"ภัยสำหรับคนใช้รถ...บนมอเตอร์เวย์"

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ..... ช่วงนี้อากาศค่อนข้างเปลียนแปลงบ่อยและรวดเร็ว จนบางคนป่วยไข้ไปตาม ๆ กัน อย่างเช่นที่เชียงใหม่ หลังอากาศร้อนมาหลายวันคืนที่ผ่านมากลับหนาวผิดปกติ กลับมาอีกครั้ง จึงขอให้เพื่อน ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ระมัดระวังและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงด้วยนะครับ

          เมื่อวันที่ ๓ - ๕ ก.พ. ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปจังหวัดชลบุรีเพื่อเข้าร่วมอบรมเรื่อง ทิศทางการปฏิบัติงานของปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รุ่นที่ ๑ ที่โรงแรมแอมบาส ซาเดอร์ ซิตี้ พัทยา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จัดโดย สถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยมีปลัดอบจ. ปลัดเทศบาล และปลัดอบต.ในเขตจังหวัดภาคเหนือและภาคใต้ เข้าร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง มีบางส่วนที่ติดภารกิจการจัดการเลือกตั้งผู้บริหารและสมาชิกสภาท้องถิ่นชุดใหม่ จึงไม่ได้มาร่วม บรรยยากาศเป็นไปด้วยดีครับ วันแรกเป็นการลงทะเบียน และหน่วยงานผู้จัดก็ได้เปิดโอกาสให้ท่านปลัดฯทั้งหลายได้พบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สอบถามทุกข์สุข กันตามปกติที่ไม่ได้พบเจอกันมาเกือบปี หรือบางคนอาจไม่ได้เจอกันมานานนับสิบปีก็มีครับ ผมก็มีโอกาสได้พบเจอกับเพื่อน ๆ จากภาคใต้หลายคน แต่ส่วนใหญ่ก็ทำงานร่วมกันมาอยู่ตลอด ในนามสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย และอีกส่วนที่ไม่ค่อยได้พบกันก็คือ เพื่อน ๆ นักบริหารงานอบต.รุ่นที่ ๓ (ปี พ.ศ. ๒๕๔๙) แต่มาเจอกันครั้งนี้ ก็ต้องสูญเสียเพื่อนดี ๆ คนทำงานไปอีกหนึ่งคน คือ ท่าน จ.อ.มณเฑียร เอ็นดูราษฎร์ อดีตปลัดอบต.หลายแห่ง ล่าสุดได้ย้ายมาจากรองปลัดอบต.ตะพง จ.ระยอง มากินตำแหน่งรองปลัดเทศบาลเมืองสัตหีบ (นักบริหารงานเทศบาล ระดับ ๘) เมื่อปี ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา ได้อำลาจากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็ง เพื่อน ๆ นักบริหารงานอบต.รุ่นที่ ๓ จึงได้ร่วมกันไปทำบุญถวายสังฆทานอุทิศส่วนกุศลไปหาท่านจ.อ.มณเฑียรฯ พร้อมมอบเงินให้กับครอบครัวในนามของนักบริหารงานอบต.รุ่นที่ ๓ (ภาคเหนือ-ภาคใต้) โดยมีเพื่อน ๆ นักบริหารงานอบต.รุ่นที่ ๓ และท่านปลัดอปท.ที่คุ้นเคยรู้จักกันบางส่วนร่วมทำบุญด้วย ได้เงินทั้งหมด ๔,๗๖๐ บาท ได้นำไปจัดซื้อสังฆทานจำนวน ๒๖๐ บาท จตุปัจจัยถวายพระ ๕๐๐ บาท และมอบให้ครอบครัวท่าน จ.อ.มณเฑียรฯ ๔,๐๐๐ บาท จึงขออนโมทนามา ณ ที่นี้ด้วย ประกอบด้วย

