอเก้อไปจนมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ เรียบร้อยโรงเรียนแย่งชิงอำนาจรัฐก็เป็นได้) เรื่องนี้ ทำให้พวกเราทั้ง ข้าราชการส่วนท้องถิ่นเดิม ข้าราชการส่วนท้องถิ่นใหม่ที่โอนมาจากกระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ รวมทั้งลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง ต่างสรรเสริญเยินยอกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเสียน่วมเละตุ้มเปะต่อหน้าคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร จนทุกฝ่ายต้องถอยหลังหลายก้าว และมีทีท่าว่า อธิบดีกรมส่งเสริมฯ คนใหม่ประกาศกร้าวว่า "สำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น" ต้องอยู่ภายใต้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น หากจะไปไหน ก็ต้องเอากรมฯทั้งหมดไปด้วยกัน เล่นเอาแกนนำข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ว่า สมาพันธ์ปลัดอบต.ฯ สมาคมข้าราชการส่วนตำบลฯ สมาคมข้าราชการอบจ. สมาคมพนักงานเทศบาลฯ และนักวิชาการด้านการกระจายอำนาจต้องหันมาจับมือกันอีกครั้ง เพื่อเตรียมสู้ศึกกับกรมส่งเสริมฯในชั้นกรรมาธิการ หากรัฐบาลสามารถดันร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่รัฐสภาได้ทันก่อนยุบหนี ผมจึงขอยกข่าวนี้ เป็นข่าวร้ายแห่งปีของวงการข้าราชการส่วนท้องถิ่นครับ
สำหรับข่าวร้ายของวงการเราในอีกหลายเรื่องที่เกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ได้สังเวยชีวิตให้กับเหตุการณ์นี้ ยังคงมีให้เห็นอยู่โดยตลอดปีที่ผ่านมา จนจำไม่ได้ว่า "ศพที่เท่าไหร่" ถัดมา ฮิตฮอดไม่แพ้กัน ก็คือ การที่ ปปช.ชี้มูลความผิดกรณีทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ ไม่อยากเอ่ยชื่อ แต่ก็มีทั้ง ปลัดเทศบาลระดับ ๘,ปลัดอบต.ระดับ ๗, หัวหน้าส่วนราชการ, เจ้าหน้าที่ ฯลฯ รวมไปถึง กรณีที่ สตง.ชี้มูลความผิด แล้วคณะกรรมการสอบสวนวินัยฯ ได้เสนอ ก.จังหวัดมีมติให้ออกจากราชการ และไล่ออกจากราชการ ตามอดีตปลัดกรุงเทพมหานครไปหลายคน และอีกหลายคนอยู่ระหว่างการสอบสวนของ ปปช. ไม่ว่าจะเป็นอดีตแกนนำคนสำคัญใน ก.อบต. ทางภาคเหนือ และอีกหลายคนก็กำลังลุ้นว่า จะเจอเสือดุหรือเสือใจดีในปีหน้า ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ให้พวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่นพึงสังวรณ์ไว้ตามคำแนะนำของ "กล้านรงค์ จันทิก" ปปช.คนดัง คนตรง ว่า "คุณต้องเลือกเอาระหว่าง ทุกข์/เหนื่อยในเบื้องต้น แต่สบายในบั้นปลาย หรือจะเลือก สุข/สบายในเบื้องต้น แต่ทุกข์ในบั้นปลาย" มีเพียง ๒ ทางเลือกเท่านั้น สำหรับข้าราชการ ไม่มีทางอื่น เพราะกฎหมายเขียนให้ข้าราชการต้องรับผิดชอบทุกกรณี ส่วนนักการเมืองรอดหมดทุกกรณี....
ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ มีเรื่องที่พวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องติดตามและลุ้นกันอีกครั้ง เรื่องแรก "ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น" คลอดหรือแท้ง, เรื่องที่สอง ระบบแท่งเงินเดือนที่สำนักงาน ก.ถ.เป็นผู้รับผิดชอบจะคลอดมาทันใช้ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๓ หรือไม่ กองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ที่รองอธิบดีคนดังของท้องถิ่น "ท่านวสันต์ วรรณวโรทร" ขยันพูดมาหลายปี จะปรากฎเป็นจริงในปีหน้าหรือไม่ รวมทั้งกองทุนเงินเดือนและค่าตอบแทนของข้าราชการส่วนท้องถิ่น จะเกิดตามมาได้หรือไม่ ต้องติดตาม รวมทั้ง เงินเพิ่มพิเศษสำหรับข้าราชการส่วนท้องถิ่นตำแหน่งอื่น ๆ ที่ยังฝัน(ค้าง)มาหลายปีจะได้รับอานิสงค์จากมติที่ให้นิติกรได้รับเงินเพิ่มก่อนเป็นแนวทางนั้นจะได้หรือไม่ คงต้องลุ้นและช่วยกันแสดงความเห็น และสะท้อนปัญหาความต้องการของพวกเรา ผ่านเวทีการแสดงความเห็นต่าง ๆ ที่ตัวแทนของพวกเราจัดขึ้น ไม่ว่า เวทีของสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ปีหน้า ๑๓ - ๑๕ มกราคม จัดที่นครศรีธรรมราช ส่วนประชุมประจำปีอยู่ระหว่างการตัดสินใจว่าจะจัดขึ้นที่ชลบุรีเหมือนเดิมหรือที่ภูเก็ต สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย กำหนดจัดประชุมใหญ่ประจำปีเรียบร้อยแล้ว ประมาณปลายเดือนมกราคม ๒๕๕๓ ที่โรงแรมมิลาเคิ่ลแกรนด์ กรุงเทพฯ สำหรับหน่วยงานน้องใหม่อย่าง "สมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย" แม้จะใหม่แต่แรงด้วยกำลังของคนวัยทำงานและมาด้วยอุดมการณ์อันแรงกล้าที่อยากเห็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นเราทำงานอย่าง "มีเกียรติ" "มีศักดิ์ศรี" ไม่เป็นสองรองใคร ไม่เป็นข้าราชการชั้นสองอีกต่อไป และมุ่งมั่นพิทักษ์ระบบคุณธรรมในกระบวนการบริหารงานบุคคลอย่างแท้จริง (ไม่ใช่แค่ตัวอักษร) ก็กำหนดจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้า ของข้าราชการส่วนท้องถิ่น" อีก ๓ รุ่น ในปีหน้าหลังจากประสบความสำเร็จอย่างดีจาก การจัดโครงการประชุมสัมมนาทางวิชาการครั้งที่ ๑ ที่จังหวัดหนองคาย, และโครงการอบรมหลักสูตรดังกล่าวรุ่นที่ ๑ ที่เชียงใหม่ เมื่อต้นเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา จนปัจจุบันพอจะมีเงินหลักแสนเพื่อนำไปดำเนินการตามอุดมการณ์โดยการตั้งกองทุนพิทักษ์ระบบคุณธรรม ซึ่งกำลังขอจดทะเบียนเป็น "มูลนิธิพิทักษ์ระบบคุณธรรมท้องถิ่น" เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมในการดูแลช่วยเหลือเพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่เห็นด้วยกับอุดมการณ์และแนวทางของสมาพันธ์ฯ ซึ่งได้สมัครเป็นสมาชิกไปแล้วกว่า ๕๐๐ คน สำหรับรุ่นที่ ๒ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ ที่ โรงแรมเมาน์เทิ่นวิว รีสอร์ท-เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครศรีธรรมราช เมืองย่าโม หรือเมืองโคราช (วันสุดท้ายในการสมัครคือ ๘ มกราคม ๒๕๕๓) รุ่นที่ ๓ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ - ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ โรงแรมทวินโลตัส อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เมืองแห่งองค์พ่อจตุคามรามเทพ เพื่อชาวใต้และคนต่างจังหวัดที่ต้องการสัมผัสถิ่นเมืองใต้ แทนองค์พ่อจตุคามรามเทพ อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิตได้ไปไหว้พระบรมธาตุนครศรีธรรมราช และจุดกำหนดขององค์พ่อจตุคามรามเทพครับ สุดท้ายรุ่นที่ ๔ จัดขึ้นที่ จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ เพื่อให้น้อง ๆ ที่ติดใจมานามว่า "ทำไมสมาพันธ์ปลัดอบต.