"ไขข้อข้องใจเงินเพิ่ม 5 % และเงินเพิ่มตามคุณวุฒิ "

 

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ต้องขออภัยด้วยที่ห่างหายไปนาน ไม่ได้เข้ามาเขียนคอลัมน์นี้ เกือบสองเดือน สาเหตุหนึ่งก็เนื่องจากเซ็งกับรัฐบาลชุดที่ผ่านมา (ปัจจุบันรักษาการอยู่) พวกเราตั้งหน้าตั้งตารอ เอาใจช่วย ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่า กฎหมายสำคัญ ๆ ของท้องถิ่นโดยเฉพาะร่างพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯก่อนการยุบสภาฯ แม้ว่าจะไม่คลอดทันเป็นกฎหมายก็ตาม พวกเราก็หวังในลมหายใจสุดท้ายว่า ขอให้รัฐบาลผลักดันเข้าสู่การพิจารณาในวาระแรกก็พอใจแล้ว แต่จนแล้วจนรอด ยิ่งกว่า "ชวนเชื่องช้า" แต่กลายเป็น "อภิสิทธิ์ หล่อบ่มีไก๊" ไปเสียฉิบครับ เลือกตั้งหนนี้ จึงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกครับ ก็สุดแท้แต่ว่าใครคิดว่า พรรคไหนจะช่วยคนท้องถิ่นได้ดีก็เลือกพรรคนั้นแล้วกันครับ เพราะตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนถึงปัจจุบัน ๑๐ ปีแล้วครับ ท้องถิ่นเราถูกแช่แข็ง ก้าวเดินอย่างเชื่องช้า ไม่ว่ารัฐบาลไหน ๆ ก็ดูเหมือนไม่มีความจริงใจต่อการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ไม่มีพรรคใดก้าวพ้นคำว่า "ผลประโยชน์" แม้แต่พรรคเดียวครับ เรื่องการเมืองหยุดแค่นี้นะครับ ไม่วิจารณ์ต่อแล้วครับ