๑.นายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง ปลัดอบต.บงตัน จ.เชียงใหม่
๔๐๐ บาท
๒.นางสาวแสงดาว นราผ่อง ปลัดอบต.วังศาล อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์
๓๐๐ บาท
๓.นางทักษิณา สายมณีรัตน์ ปลัดอบต. อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์
๓๐๐ บาท
๔.นางกนกพร โรจนัสถ์สกุล ปลัดอบต.สันกำแพง จ.เชียงใหม่
๓๐๐ บาท
๕.นายสุรเดช สุทธิรักษ์ ปลัดอบต.บางงอน อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
๓๐๐ บาท
๖.นางสาวญาตา ศิริมาตย์ ปลัดอบต.โคกโปรง อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์
๓๐๐ บาท
๗.นางสาวบุษยมาศ พจนาภิวัฒน์ ปลัดอบต.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก
๓๐๐ บาท
๘.ส.ต.ท.ประจักษ์ วงศ์ศรีรักษ์ ปลัดอบต.คลองกระจัง จ.เพชรบูรณ์
๓๐๐ บาท
๙.ว่าที่ ร.ต.สวัสดิ์ บุญนำมา ปลัดอบต.แม่สัน อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง
๓๐๐ บาท
๑๐.นายสุราชัย วงค์พิชัย ปลัดอบต. อ.แม่ทะ จ.ลำปาง
๓๐๐ บาท
๑๑.นางฐิตา พรหมรัตน์ ปลัดอบต. อ.นาทวี จ.สงขลา
๓๐๐ บาท
๑๒.ว่าที่ ร.ต.บดินทร์ ลอแมง ปลัดอบต.ลำภู จ.นราธิวาส
๓๐๐ บาท
๑๓.นายอักษร บุตรโครต ปลัดอบต.บางกล่ำ จ.สงขลา
๓๐๐ บาท
๑๔.นางวศินี ประเสริฐ ไชยทน ปลัดอบต.สถาน อ.เชียงของ จ.เชียงราย
๒๐๐ บาท
๑๕.ส.อ.เจตนิพัทธ์ จริยา ปลัดเทศบาลตำบลท่าข้าม จ.เชียงใหม่
๑๐๐ บาท
๑๖.ปลัดสมโภชน์ (ไม่ทราบสังกัด)
๑๐๐ บาท
๑๗.นายสุรศักดิ์ วงษ์อำไพวรรณ ปลัดอบต.เสาเภา จ.นครศรีธรรมราช
๓๐๐ บาท
๑๘.พ.จ.อ.สาคร โพธิ์คำ ปลัดอบต.แสมสาร จ.ชลบุรี
๖๐ บาท (ได้ร่วมทำบุญเป็นการส่วนตัวแล้ว)
พิธีเปิดและบรรยายพิเศษ โดย นายไพรัช สกลพันธุ์
อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
ประธานฯและรองประธานสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย
เป็นตัวแทนสมาพันธ์ฯมอบเงินร่วมทำบุญให้กับภรรยา
ของ จ.อ.มณเฑียรฯ ซึ่งเป็นสมาชิกสมาพันธ์ฯ จำนวน ๓,๐๐๐ บาท

