ข้าราชการอกตรม
(มติชนรายวัน หน้า ๒๖ วันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 10898 คอลัมน์ ข้าราษฎร /โดยสายสะพาย)
ได้พบปะพูดคุยกับท่านเลขาธิการ ก.พ. ปรีชา วัชรภัย ให้ความรู้ที่น่าสนใจว่า ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ถ้าข้าราชการถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนและมีมติว่าทุจริตต่อหน้าที่อันเป็นความผิดวินัยร้ายแรงแล้ว ข้าราชการผู้นั้นเปรียบเสมือนถูกประหารชีวิตสถานเดียว ไม่สามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ ป.ป.ช.จึงเหมือนศาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
ดังนั้น ข้าราชการจึงตกอยู่ในสถานะลำบากกว่าจำเลยในคดีอาชญากรรมร้ายแรงที่มีโอกาสต่อสู้ถึง 3 ศาล ที่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจได้ แต่ข้าราชการไม่สามารถตรวจสอบการใช้อำนาจของ ป.ป.ช.ได้
จากข้อมูลดังกล่าว ไปพลิกดูรัฐธรรมนูญ ในส่วนที่ว่าด้วยศาลปกครอง มาตรา 223 บัญญัติว่า "ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีพิพาทระหว่างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสากิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน หรือระหว่างหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสากิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วยกัน อันเนื่องมาจากการใช้อำนาจทางปกครองตามกฎหมาย หรือเนื่องมาจากการดำเนินกิจการทางปกครองของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ รวมทั้งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาเรื่องที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง
"อำนาจศาลปกครองตามวรรคหนึ่งไม่รวมถึงการวินิจฉัยชี้ขาดขององค์กรตามรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นการใช้อำนาจโดยตรงตามรัฐธรรมนูญขององค์กรตามรัฐธรรมนูญนั้น"
จากบทบัญญัติมาตรา 223 วรรคสอง เห็นชัดว่า ถ้า ป.ป.ช.ซึ่งเป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญใช้อำนาจเกี่ยวกับการวินิจฉัยชี้ขาดซึ่งเป็นการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญแล้ว ไม่อยู่ในอำนาจของศาลปกครองที่จะพิจารณาซึ่งอำนาจในการไต่สวนและวินิจฉัยว่า เจ้าหน้าที่รัฐ (ที่ไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง) ทุจริตต่อหน้าที่เป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ตามรัฐธรรมนูญ (มาตรา 250 (3))
จากบทบัญญัติดังกล่าว ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐหรือข้าราชการคนใด ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าทุจริตต่อหน้าที่แล้ว จึงไม่สามารถฟ้องศาลปกครองได้
ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2540 มิได้มีบทบัญญัติในลักษณะดังกล่าว จึงมีข้าราชการบางรายที่ ป.ป.ช.วินิจฉัยว่าทุจริต ได้นำคดีไปฟ้องศาลปกครอง ปรากฏว่า ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาว่า การวินิจฉัยของ ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ประเด็นที่ต้องพิจารณาว่า การให้องค์กรใดองค์กรหนึ่งใช้อำนาจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดโดยขาดการตรวจสอบเป็นไปตามหลักความเป็นธรรมและชอบธรรมหรือไม่
|