จัดประชุมทุกปีที่ชลบุรี ไม่เปิดโอกาสให้ตำแหน่งอื่น ๆ เข้าร่วมบ้าง" ปีนี้ สมาพันธ์ข้าราชการฯ จึงขอเป็นตัวแทนจัดให้กับน้อง ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำ ทุกตำแหน่ง ทุกประเภท ได้ไปสัมผัสอากาศร้อนท่ามกลางลมทะเลที่เมืองพัทยา ชลบุรีครับ โดยทั้ง ๓ รุ่นที่เหลือ สมาพันธ์ฯได้รับความเมตตาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในแต่ละเรื่องที่เป็นหัวข้อบรรยายเพื่อให้ความรู้ที่กว้างและลึก ให้แก่ผู้เข้าอบรม (ทั้งนี้วิทยากรขอสงวนชื่อไม่เปิดเผยเนื่องจากผู้ใหญ่ร้องขอไว้) สำหรับการประชุมสัมมนาทางวิชาการประจำปีของสมาพันธ์ข้าราชการฯ นั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะจัดขึ้น ณ จังหวัดใด เพราะต้องดู สมาพันธ์ปลัดอบต.ฯก่อนว่า จะจัดขึ้นที่ใด เพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อนกัน อันอาจทำให้ท่านที่ไม่ได้เคยเข้าชมเว็บนี้ เข้าใจผิด คิดคลาดเคลื่อนว่า "สมาพันธ์ปลัดอบต." กับ "สมาพันธ์ข้าราชการฯ" ขัดแย้งกัน ซึ่งตรงกันข้าม ทั้งสองสมาพันธ์ฯ เป็นเสมือนพี่-น้อง ท้องเดียวกัน เป็นพันธมิตรกัน ดังคำพูดของท่านปลัดฯทวีศักดิ์ ประธานสมาพันธ์ฯคนปัจจุบัน กล่าวกับผมที่จังหวัดหนองคายว่า "สมาพันธ์ปลัดฯ กับสมาพันธ์ข้าราชการฯ เป็นพันธมิตรกันนะ" ดังนั้น การดำเนินงานจึงต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากสมาพันธ์ปลัดฯ ต้องการแรงหนุนเมื่อไหร่ สมาพันธ์ข้าราชการฯก็พร้อมระดมพลเพื่อนพ้องน้องพี่ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานจ้าง และลูกจ้างประจำ ทั่วทุกมุมของประเทศเข้าร่วมสนับสนุนเต็มกำลังเมื่อนั้นครับ ไม่แน่ว่า วันหนึ่งทั้งสองสมาพันธ์ฯ อาจได้มานั่งทานข้าวด้วยกัน-นอนด้วยกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาลสักห้า-หกวันครับ.........
พิเศษ...สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า จะไปร่วมอบรมที่โคราชดีหรือไม่ ต้องบอกว่า ดีครับ รู้ก่อนก็นำมาปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง แม่นยำก่อน รวมทั้งไปครั้งนี้ ไม่ผิดหวังกับบรรยากาศหนาว ๆ เย็น ๆ สบาย ๆ ได้บรรยากาศของเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติมรดกโลกอย่างแน่นอน โดยคณะผู้จัดฯภาคอีสาน ที่ประธานสมาพันธ์ฯ ขอลงไปลุยทำงานด้วยตนเอง มีรองประธานสมาพันธ์ฯสายอีสานคนใหม่ คือ ท่านปลัดชนม์เฉลิม สาระมาน ปลัดอบต.หน่อม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด และป.วีระวิทย์ เคียนจังหรีด ปลัดอบต.งิ้ว อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา เป็นแม่งานหลัก มีท่านปลัดฯสมัย อบต.ดอนสมบูรณ์ จ.กาฬสินธุ์ ท่านปลัดฯ ชาลี เทศบาลตำบลนางัว จ.อุดรธานี เป็นที่ปรึกษา และทีมงานสมาพันธ์ฯ สายอีสานไม่ว่าจะเป็น ป.โจ้ ปลัดเทศบาลตำบลวัดธาตุ -หนองคาย,ป.วรพจน์ และป.เฉลิม นครพนม ,ป.นรชัย บุตรศรีชา ป.อบต.ห้วยโจด - ขอนแก่น และปลัดธนายุทธ รูปหล่อ ปลัดเทศบาลตำบลภูผาแดง (นักบริหารงานเทศบาล 7) อำเภอมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น เจ้าของคอลัมน์ยอดฮิต "เรื่องเล่าจากป.