
ครั้งที่ ๙/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑
นายทวีศักดิ์ ศรีทองกิติกูล ปลัดอบต.อ่าวน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ในฐานะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ได้แจ้งว่า เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๑ เวลา ๑๓.๓๐ น. ณ ห้องประชุม ๕๕๐๑ อาคาร ๕ ชั้น ๕ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คณะกรรมการกลางพนักงานส่วนตำบล (ก.อบต.) ได้ประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๕๑ โดยมีมติที่สำคัญหลายเรื่องสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
๑)หารือคุณสมบัติพนักงานส่วนตำบลเพื่อใช้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงานจากผู้ปฏิบัติเป็นผู้บริหารในตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย (นักบริหารงานสาธารณสุข ๗)
-ที่ประชุมรับทราบ กรณีที่ อ.ก.อบต.โครงสร้าง ในการประชุมครั้งที่ ๗/๒๕๕๑ เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๑ มีมติตอบข้อหารือ กรณีที่องค์การบริหารส่วนตำบลเชิงทะเล หารือคุณสมบัติพนักงานส่วนตำบล เพื่อสมัครสอบคัดเลือกเปลี่ยนสายงานจากผู้ปฏิบัติเป็นผู้บริหาร รายนายธวัช โรจน์ธนาพงศ์ พนักงานส่วนตำบล ตำแหน่ง นักวิชาการสุขาภิบาล ๗ ว ว่าจะสามารนำระยะเวลาดำรงตำแหน่ง ๗ ว จากต้นสังกัดเดิมมานับรวมกับระยะเวลาที่เกี่ยวข้องเกื้อกูลกันกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งปัจจุบันได้หรือไม่ โดยมีความเห็นว่า นายธวัช สามารถนำระยะเวลาดำรงตำแหน่งนักวิชาการสาธารณสุขในระดับ ๗ ว สังกัดกระทรวงสาธารณสุข มานับรวมกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนักวิชาการสุขาภิบาล ๗ ว เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกเปลี่ยนสายงานผู้ปฏิบัติ เป็นผู้บริหารในตำแหน่งหัวหน้าฝ่าย (นักบริหารงานสาธารณสุข ๗) ได้
๒)การกำหนดหลักเกณฑ์การบริหารงานบุคคลแตกต่างจากมาตรฐานทั่วไปที่ ก.อบต.กำหนด (การนับระยะเวลาทวีคูณ)
-ที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบให้ก.อบต.จังหวัดสงขลาประกาศกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการนับระยะเวลาทวีคูณในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อประโยชน์ในการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น เฉพาะกรณีที่ประกาศให้พื้นที่จังหวัดสงขลาทั้งจังหวัด เป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากไม่สอดคล้องกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยบำเหน็จความรับผิดชอบสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. ๒๕๕๐ ตามที่ อ.ก.อบต.โครงสร้าง เสนอ
๓)การร้องขอโอนระหว่างจังหวัดกรณีเหตุขัดแย้งหรือเหตุจำเป็น
-ที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบให้ นางสุมาลี อุปทอง ตำแหน่ง เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน ระดับ ๔ สังกัด องค์การบริหารส่วนตำบลหนองไฝ่ จังหวัดมหาสารคาม โอน (ย้าย) ไปดำรงตำแหน่งที่องค์การบริหารส่วนตำบลนาหัวบ่อ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยมีมติให้ ก.อบต.จังหวัดมหาสารคามพิจารณาใช้มาตรการด้านการบริหารจนเสร็จสิ้นเสียก่อนหากไม่ได้รับผลดี ก็ให้รายงาน ก.อบต.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจาก เหตุผลที่ผู้ขอโอน(ย้าย) อ้างถึงกรณีความจำเป็นเกี่ยวกับภาระครอบครัว หรือกรณีมีเหตุขัดแย้งในองค์กรนั้น เป็นปัญหาด้านการบริหารงานบุคคลที่ความสำคัญและมีข้อจำกัดด้านการบังคับให้มีการปฏิบัติตามมาตรการ ดังนั้น การพิจารณาใช้มาตรการด้านการบริหารก่อนใช้มาตรการบังคับให้ปฏิบัติตามมติ ก.อบต. จึงถือว่ามีความจำเป็นและเป็นประโยชน์ในด้านการลดความขัดแย้งระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้อง
๔)การขอโอน (ย้าย) ระหว่างจังหวัด กรณีเกิดความขัดแย้งระหว่างนายกอบต.และพนักงานส่วนตำบล