          สำหรับพิธีเปิดและการอบรมในวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ โดย นายไพรัช สกลพันธุ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้มอบนโยบายเกี่ยวกับการปกป้องสถาบัน ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ โดยการใช้วัฒนธรรม จารีต ประเพณีท้องถิ่น ในแต่ลแห่ง ก่อให้เกิดการเสริมสร้างความสามัคคีภายในแต่ละท้องถิ่น การดำเนินการนโยบาย ๕ รั้วป้องกัน เกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด การบริหารจัดการเกี่ยวกับแผนที่ภาษีและทะเบียนทรัพย์สิน รวมถึงทิศทางการบริหารงานบุคคล โดยทั่วไปเป็นการเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทอำนาจหน้าที่ของปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังจากนั้น รองอธิบดีฯ ผู้อำนวยการกองต่าง ๆ สังกัดกรมส่งเสริมฯ ก็ได้บรรยายเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในแต่ละกอง แต่ละสำนัก ที่ตนรับผิดชอบ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว เป็นเรื่องที่ได้มีการสั่งการอยู่ก่อนแล้ว ความคืบหน้าอื่น ๆ ยังไม่มีการนำมาพูดคุย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น,กองทุนสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล หรือระบบแท่งเงินเดือน ก็ยังไม่ได้พูดให้กระจ่างว่า จะแล้วเสร็จหรือออกมาเป็นกฎหมายบังคับใช้เมื่อใด สรุปแล้วงานนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมฯ ต้องการมอบนโยบายให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและพบปะพูดคุยกันเพื่อให้คุ้นเคย ภายหลังจากที่ท่านได้มารับตำแหน่งใหม่ พร้อมกับเปิดโอกาสให้ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มาพบปะพูดคุยกันปรับทุกข์ร่วมกันครับ แม้จะไม่ได้เนื้อหาสาระมากแต่ก็ถือว่า เป็นโครงการริเริ่มที่ดี ที่กรมส่งเสริมฯควรจัดให้มีขึ้นทุกปี เพียงแต่ต้องปรับแนวทางการดำเนินงานให้มากกว่านี้ โดยพูดให้น้อยลง แต่รับฟังเสียงสะท้อน ปัญหา-อุปสรรค ในการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการประจำให้มากขึ้น เมื่อนำหัวหน้าฝ่ายประจำมาแล้ว ก็ควรเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พูดกับผู้บริหารสูงสุดของกรมส่งเสริมฯ ได้โดยตรงมากกว่านี้ เหมือนดังเช่นอดีตอธิบดีฯ สาโรช คัชมาตย์ ที่นำผู้อำนวยการกองต่าง ๆ มานั่งรับฟังปัญหาการปฏิบัติงานของข้าราชการส่วนท้องถิ่นไปทุกภาค ทำให้นำปัญหาเหล่านั้นมาแก้ไขได้ตรงจุด ยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็คือ การขอพระราชทานเครื่องราชย์ฯที่อดีต ขอยากมาก ส่งคำร้องไปเมื่อไหร่หายทุกปี จนข้าราชการส่วนท้องถิ่นสมัยนั้นไม่อยากขอ จนท่านสาโรช ทราบเรื่องได้แจ้งให้ผอ.กองที่รับผิดชอบเรื่องนี้ ดำเนินการให้โดยทันที จนปัจจุบันข้าราชการส่วนท้องถิ่นได้รับพระราชทานเครื่องราชย์ฯตามระยะเวลาที่สมควรได้กันเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์

ร่วมทำบุญถวายสังฆทานอุทิศให้ จ.อ.มณเฑียรฯ มอบเงินให้ครอบครัวของ จ.อ.มณเฑียรฯ

 

