ตีกลอง ลั่นฆ้อง ป่าวร้อง อบต.ทั่วไทย
๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐

ตีกลองลั่นฆ้อง ป่าวร้อง อบต.ทั่วไทย อาสามารับใช้ เพื่อนพ้องน้องพี่ ชาวอบต.อีกครั้งครับใกล้เข้ามาแล้วครับ สำหรับการพิจารณาแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เข้าใจว่าไม่วันพฤหัสบดี ก็วันศุกร์ที่ ๒๙ มิ.ย.นี้ คงจะมีการแปรญัตติถึงหมวดที่ ๑๔ ว่าด้วย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หากใครติดตามการพิจารณาแปรญัตติร่างรัฐธรรมนูญ ก็จะทราบว่า สภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้มีการแก้ไขและปรับเปลี่ยนไปมา ไม่ได้เป็นไปตามร่างของคณะกรรมาธิการยกร่างเสียทั้งหมด ซึ่งบางหมวดบางมาตรา ได้มีการแปรญัตติและอภิปราย โดยคณะกรรมาธิการยกร่างส่วนใหญ่ได้ปรานีปรานอม โดยมีการแก้ไขในที่ประชุมจำนวนหลายสิบมาตรา เช่น กรณีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส. จากร่างกรรมาธิการ เป็น การเขตเดียวเบอร์เดียว หรือ วันแมนวันโหวต แต่มีการแก้ไขในสภา สสร. เป็น แบ่งเขตเรียงเบอร์ เขตละ ๓ คน และจำนวนจากเดิม ๓๘๐ คน เป็น ๔๘๐ คน เป็นต้น ดังนั้น ต้องจับดูการแปรญัตติในหมวดที่ ๑๔ อย่างใกล้ชิดครับว่าจะมีการแก้ไขให้ดีขึ้น หรือแย่ลงกว่าเดิม หรือจะคงไว้ตามคณะกรรมาธิการยกร่าง คงประมาทไม่ได้ครับ น่าเสียดาย และน่าเสียใจอย่างยิ่ง กับบทบาทขององค์กรที่ประกาศตัวเองว่า เป็นองค์กรตัวแทนของพนักงานหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย สมาคมพนักงานส่วนตำบล และสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ที่ไม่แสดงจุดยืนต่อกฎหมายที่มีความสำคัญสูงสุดที่จะชี้ชะตาความเป็นไปของชาวท้องถิ่นในอนาคต หรือได้แสดงท่าที หรือแถลงข้อดี ข้อด้อย ของรัฐธรรมนูญในหมวดนี้ ให้ชาวท้องถิ่นได้รับฟัง รับทราบ และร่วมกันผลักดันให้บังเกิดผลในสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือสะท้อนปัญหา ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับ พนักงานและข้าราชการส่วนท้องถิ่น หรือลูกจ้างและพนักงานจ้างในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบลที่ดำเนินมาครบ ๑๐ ปีหรือหนึ่งทศวรรษไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ไม่มีการแสดงจุดยืน หรือจัดเวทีให้พนักงานหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น ได้แสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมเลยสักองค์กรเดียว ช่างน่าเสียดายยิ่ง แต่คงไม่สายเกินไป หาก ๓ องค์กรใหญ่ คือ สมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศ สมาคมพนักงานส่วนตำบล (แห่งประเทศไทย) และสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย จะจับมือกันส่งตัวแทนโดยเฉพาะหัวเรือใหญ่ คือ นายกสมาคมฯ อุปนายกสมาคม เลขานุการ เป็นต้น ไปร่วมเกาะติดการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญพร้อมได้ปรึกษาหารือกันไปในตัว ในวันที่จะมีการพิจารณาแปรญัตติเรื่องนี้ที่รัฐสภา หากเห็นท่าไม่ดี ก็จะสามารถเข้าพบกับกรรมาธิการในขณะนั้นได้ทันที เพื่อชี้แจงหรือให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้แปรญัตติหรือคณะกรรมาธิการได้ทันท่วงที หากท่านทำได้ เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อชาวท้องถิ่นทั่วไทย เพราะเรารู้อยู่ว่า รัฐธรรมนูญคือ เข็มทิศที่จะกำหนดให้เราเดินไปทางทิศใดในอนาคต การจะแก้ไขกฎหมายจัดตั้งเทศบาลก็ดี อบต.