          วันนี้ จำเป็นครับที่ต้องนั่งลงเขียนคอลัมน์นี้อีกสักครั้ง เพราะเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ หลายคนบ่นว่าทำไมให้มาอ่านแต่ของเดิม และอีกประเด็นหนึ่งที่สอบถามมาทางอีเมล์บ้าง เฟชบุ๊คบ้าง โทรศัพท์บ้าง เกี่ยวกับเรื่องฮอตฮิตตอนนี้ก็คือ เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ และเงินที่ปรับเพิ่มร้อยละ ๕ หรือ ๕ % มีหลายท่านยังอ่านไม่หมด หรืออ่านแล้วยังงงงวยอยู่ และหลายท่านก็เบิกเงินไปเรียบร้อยโรงเรียนท้องถิ่นแล้ว เมื่อมีคนถามมามากขึ้น ผมก็นั่งไม่ติดครับ จำเป็นต้องนำหลักเกณฑ์พร้อมหนังสือซักซ้อมของ ก.กลางมานั่งอ่านและพินิจพิจารณา เมื่อเรียบร้อยจึงต่อสายไปยัง ผอ.ศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผอ.ส่วนมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ในฐานผู้ช่วยเลขานุการก.กลาง (วันนี้เวลา ๑๗.๓๐ น.) ได้รับความเมตตาจากผอ.ศิริวัฒน์ ช่วยอธิบายและตอบข้อข้องใจให้ผมได้นำมาเล่าสู่เพื่อน ๆ ได้รับฟัง ดังนี้ครับ
          หนึ่ง เงินเพิ่มตามคุณวุฒิ (ดูรายละเอียดตามหนังสือที่ มท ๐๙๐๙.๕/ว ๑๑ ลงวันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๔ คลิกที่นี่) สรุปเนื้อหาตามหนังสือฉบับนี้ได้ความว่า ผู้ที่ได้รับคุณวุฒิทั้งก่อนและหลังวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ ได้รับเงินเพิ่มตามคุณวุฒิเหมือนกัน ณ วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นคุณวุฒิที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของตำแหน่งที่ท่านดำรงอยู่ ณ ปัจจุบันเท่านั้น และเงินเดือนของท่านต้องไม่เกินตามอัตราที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละระดับ ซึ่งปรากฎชัดเจนแล้วในหนังสือฉบับดังกล่าว และปัจจุบันเชื่อว่า ก.จังหวัดทุกจังหวัด น่าจะประกาศใช้หลักเกณฑ์นี้ไปเรียบร้อยหมดแล้ว ทั้งนี้ เงินที่ปรับเพิ่มตามคุณวุฒินี้ ให้จัดทำเป็นคำสั่งมีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุมัติผู้บริหารในการนำคุณวุฒินั้น ๆ มาปรับก่อนหน้านี้หรือไม่ แต่เงินที่ปรับเพิ่มตามคุณวุฒินี้เมื่อปรับเพิ่มแล้ว จะไปกระทบกับท่านที่ได้รับเงินค่าครองชีพพิเศษชั่วคราว ที่จะลดลงหรือหายไปแล้วแต่ว่า เงินเดือนของท่านเกินกว่าที่กฎหมายได้กำหนดไว้สำหรับผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าครองชีพพิเศษชั่วคราวหรือไม่ โดย ผอ.ศิริวัฒน์ฯ ได้ตอบข้อข้องใจของหลาย ๆ คนว่า "ทำไม ท้องถิ่นถึงไม่นำเงินที่ปรับเพิ่มตามคุณวุฒินี้ไปรวมกับเงินเดือนที่ได้รับอยู่ ณ ปัจจุบัน เหมือน ก.พ." ผอ.ศิริวัฒน์ฯให้คำตอบว่า "เพราะท้องถิ่นยังใช้ระบบพีซี หรือจำแนกตำแหน่ง (เงินเดือนตามซี ตั้งแต่ C1 - C11) แต่ ก.พ.ใช้ระบบแท่งไม่มีขั้นเงินเดือนเหมือนกับท้องถิ่น ดังนั้น ท้องถิ่นจึงไม่ได้นำไปรวมกับเงินเดือน" ชัด ๆ นะครับว่า เงินที่ปรับเพิ่มตามคุณวุฒิ ไม่ได้เป็นเงินที่รวมกับเงินเดือน เพื่อเป็นฐานเงินเดือนเหมือนกับ ก.พ. ซึ่งประเด็นนี้ มีพวกเราได้พยายามให้ ปลัดอปท.ผู้แทนใน ก.จ. / ก.ท./ และ ก.อบต.ช่วยตอบและช่วยอธิบายว่าเพราะอะไร แต่ก็ไม่มีผู้ใดให้คำตอบหรืออธิบายได้ และทราบว่า ขณะนี้ ชมรมนิติกรแห่งประเทศไทยได้รับเป็นเจ้าภาพฟ้อง ก.กลาง ในประเด็นนี้ต่อศาลปกครองแล้ว ซึ่งก็คงต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริงครับว่า ที่มาที่ไปของพวกเราไม่เหมือน ก.พ.ตามที่ ผอ.ศิริวัฒน์ฯอธิบายไว้จริง ๆ พวกเรามาวิ่งแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ทั้ง ๆ ที่ตัวต้นเหตุที่แท้จริงคือ กฎหมายบริหารงานบุคคล ไม่ได้รับการแก้ไขหรือปรับปรุงนำไปสู่การตราออกมาเป็นกฎหมาย เพราะหากกฎหมายบุคคลฉบับใหม่ ตราออกมาเป็นกฎหมาย ปัญหาจุกจิกเหล่านี้จะมลายหายไปจนหมดสิ้น แต่พวกเราก็รวมพลังกันแบบตัวใครตัวมัน สุดท้ายจะโทษฝ่ายเลขานุการก.กลาง ก็ไม่ได้ จะมาโทษกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นหรือก็ใช่เหตุ เพราะผมเคยบอกแล้วว่าท่านเหล่านั้นเป็นข้าราชการส่วนกลางไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรกับพวกเรา ไฉนเลยจะมาดิ้นรนให้เปลืองเนื้อเปลืองไปทำไม จะมาโทษกรรมการกลางหรือ ท่านก็บอกว่าท่านไม่มีอำนาจ ดังนั้น ไม่ต้องไปโทษใครหรอกครับ โทษพวกเราเองนี่แหละ เรื่องของพวกเรา แต่พวกเรากลับไม่สนใจ ปล่อยให้เรื่องมันสุกงอมก่อนจึงจะออกมาโวยวายให้อายชาวบ้านชาวซ่องเขามองว่า "เรียกร้องผลประโยชน์ให้ตัวเอง"