          หลังจากการอบรมเสร็จสิ้น (ช่วงเช้า) ทุกคนทยอยกลับภูมิลำเนา สำหรับผมได้เข้าร่วมประชุมคณะผู้บริหารสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทยต่อ ที่โรงแรมจอมเทียน ปาล์มบีช โอเต็ล แอนด์ รีสอร์ท พัทยา โดยได้พูดคุยกันหลายเรื่อง พร้อมได้ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่น" รุ่นที่ ๔ ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ ณ โรงแรมจอมเทียน ปาล์มบีชฯ ซึ่งโรงแรมนี้ เป็นโรงแรมระดับ ๕ ดาว ตั้งอยู่ริมชายหาดจอมเทียน พัทยาใต้ บรรยากาศดี ห้องนอนทุกห้องเป็นแบบ ซีวิว คือ ทุกห้องจะมองเห็นทะเลทั้งหมด ทำให้ราคาห้องค่อนข้างจะสูงกว่าโรงแรมอื่น โดยเฉพาะช่วงเดือน ตุลาคม - เมษายน ของทุกปี เป็นช่วงที่มีลูกค้ามาท่องเที่ยวมากที่สุด แต่ที่นี่ทางโรงแรมการันตีเรื่องอาหารที่มีรสชาดอร่อย และไม่ซ้ำแบบใคร ทำให้เป็นที่ถูกใจของคนเข้าพักทุกกรุ๊ป ที่ตั้งของโรงแรมอยู่ในทำเลที่ดี ด้านหน้าเป็นชายหาดจอมเทียน-พัทยา มีรถสองแถววิ่งผ่านตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทำให้คนที่ไม่รถยนต์มาเอง หรือคนที่ไม่ต้องการนำรถยนต์ไปท่องเที่ยวพักผ่อนในยามค่ำคืน อุ่นใจได้ว่า มีรถนั่งกลับแน่นอน ส่วนด้านหลังโรงแรม ยังเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์อีกด้วย นั่นคือ เป็นบริเวณที่พระเอกยอดนิยมในอดีต "มิตร ไชบัญชา" ตกเครื่องบินเสียชีวิตที่นี่ โดยมีศาลและอนุสาวรีย์ตั้งอยู่ด้านหลังโรงแรม ก็ฝากไว้สำหรับเพื่อน ๆ ปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไหน ๆ ท่านก็มาอบรมที่เมืองพัทยาเกือบทุกปี ปีนี้ นายกฯก็มาแล้ว ประธานสภาฯก็มาแล้ว ปลัดฯก็มาเกือบหมดแล้ว ยังคงเหลือน้อง ๆ ในองค์กรของท่านไม่ว่าจะเป็น หัวหน้าส่วนการคลัง หัวหน้าส่วนโยธา หัวหน้าสำนักปลัดฯ หัวหน้าฝ่าย หัวหน้างาน พนักงาน เจ้าหน้าที่ ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้าง ในระดับล่าง ส่วนใหญ่ยังไม่เคยมาฝึกอบรมที่เมืองพัทยา ปีนี้ท่านควรเปิดโอกาสให้น้อง ๆ มาอบรมเอาความรู้พร้อมพักผ่อนเติมพลังไปในตัวด้วยนะครับ โดยเฉพาะท่านปลัดอบต.ทั้งหลาย ปีนี้ สมาพันธ์ปลัดอบต.ได้ย้ายสถานที่จัดอบรมจากเมืองพัทยาไปจังหวัดภูเก็ต ไหน ๆ ท่านก็จะได้ล่องใต้ ให้น้อง ๆ ของท่านมาภาคตะวันออกบ้างก็จะเป็นผลดีต่อน้อง ๆ นะครับ