ยุทธ" เป็นคณะทำงานหลักของรุ่นนี้ อยู่ระหว่างการระดมทุนหาสปอนเซอร์เพื่อจัดงานเลี้ยงต้อนรับเพื่อน ๆ จากหลายภูมิภาคที่จะมาเยือนแดนอีสาน ในเย็นวันที่ ๒๒ มกราคม (วันที่สองของการฝึกอบรม) ซึ่งยังไม่คอนเฟิร์ม แต่ทีมงานสายอีสานบอกว่า "ต้องจัดต้อนรับเพื่อน ๆ ให้อบอุ่น ให้สอดคล้องกับบรรยากาศเขาใหญ่ครับ" สำหรับวันสุดท้ายของการฝึกอบรม คือวันเสาร์ที่ ๒๓ มกราคม ซึ่งกำหนดการจัดครึ่งวันเช้า หากท่านใดยังไม่รีบร้อนกลับ อยากสัมผัสบรรยากาศเขาใหญ่อย่างแท้จริง นาน ๆ จะมีโอกาสสักครั้งหนึ่ง ก็ควรต้องเข้าร่วมงานนี้เลยครับ หนึ่งปีมีเพียงหนึ่งครั้ง "มหกรรมดนตรีเพื่อธรรมชาติและชีวิต ครั้งที่ ๑๔" ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น.ของวันเสาร์ที่ ๒๓ มกราคม โต้รุ่งถึงเช้าเวลา ๐๖.๐๐ น. ของวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มกราคม ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะต้องนำเต้นท์ไปนอนชมมหกรรมดนตรีนี้ด้วย ณ ปากทางขึ้นเขาใหญ่ ด้านปากช่อง ( ที่บ้านโต่งโต้น ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ) จัดโดย มูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ร่วมกับกองทัพภาคที่ ๒ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ศิลปินเพื่อชีวิตองค์กรด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติกว่า ๕๐ องค์กร โดยพบกับศิลปินเพื่อชีวิตกว่า ๓๐ วง เช่น คาราวาน , พงษ์เทพ , คนด่านเกวียน , ซูซู ,แฮมเมอร์ , โฮป ,พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ , มาลีฮวนน่า , คีตาญชลี , จ๊อบ จรรจบ ฯลฯ บัตรราคา ๓๐๐ บาท จองบัตร ๓,๐๐๐ใบแรก รับ DVD ผลงานอนุรักษ์ธรรมชาติทางมูลนิธิและบทเพลงมรดกโลกเขาใหญ่ กางเต๊นท์ฟรี รายได้เพื่อการอนุรักษ์มรดกโลกดงพญาเย็นเขาใหญ่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ 02-628-5378-9 ผมว่า เป็นโอกาสที่ดีครับ ที่ชาวท้องถิ่นอย่างพวกเรา จะได้ร่วมฟังเพลงท่ามกลางธรรมชาติร่วมกันครั้งหนึ่งในชีวิตครับ (รายได้เพื่อการอนุรักษ์มรดกโลกดงพญาเย็นเขาใหญ่) เต้นท์ไม่มีให้เช่า ต้องนำไปเองนะครับ
สุดท้ายสำหรับวันสุดท้ายของวันทำงานปี พ.ศ. ๒๕๕๒ นี้ ผมในนามของทีมงานกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น ต้องขอขอบคุณ เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น รวมทั้งลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนทีมงานมาโดยตลอด จึงขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั่วไทยที่เพื่อน ๆ เคารพนับถือ จงดลบรรดาให้เพื่อน ๆ และครอบครัวจงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ก้าวหน้าในชีวิตราชการ มีความมั่นคงในชีวิตครอบครัว อยู่รอดปลอดภัยไร้มลทินมัวหมองตลอดอายุการรับราชการ และจงปราศจากโรคาพยาธิทั้งปวง ตลอดปี ๒๕๕๓ และตลอดไป พร้อมนี้ ขอน้อมนำส.ค.ส.ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงพระราชทานให้แก่พวกเราชาวไทย ดังนี้ท้ายนี้ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ แล้วพบกันปีหน้าครับ สวัสดีครับ .
พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
http://phiphatw.hi5.com
http://twitter.com/phiphatw
๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