-ที่ประชุมมีมติเห็นชอบตาม อ.ก.อบต.โครงสร้างเสนอ โดยเห็นชอบให้ จ.ส.ต.วราวิชญ์ พชรเดช ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง อ.สุคิริน จ.นราธิวาส โอน(ย้าย) ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดอบต.ท่าม่วง อ.เทพา จ.สงขลา ตามความสมัครใจ เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบลภูเขาทอง และเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ราชการ ตามเหตุผลที่ ก.อบต.จังหวัดนราธิวาส รายงาน
๕)หารือการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบล
-ที่ประชุมเห็นชอบให้ตอบข้อหารือของ ก.อบต.จังหวัดสุพรรณบุรี ตามที่ อ.ก.อบต.โครงสร้างเสนอ โดย ก.อบต.จังหวัดสุพรรณบุรี ได้หารือการใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้เพื่อบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบลจังหวัดสุพรรณบุรี ดังนี้
(๑) กรณีข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีคุณสมบัติครบที่จะเลื่อนระดับจากระดับ ๒ เป็นระดับ ๓ ก่อนวันที่บัญชีการสอบแข่งขันได้จะหมดอายุ แต่อยู่ระหว่างเสนอขอความเห็นชอบจาก ก.จังหวัด จะถือว่าข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นดังกล่าว จะได้สิทธิในการขอรับรองบัญชีเพื่อเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร
(๒) กรณีที่ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ได้เลื่อนระดับ ๓ หลังจากที่บัญชีสอบแข่งขันได้หมดอายุแล้ว (ได้รับการขยายการขอใช้บัญชีฯ อีก ๒ ปี) จะยังคงให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นขอรับรองบัญชีเพื่อเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร
(๓) หลังจากที่บัญชีสอบแข่งขันได้หมดอายุแล้ว (ได้รับการขยายการขอใช้บัญชีฯ อีก ๒ ปี) ดังกล่าว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี จะสามารถขอให้รับรองบัญชีเพื่อเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร
ก.อบต.มีมติให้ตอบข้อหารือ กรณีดังกล่าว ดังนี้
(๑) กรณีที่ ๑ การขอรับรองบัญชีผู้สอบแข่งขันได้หรือสอบคัดเลือกได้ เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ นั้น มีองค์ประกอบการพิจารณา ๒ ประการคือ อบต.มีตำแหน่งว่าง และมีพนักงานส่วนตำบลสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑ หรือ ๒ ซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป เป็นผู้ได้รับการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งเดียวกันหรือกลุ่มตำแหน่งเกี่ยวข้องเกื้อกูลกันของท้องถิ่น หรือ คณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.จ.จ. , ก.ท.จ. , และก.อบต.จังหวัด) ดังนั้น หากข้อเท็จจริงปรากฎว่า ในขณะขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้นั้น หากผู้นั้นยังไม่ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ก็ไม่อาจขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้เพื่อมาบรรจุแต่งตั้งโดยไม่เรียงตามลำดับที่ได้ สำหรับกรณีบัญชีสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงานนั้น หลักเกณฑ์กำหนดให้การบรรจุแต่งตั้งต้องบรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งเดียวกันและเรียงตามลำดับที่
(๒) กรณีที่ ๒ และที่ ๓ นั้น มีแนวทางการพิจารณาคือ หากบัญชีผู้สอบแข่งขันได้หรือบัญชีสอบคัดเลือกนั้นยังมีผลใช้บังคับได้ไม่ว่ากรณีใด พนักงานส่วนตำบลผู้ที่ได้รับการขึ้นบัญชีนั้น และดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ก็ชอบที่จะนำผลการได้รับขึ้นบัญชีสอบดังกล่าวมายื่นเรื่องเพื่อขอเปลี่ยนสายงานเป็นสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ ได้ไม่เกินระดับควบภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด
๖)การบรรจุและแต่งตั้งพนักงานส่วนตำบล ตำแหน่งบริหาร นอกเหนือจากตำแหน่งที่สอบคัดเลือกได้