          จากนั้นประมาณ ๖ โมงเย็นผมตัดสินใจเดินทางกลับเชียงใหม่ โดยครั้งแรกตั้งใจจะนอนค้างอีกสักคืน แต่เนื่องจากต้องเดินทางไกล (นำรถยนต์มาเอง) ขามาก็เดินทางมากับเพื่อนที่จังหวัดลำปาง ขากลับต้องกลับคนเดียว และก็ได้เสียวแบบที่หลายคนยังไม่เคยเจอครับ เป็นประสบการณ์ที่ต้องจดจำไปอีกนานครับ เป็นภัยมืดที่ไม่เคยคิดว่าจะเจอด้วยตนเอง แต่สุดท้ายก็กลับมาเจอด้วยตนเองครับ นั่นคือ "ภัยมืดจากการใช้รถยนต์...บนถนนมอเตอร์เวย์"ที่อยากนำมาเล่าสู่เพื่อน ๆ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ สำหรับเพื่อน ๆ ที่ใช้เส้นทางรถยนต์บนถนนมอเตอร์เวย์บ่อย ๆ ในเย็นวันศุกร์ที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เป็นช่วงเย็นที่ค่อนข้างมีรถยนต์เยอะมากที่ต่างคนต่างมุ่งเข้าสู่ใจกลางเมืองคือ กรุงเทพมหานคร ผมขับรถยนต์มาคนเดียวครับ ขับมาเรื่อยด้วยระดับความเร็ว ๑๐๐ - ๑๑๐ กิโลเมตร/ชั่วโมง จนกระทั่งมาถึงบริเวณจังหวัดฉะเชิงเทราแถว ๆ บางปะกง ประมาณนั้น ก่อนถึงด่านลาดกระบังประมาณ ๒ กิโลเมตร ผมขับมาเลนที่ ๓ (ทั้งหมดมี ๔ เลน) สักครู่พอรถคันหน้าขับช้ากว่า มองดูกระจกหลังไม่เห็นรถทางด้านเลนขวา (เลนสุดท้าย) ก็เปิดไฟเลี้ยวขวาฉีกตัวออกมาทางเลนขวา ในจังหวะเดียวกันนั้น ปรากฎว่ามีรถยนต์ (หากจำไม่ผิดเป็นรถกระบะยี่ห้อมิตซูบิชิ สตาดาร์ หมายเลขทะเบียน ๙๙๔๗ จำตัวอักษรด้านหน้าและจังหวัดไม่ได้) เบียดตามหลังมาและพร้อม ๆ กับบีบแตรไล่เสียงดั่งสนั่น ซึ่งใช้แตรรถยนต์บรรทุก ๘ ล้อหรือ รถยนต์บรรทุกพ่วง ทำให้ค่อนข้างตกใจแต่ก็ยังพอมีสติอยู่บ้าง จึงมองดูกระจกหลังเพื่อจะกลับมาวิ่งเลนที่ ๓ อีกครั้ง พอมาวิ่งเลนที่ ๓ ได้ รถคันนี้ก็วิ่งไปข้างหน้าและวิ่งซอกแซกไปมาหายไปช่วงหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าคงไปไกลแล้ว แต่สักครู่ รถยนต์คันนี้กลับวิ่งมาข้างหน้ารถผมเปิดไฟกระพริบแบบฉุกเฉิน และสังเกตดูจะมีไฟกระพริบอยู่ตรงเสาอากาศวิทยุ และชี้ให้ผมจอดรถยต์ลงข้างทาง ผมก็ค่อนข้างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น และพยายามมองดูรถยนต์คันนั้นว่า เป็นรถของตำรวจทางหลวงหรือไม่ ซึ่งดูแล้วก็ไม่น่าจะใช่ จึงไม่ยอมจอด และวิ่งต่อไป พอรถคันนี้เห็นว่าผมไม่หยุด จึงวิ่งไปสกัดผมด้านหน้าอีกครั้ง โดยผมสังเกตว่ามีรถยนต์อีกคันวิ่งประกบด้านหลังมิให้ผมได้ขยับไปเลนขวาเพื่อขับไปข้างหน้า และรถคันนี้ก็ชี้ให้ผมจอดรถข้างทางอีก ผมเกรงว่าหากไม่จอดอาจเกิดปัญหาอย่างอื่นขึ้น เช่น อาจถูกเบียดหรือทำอย่างอื่นได้ จึงได้เปิดไฟขอทางไปทางซ้าย