          สอง การปรับเงินเดือนร้อยละ ๕ ตามหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๓/ว ๙๘๖ ลงวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๔ เรื่องนี้ไม่สลับซับซ้อนอะไรครับ เพราะตามหนังสือฉบับนี้ มีตารางเงินเดือนมาให้เรียบร้อย มีการเทียบขั้นของแต่ละระดับไว้อย่างชัดเจนอยู่ และมีผลย้อนหลังไปตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ เพียงแต่มีขั้นตอนการปฏิบัติที่ควรทราบ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คงดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว นั่นก็คือ ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๑ ไปก่อน แล้วค่อยออกคำสั่งปรับอัตราเงินเดือนตามตารางใหม่นี้ ซึ่งในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ จะมีการดำเนินการเกี่ยวกับเงิน ๆ ทอง ๆ สรุปได้ว่า
          ๑)ให้เลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๑ เป็นลำดับแรก
          ๒)ให้ออกคำสั่งปรับเงินเดือนตามอัตราใหม่ (ร้อยละ ๕) เป็นลำดับที่สอง
          ๓)ให้ออกคำสั่งปรับเงินเดือนให้ได้ตามคุณวุฒิการศึกษา เป็นลำดับที่สาม
          ๔)จากนั้นจึงจะสามารถคำนวณ เงินค่าครองชีพพิเศษชั่วคราว เมื่อรวม ๑ - ๓ แล้ว ค่าครองชีพชั่วคราวก็จะได้ไม่เกินตามอัตราเงินเดือนในช่วงชั้นที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ (ไม่มีการปรับฐานหรือขยายฐานเงินค่าครองชีพพิเศษชั่วคราวขึ้นใหม่แต่อย่างใด)
          สำหรับประเด็นที่มีการสอบถามกันมามากก็คือ ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้าง ฐานค่าตอบแทนได้รับการปรับเพิ่มร้อยละ ๕ ด้วยหรือไม่ เพราะไม่เห็นมีตารางค่าตอบแทนของลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง แต่อย่างใด หากปรับให้จะมีการปรับเมื่อไหร่ เรื่องนี้ ผอ.ศิริวัฒน์ฯ ได้ตอบข้อข้องใจชัด ๆ และชัดเจนว่า "ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้าง ไม่ได้รับการพิจารณาปรับเงินค่าตอบแทน ร้อยละ ๕ เหมือนกับข้าราชการแต่ประการใด สาเหตุเนื่องจาก ครม.มีมติให้เพิ่มเฉพาะข้าราชการเท่านั้น ไม่ได้รวมถึงลูกจ้างประจำของส่วนราชการหรือพนักงานราชการ ของส่วนราชการแต่อย่างใด ดังนั้น ก.กลาง จึงได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามมติ ครม.และตามแนวทางของข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม มิได้คิดเองหรือทำขึ้นมาได้เอง" ดังนั้น หากครม.ไม่มีมติเพิ่มเติม ก.กลางจึงไม่มีอำนาจไปเพิ่มเงินค่าตอบแทนให้กับ ลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างครับ ชัดเจนนะครับ ประเด็นนี้ ขอบอกว่า "กรมส่งเสริมฯไม่ได้ลืมลูกจ้างประจำและพนักงานจ้าง" แต่ "ครม.ลืม(นึกถึง)ลูกจ้างประจำและพนักงานราชการของส่วนราชการ" ทั้งนี้ ผอ.ศิริวัฒน์ฯกล่าวอย่างหนักแน่นว่า ลูกจ้างประจำและพนักงานราชการ (พนักงานจ้างนั่นเอง) ของส่วนราชการอื่น ๆ ก็ไม่ได้รับเช่นเดียวกัน ดังนั้น ของท้องถิ่นจึงไม่ได้รับไปด้วย ฉะนั้น บางท่านไปอ้างว่าลูกจ้างประจำหรือพนักงานราชการของส่วนราชการอื่น ๆ ได้รับด้วยนั้น ผมก็ไม่ทราบได้นะครับว่า ท่านนำข้อมูลมาจากไหน เพราะคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมติ ก.กลางทั้งหมด ออกมายืนยันนั่งยืนแล้วว่า ไม่มีเช่นว่านั้น ดังนั้น หากจะโทษต้องโทษ ครม.ครับที่ดันมาลืมฐานเสียงที่มีมากกว่า ล้านคนทั่วประเทศ ที่เป็นลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างทั้งของส่วนราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น หากจะว่าไปแล้วมีเยอะกว่า ข้าราชการด้วยซ้ำไป นี่แหละครับ ที่เป็นการตอกย้ำว่า "หล่อ บ่มีไก๊" ครับ (ต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ได้เชียร์พรรคคู่แข่งปชป.นะครับ) เรื่องนี้ ทำได้อย่างเดียวก็คือ หลังเลือกตั้ง สมาคมลูกจ้างประจำของทุกส่วนราชการ รวมทั้งพนักงานจ้างหรือพนักงานราชการ ต้องรวมตัวกันทวงถามรัฐบาลชุดใหม่ครับว่า "ทำไมถึงลืมพวกท่าน" และเชื่อว่า รัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีการหยิบเรื่องนี้มาพิจารณาครับ เพราะตอนนี้ทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากกฎหมายห้ามไว้ในเรื่องเกี่ยวกับมติใด ๆ ที่จะเป็นผลผูกพันกับรัฐบาลชุดใหม่ รัฐบาลชุดรักษาการจึงทำไม่ได้ครับ