-ที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบ ให้นำบัญชีผู้สอบคัดเลือกได้กรณีพิเศษ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นพนักงานส่วนตำบลตำแหน่งบริหาร (ตำแหน่ง ปลัดอบต. หัวหน้าส่วนการคลัง หัวหน้าส่วนโยธา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสี่อำเภอของจังหวัดสงขลา) ไปบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งอื่นได้ทั่วประเทศ ตามที่ผู้สอบคัดเลือกได้มีหนังสือร้องขอ เนื่องจากเกรงจะเกิดความลักลั่นสำหรับผู้ที่ได้บรรจุและแต่งตั้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปแล้ว อาจเป็นเหตุให้มีการร้องเรียนว่าไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ไม่เป็นธรรมกับผู้ที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งไปก่อนแล้ว ประกอบกับจะส่งผลกระทบกับระบบบริหารงานบุคคลของอบต. เนื่องจากคุณสมบัติของผู้สมัครสอบคัดเลือกรณีพิเศษได้ดังกล่าว แตกต่างจากคุณสมบัติของพนักงานส่วนตำบล ตำแหน่งบริหารในจังหวัดอื่น
๗)ขอความเป็นธรรมกรณีใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ข้ามจังหวัด
-ที่ประชุมมีมติไม่เห็นชอบให้มีการใช้บัญชีข้ามจังหวัดของ ก.อบต.จัหงวัดอยุธยา ,ลพบุรี และสระบุรี ตามที่ นายภูธร นิ่มนวล ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ขึ้นบัญชีภาค ก.ปี ๒๕๔๙ (ภาค ข ของ ก.อบต.จังหวัด) แห่งประเทศไทย ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อประธาน ก.จ.,ก.ท. ก.อบต. เพื่อขอให้พิจารณาเรื่องการออกมาตรการเยียวยาเพื่อคุ้มครอง ยกเว้น หรืออนุโลม ให้เครือข่ายผู้ขึ้นบัญชีท้องถิ่นภาค ก. ปี ๒๕๔๙ (ภาค ข ของ ก.อบต.จังหวัด) แห่งประเทศไทย อันประกอบไปด้วยบัญชีผู้สอบแข่งขันของ ก.อบต.จังหวัดอยุธยา ก.อบต.จังหวัดลพบุรี และ ก.อบต.จังหวัดสระบุรี ให้สามารถใช้บัญชีข้ามจังหวัดได้เป็นปกติเช่นเดียวกับบัญชีสอบแข่งขันของ อปท.จำนวน ๑๑ แห่ง ที่ศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ใช้บัญชีข้ามจังหวัดได้ เนื่องจาก กรณีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของท้องถิ่น ทั้ง ๑๑ แห่งตามที่ผู้ร้องขอความเป็นธรรมอ้างถึงนั้น เจ้าของบัญชีสามารถอนุญาตให้ท้องถิ่นอื่นใช้บัญชีได้เป็นการทั่วไปเนื่องจาก เป็นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่เมื่อครั้งดำเนินการประกาศรับสมัครสอบแข่งขันนั้นได้ระบุว่า สามารถอนุญาตให้ท้องถิ่นอื่นใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ตามหลักเกณฑ์การสอบแข่งขันซึ่งมีสภาพเป็น กฎ ที่มีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไปในขณะนั้น ดังนั้น เมื่อภายหลัง ก.อบต.และ ก.อบต.จังหวัด ได้ประกาศแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้บัญชีขึ้นใหม่ว่า ไม่สามารถให้ใช้บัญชีข้ามจังหวัด จึงไม่ต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ใหม่ ตามหลักความแน่นอนชัดเจนแห่งกฎที่บุคคลทั่วไปได้รับทราบและปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งกฎนั้นแล้ว
-สำหรับบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของ ก.อบต.จังหวัดอยุธยา ลพบุรี และสระบุรี ที่ผู้ร้องขอความเป็นธรรมอ้างถึงนั้น เป็นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ที่ได้ดำเนินการภายหลังหลักเกณฑ์ใหม่ที่ได้กำหนดเงื่อนไขไม่อนุญาตให้ใช้บัญชีข้ามจังหวัดมีผลใช้บังคับแล้ว และได้ประกาศเงื่อนไขดังกล่าวในประกาศรับสมัครสอบแข่งขันให้ผู้สนใจสมัครสอบแข่งขันได้รับทราบเป็นการทั่วไปไว้แล้ว
๘)เรื่องอื่น ๆ (วาระเพิ่มเติม)
-นอกจากนั้นแล้ว ที่ประชุมยังได้รับทราบและพิจารณาระเบียบวาระเพิ่มเติมอีกจำนวน ๔ เรื่อง ประกอบด้วย
(๑) เรื่องรับทราบ รายงานผลการดำเนินคดีปกครอง
(๒) เรื่องพิจารณา การตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการอนุญาตให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ ของ ก.อบต.จังหวัดศรีสะเกษ ไม่เป็นธรรม
(๓) เรื่องพิจารณา การเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการและลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง
(๔) เรื่องพิจารณา หารือการได้รับเงินเพิ่มพิเศษสำหรับการสู้รบ (พ.ส.ร.) ของพนักงานส่วนท้องถิ่น
ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการประชุมก.อบต.ฉบับเต็ม (ครั้งที่ ๙/๒๕๕๑) คลิกที่นี่
ดาวน์โหลดรายงานการประชุม ก.อบต.ฉบับเต็ม ครั้งที่ ๘/๒๕๕๑ คลิกที่นี่
-----------------------------------------------------------
ทีมงานกลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น
๑๙ มกราคม ๒๕๕๒
admin@thailocalgov.com