และสังเกตรถคันนั้นชลอเพื่อจะจอดด้วย ผมจึงไปจอดตรงใกล้ ๆ คลองซึ่งด้านหน้าจะเป็นเนิน (จำไม่ได้ว่าเป็นคลองอะไรแต่อยู่เขตจังหวัดฉะเชิงเทราแน่นอน) เพื่อมิให้รถที่สั่งให้ผมหยุดนั้น ไปจอดด้านหน้าผมได้ รถคันนั้นจึงรถด้านหลังรถผม และปรากฎว่ามีรถยนต์อีกคันจอดตามด้วย ผมพยายามตั้งสติและพยายามนึกถึงเพื่อน ๆ ที่อยู่ในเขตจังหวัดฉะเชิงเทราว่าพอมีใครจะติดต่อประสานได้บ้าง แต่ก็นึกไม่ออก จึงพยายามโทรไปยัง ๑๙๑ เพื่อจะขอให้ประสานตำรวจทางหลวงในเขตมอเตอร์เวย์ ให้มาเคลียร์ปัญหาที่กำลังอาจจะเกิดขึ้น แต่ก็ไม่ติด พยายามหลายครั้งบางครั้งติดแต่ก็ไม่มีผู้รับสาย เมื่อจอดรถแล้ว รถยนต์คันแรกคนขับได้มาที่ท้ายรถพร้อม ๆ คนขับอีกคันหนึ่ง ผมสังเกตว่า หนึ่งในสองคนนี้ นำของอะไรสักอย่างขีดท้ายรถอยู่ สักครู่คนขับรถที่สั่งให้ผมจอดก็มาโวยวายว่า คุณอยู่เชียงใหม่ใช่ไหม ขับรถอะไรอย่างงี้ แล้วก็โวยวายเพื่อให้เราไขว้เขว้ เสมือนว่า เราขับรถไม่เป็นและไปเฉี่ยวรถของแกจริง ๆ คนขับรถอีกคันก็มายืนยันว่า ตนเป็นพยานว่าผมขับรถไปเบียดเขาจริง ๆ ไม่เชื่อก็ให้ลงมาดูที่ท้ายรถของคุณ อะไรทำนองนี้ คนขับคันที่หนึ่งพยายามพูดจาโน้มน้าวให้ผมลงจากรถ เช่นพูดว่า อย่างน้อยคุณควรจะเกียรติผมลงมาขอโทษสักคำก็ยังดี คุณไม่ต้องกลัวผมหรอก ผมมาคนเดียว เห็นไหมผมไม่มีอะไรใด ๆ (พร้อมเปิดเสื้อให้ดู) ในช่วงที่แกพูดพร่ำเพรื่ออยู่นั้น ผมก็พยายามโทรศัพท์ไปยัง ๑๙๑ และเพื่อน ๆ ที่นึกออก แต่ก็ไม่ติด สักครู่คนขับรถคันที่สอง ซึ่งได้เดินรอบรถสังเกตเห็นแล้วว่า ข้างรถผมติดสติกเกอร์ "สมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทย" รอบรถทั้งสามด้านแถมยังมีชุดเครื่องแบบข้าราชการห้อยอยู่ในรถ จึงอ้างว่า ผมต้องรีบไป ให้คุยตกลงกันเองแล้วกัน แล้วก็ขับรถไป คนขับคันแรก จึงพยายามบอกให้ผมลงจากรถและยังบอกว่า คุณจะไปพบตำรวจไหม สถานีตำรวจอยู่ข้างหน้าไม่ไกล ผมได้ยินดังนั้น ก็เข้าล็อคจึงบอกว่า "ยินดีครับ งั้นไปเคลียร์กันที่โรงพักก็แล้วกัน" พอแกได้ยินคำว่า สีหน้าก็เปลี่ยน คำพูดก็เปลี่ยน และเอ่ยออกมาว่า "คุณจะเอาเรื่องผมหรือ?" ซึ่งผมก็งงว่า เอ้าแล้วสรุปว่า "ใครผิดกันแน่" แทนที่แกจะดีใจที่จะให้ตำรวจเคลียร์ให้กลับพูดไปคนละเรื่องเลย ผมก็บอกว่าเปล่า ก็จะได้เคลียร์กัน เมื่อแกเห็นว่า ผมไม่ยอมลงจากรถแน่นอน เห็นท่าไม่ดี (อาจกลัวว่าตำรวจจะมา) ก็เลยบอกให้ผมขอโทษ "ผมก็เลยยกมือขอโทษ" สักครู่แกก็เดินไปที่รถ ผมจึงขับรถรีบออกมา ซึ่งพอถึงด่านลาดกระบัง ผมสังเกตเห็นรถคันนี้ ขับเลยผมออกไป ผมก็สบายใจว่า แกคงไปเรียบร้อยแล้ว แต่พอใกล้ถึงทางแยกระหว่างถนนมอเตอร์เวย์สายเหนือที่จะไปบางปะอิน จ.