          สำหรับบทวิจารณ์การจัดงานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทย ประจำปี ๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๙-๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา เนื่องจากมีเพื่อนหลายคนขอร้องให้ทบทวนการนำเสนอบทวิจารณ์ดังกล่าว ดังนั้น เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ผมพิจารณาแล้วจึงขออนุญาตเพื่อน ๆ ได้ถอดบทความชิ้นนี้ เฉพาะในส่วนของบทวิจารณ์งานของสมาพันธ์ปลัดอบต.ออกไปตามการร้องขอของเพื่อนบางท่านครับ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ.

 

 

พิพัฒน์  วรสิทธิดำรง
กลุ่มเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่น



facebook: http://www.facebook.com/phiphatw
e-mail: phiphatw@hotmail.com

๒๔ พฤษภาคม  ๒๕๕๔

หมายเหตุ.-

เนื่องจากมีลูกจ้างประจำบางส่วนได้ส่งข้อมูลของ ก.พ.มาให้ตรวจสอบ ผมได้ตรวจสอบในเบื้องต้นแล้ว ก.พ.ได้ถือปฏิบัติ มติ ครม.เมื่อวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๓ เช่นเดียวกัน โดยให้เงินเพิ่มร้อยละ ๕ กับลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ (หรือพนักงานจ้างในท้องถิ่น) ดังนั้น คำพูดของ ผอ.ศิริวัฒน์ฯ ที่ว่า ครม.ไม่ได้รวมลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างด้วยนั้น ไม่ถูกต้อง เพราะจริง ๆ แล้วได้รวมลูกจ้างประจำและพนักงานจ้างไว้ด้วย รายละเอียดจะนำมาเสนอให้พวกเรารับทราบ และเรียกร้องให้กับลูกจ้างประจำและพนักงานจ้าง ของอปท.ต่อไป

ด้วยจิตคารวะ

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
๒๕ พ.ค.๒๕๕๔ เวลา ๑๑.๔๙ น.

 

ดาวน์โหลดเอกสารบทความนี้ เป็นไฟล์ PDF คลิกที่นี่

 

         (หมายเหตุ.- ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมคุยหรือเสนอแนะกับคอลัมน์นี้เพิ่มเติม โดยส่งจดหมายมาทางอีเมล์ phiphatw@hotmail.com)

ถาม-ตอบเกี่ยวกับปัญหาแนวทางปฏิบัติราชการตามระเบียบกฎหมาย
กับ ป.นันทวิทย์ เงี้ยวชัยภูมิ ท้องถิ่นอำเภอหางดง เชียงใหม่ ที่ chief_handong@hotmail.com

ถาม-ตอบเกี่ยวปัญหาการบริหารงานบุคคล
กับ คุณวรพจน์ เข็มปัญญา ปลัดอบต.บ้านกลาง อ.เมืองฯ จ.นครพนม ที่ Worapot2511@hotmail.com

 

อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลัง คลิกที่นี่