ก็ตาม หรือ อบจ. รวมทั้ง การแก้ไขกฎหมาย บริหารงานบุคคล กฎหมายกระจายอำนาจ ในอนาคตว่าจะดีขึ้นหรือแย่ลง ก็ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญจะกำหนดครับ หากรัฐธรรมนูญไม่รองรับหรือไม่ระบุให้ชัดเจนในเรื่องใด ๆ การต่อสู้เพื่อจะไปออกกฎหมายลูกให้เอื้อต่อการทำงานของท้องถิ่นในอนาคต ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอนครับ แก้ปัญหาควรแก้ไขที่ต้นเหตุ คือ รัฐธรรมนูญครับ ไม่ใช่ไปแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คือ กฎหมายลูกที่หลายคนในองค์กรทั้งสามได้กล่าวไว้ หากไม่มีการแสดงจุดยืนหรือไม่ได้แสดงท่าทีใด ๆ แล้วเกิดมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ไปในทิศทางไม่เป็นผลดีต่อพนักงานหรือข้าราชการส่วนท้องถิ่น แล้วจะมาอวดครวญภายหลัง คงไม่มีใครสนับสนุนอีกแล้วครับท่าน สำหรับทีมงานกลุ่มเพื่อนพนักงานส่วนตำบล ซึ่งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ที่มีเพื่อน ๆ พนักงาน ข้าราชการ ลูกจ้าง ในองค์การบริหารส่วนตำบล และเทศบาลบางส่วน เข้ามาร่วมกันก่อร่างสร้างขึ้น เป็นบ้านหลังที่สองในโลกไซเบอร์ ก็ได้ทำหน้าที่แสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่า "สำนักงานข้าราชการส่วนท้องถิ่น" เท่านั้น ที่จะทำให้เกียรติ และศักดิ์ ของข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับความคุ้มครองและดูแลได้อย่างทั่วถึง โดยต้องมีฐานะเท่าเทียมกับสำนักงานข้าราชการพลเรือน หรือ สำนักงานข้าราชการครู หรือสำนักงานข้าราชการตำรวจ ฯลฯ ไม่ใช่เป็นข้าราชการชั้นสองภายใต้การกดขี่ ข่ม ขู่ หรือปลอบเพื่อเอาใจ ภายใต้กระทรวงมหาดไทยในปัจจุบัน โดยการให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะ กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง นำกลับไปคิดพิจารณา ก็คงทำได้แค่นี้ครับ ส่วนผลจะออกมาเป็นเช่นไร ก็คงต้องรับสภาพ ดีใจและเสียใจด้วยกับ ว่าที่ปลัดอบต.(นักบริหารงานอบต.) ระดับ ๗ และระดับ ๘ ทุกท่าน (เท่าที่ทราบมีจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดลำปางที่ดำเนินการสอบ) ที่สอบผ่านไปเมื่อวันเสาร์ที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๐ ที่ผ่านมา และผ่านความเห็นชอบให้แต่งตั้งไปเมื่อการประชุมวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๕๐ สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ และวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๐ สำหรับจังหวัดลำปาง โดยเชียงใหม่ทราบว่า เห็นชอบเฉพาะผู้ที่สอบผ่านและมีระยะเวลาการครองตำแหน่งครบ ๔ ปี สำหรับผู้ที่ใช้วุฒิปริญญาโทลดประสบการณ์เหลือ ๓ ปี ยังไม่เห็นชอบ เนื่องจาก หนังสือรับรองจากกรมส่งเสริมฯ ส่งมาไม่ทันการประชุม ดังนั้น จึงต้องเลื่อนนำเข้าพิจารณาในเดือนถัดไปครับ ขอแสดงความยินดีกับ เพื่อน ๆ ปลัดอบต.ในจังหวัดนครนายกทั้ง ๑๑ คน (หากข้อมูลไม่ผิดพลาด) ที่ขอใช้วุฒิปริญญาโทมาลดประสบการณ์ที่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุม ก.อบต.จังหวัดเมื่อ ๒๕ มิถุนายน ที่ผ่านมา สำหรับบางคนที่ส่งไม่ทันก็ยังเหลืออีกหนึ่งเดือนคือเดือนกรกฎาคม ที่ยังสามารถส่งได้ครับ สำหรับจังหวัดใหญ่ เช่น นครราชสีมา หรือโคราช (บ้านเอ็ง) คงต้องอาศัยการพบปะพูดคุยกันระหว่างปลัดอบต.ด้วยกันเองแล้วละครับ จึงจะสามารถสร้างความเข้าใจในการจัดทำให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้ ฝากป.เณรด้วยนะครับว่า มีเพื่อนของท่านหลายคนบ่นมาว่า ทำไมท่านไม่ทำแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจนเหมือน ๆ กัน เพื่อให้เพื่อน ๆ ในจังหวัดได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่ต้องแก้ไขไปมา แต่ในส่วนตัวเคยพบปะพูดคุยกับป.เณรมาครั้งหนึ่ง เป็นปลัดฯที่มีอุดมการณ์และจุดยืนของตนอย่างเสมอต้นเสมอปลายทีเดียวครับ ก็อย่าให้เพื่อน ๆ ของท่านเข้าใจท่านผิดไปก็แล้วกันครับ สัปดาห์นี้ ลาไปก่อนครับ.... นายต้นกล้า....รายงาน

 

ดูรายงานย้อนหลัง

 


(ตั้งแต่วันที่ 19-3-50)