อยุธยา ผมสังเกตว่า รถคันนั้น ตามผมมา ผมลองขับซอกแซกไปหลายเลน รถคันนั้น ก็ขับตามผม ผมจึงคิดในใจว่า "เอ..ท่าจะไม่ดีซะแล้ว" พอขับรถเข้าทางแยกออกไปทางมอเตอร์เวย์ บางนา-บางปะอิน ถึงด้านหน้าด่านทับช้าง ซึ่งรถค่อนข้างติดยาว ผมสังเกตทางกระจกด้านหลังว่า รถคันนั้น จอดชะลออยู่ด้านหน้าด่าน ผมจึงได้โทรหาเพื่อน เพื่อขอความช่วยเหลือแนะนำว่าจะทำอย่างไรดี เพื่อนจึงแนะนำให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านและให้ไปพบตำรวจประจำด่านมอเตอร์เวย์ หลังจากผ่านด่านเสร็จผมก็ไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ด่านทับช้าง แต่ก็ปรากฎว่า ตำรวจไม่มีใครอยู่สักคน มีแต่เด็กเฝ้าป้อมยามคนเดียว สอบถามได้ความว่า ตำรวจไปประชุมเตรียมรับเสด็จหมด เด็กคนนี้จึงให้เบอร์โทรเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้โทร เพื่อคุยกับตำรวจเสร็จเล่าให้ฟังเบื้องต้น ตำรวจท่านนี้ก็บอกให้ผมรออยู่แล้วจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ แถวนี้มาพบ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาผมก็เล่าให้ฟัง จากนั้นตำรวจก็ให้ผมขับรถตามหลังรถตำรวจออกไปโดยตำรวจท่านนี้จะรีบไปประชุมเช่นเดียวกัน และจะฉีกตัวออกไปทางคลองหลวง หลังจากที่ผมนั่งรออยู่ประมาณ ๒๐ นาที หลังจากผมขับรถออกมามุ่งไปทางอ.บางปะอิน พยายามสังเกตดูรถคันดังกล่าวก็ไม่เห็นแล้ว ผมจึงสันนิษฐานว่า รถคันนั้นคงจะสังเกตเห็นรถผมจอดอยู่ที่ด่านตรวจ จึงได้ขับหนีไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อถึงจังหวัดอยุธยา จึงโล่งใจว่า คงปลอดภัยแล้ว จึงเข้าพักที่โรงแรมแกรนด์อยุธยา รุ่งเช้าจึงได้ไปไหว้พระในจังหวัดอยุธยาในเขตเมืองเก่า คือวัดที่ตั้งใจไว้นานแล้ว เช่น วัดไชยรัตนาราม วัดพุทไธสวรรค์ วัดกษัตริยาธิราช เป็นต้น และเดินทางแวะไปไหว้อนุสรณ์สถาน อนุสาวรีย์วีระชนคนกล้าชาวบ้านบางระจัน ที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งก็อยู่ห่างจากถนนพหลโยธินหรือถนนเอเซียประมาณ ๒๐ กิโลเมตร สุดท้ายก็มาพักผ่อนที่จังหวัดตากที่โรงแรมสวนสิน รุ่งเช้าได้ไปไหว้อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราช และเดินทางกลับเชียงใหม่ โดยไม่ลืมแวะไหว้พระบรมธาตุหริภุญไชย พระธาตุประจำปีเกิดของคนที่เกิดปีระกา หรือปีไก่ พร้อมกราบขอพรกับอนุสาวรีย์พระนางเจ้าจามเทวี ปฐมกษัตริย์ของเมืองหริภุญไชย ซึ่งผมก็ถือเป็นลูก-หลานของเจ้าแม่จามเทวีด้วย

วัดไชยรัตนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา อนุสาวรีย์วีระชนชาวบ้านบางระจัน

          ครับ..ที่เล่ามาทั้งหมดเป็นเรื่องจริงที่ประสบด้วยตนเอง มีหลายคนหลังจากเล่าให้ฟัง บอกว่า เป็นบุญของผมแล้วที่ตั้งสติได้ และไม่หลงกลมิจฉาชีพไม่ลงจากรถ หากลงจะรถละก็คงเป็นเรื่องเป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่ เพราะมันอาจจะทุบจนสลบอยู่ข้างถนนและนำรถรวมทั้งของมีค่าในรถทั้งหมดไปแล้วแน่ ๆ เพราะในช่วงนั้นเป็นทางค่อนข้างเปลี่ยว และช่วงเวลาดังกล่าวรถค่อนข้างเยอะ ต่างคนต่างรีบไม่มีใครสนใจใคร รถคันอื่น ๆ ก็คงคิดว่า มีปัญหาเฉี่ยวชนกัน คงไม่มีใครกล้าจอดรถมาถามไถ่หรืออาสาช่วยเหลือ หากไม่รู้จักกัน ครับ ผมอาจโชคดีในวันนั้น แต่หลายคนที่เจอปัญหานี้อาจไม่โชคดีนัก จึงอยากนำมาเล่าเป็นอุทาหรณ์สำหรับเพื่อน ๆ ที่ชอบขับรถตอนกลางคืน โดยเฉพาะไปคนเดียว หรือเพื่อน ๆ ที่เป็นผู้หญิงแม้ไปสองสามคน ก็ไม่ปลอดภัยเท่าไหร่ หากเลี่ยงที่จะเดินทางกลางคืนไม่ได้ ควรนำเพื่อนที่เป็นผู้ชายไปด้วย หรือไม่ต้องมีอาวุธที่ป้องกันตัวได้ มีเพื่อนผมที่อยุธยาบอกว่า หากเป็นแกจะต้องยิงไว้ก่อน เพื่อป้องกันตัว แต่ผมไม่เคยคิดจะพกพาอาวุธปืนหรือไม่เคยคิดว่าจะซื้ออาวุธปืน แต่พอมาเจอเหตุการณ์นี้ ทำให้ต้องคิดแล้วล่ะครับ เพราะคนในสมัยนี้ไว้ใจใครไม่ได้เลยครับ โดยเฉพาะคนที่เราไม่คุ้นเคยหรือรู้จัก มิจฉาชีพเยอะครับ ทำกันได้ทุกรูปแบบดังที่พวกเราได้พบได้เห็นได้ยินจากการรายงานข่าวของสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ครับ เพื่อน ๆ ที่เดินทางควรมีหมายเลขโทรศัพท์ของตำรวจทางหลวง ตำรวจประจำมอเตอร์เวย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลความปลอดภัย หรือหน่วยกู้ภัยไว้บ้างก็ดีครับ เผื่อฉุกเฉินจะได้ช่วยเราได้ แต่อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์แบตเตอรี่ต้องชาร์ทให้เต็ม เงินต้องไม่หมด และเหนือสิ่งใดคือ "สติต้องตั้งมั่น" อยู่เสมอ โดยเฉพาะเพื่อน ๆ ที่เป็นสุภาพสตรีมักจะตกใจง่าย ก็ขอนำเรื่องของผมเป็นกรณีศึกษาก็แล้วกันครับ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ เดือนนี้เป็นเดือนแห่งความรัก ขอให้ทุกท่านจงมีความสุข สดชื่น สมหวัง อยู่กับคนที่เรารักและคนที่รักเรากันถ้วนหน้าครับ สวัสดีครับ.

 

 

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
http://phiphatw.hi5.com
http://twitter.com/phiphatw
๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

 

 

 

         (หมายเหตุ.- ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมคุยหรือเสนอแนะกับคอลัมน์นี้เพิ่มเติม โดยส่งจดหมายมาทางอีเมล์ phiphatw@hotmail.com)

 

ถาม-ตอบเกี่ยวกับปัญหาแนวทางปฏิบัติราชการตามระเบียบกฎหมาย
กับ ป.นันทวิทย์ เงี้ยวชัยภูมิ ท้องถิ่นอำเภอหางดง เชียงใหม่ ที่ chief_handong@hotmail.com

ถาม-ตอบเกี่ยวปัญหาการบริหารงานบุคคล กับ หน.พราหมณ์ นิยะบุตร กรมส่งเสริมฯ phrarm_n@yahoo.com หรือ
นางสาวศิรินทิพย์ หลักดี นักบริหารงานทั่วไป ๖ หน.ฝ่ายอำนวยการ (บุคลากร ๖) ทต.สุเทพ อ.เมืองฯ เชียงใหม่ ที่ sirintip_st@hotmail.com

อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลัง คลิกที่นี่

 

Web Design Factory
Web Design Articles