"การเลื่อนขั้นเงินเดือน...กรณีถูกสอบวินัยร้ายแรง"

          สวัสดีครับเพื่อนข้าราชการส่วนท้องถิ่นทุกท่าน ..... ขณะที่นั่งเขียนคอลัมน์นี้ ผมยังอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากการไปจัดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่น" รุ่นที่ ๒ ที่เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ตอนนี้ นั่งพิมพ์อยู่ในบ้านพักภูฟ้าใสรีสอร์ท - แคมป์สน อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ อยู่ข้างสำนักงานเทศบาลตำบลแคมป์สน ที่มี พี่นพดล กัณหา ปลัดเทศบาลตำบลแคมป์สน ซึ่งรู้จักกันมานานตั้งแต่เข้าอบรมปลัดอบต.รุ่นที่ ๑๕ เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๓ โน้นครับ ที่กลับช้า เพราะต้องเคลียร์เอกสารและไปแวะเยี่ยมคารวะท่านยอดยิ่ง จันทนพิมพ์ นายกอบต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งท่านเป็นหนึ่งที่ผมให้ความเคารพนับถือเสมือนพ่อหรือพี่ชายคนหนึ่ง เพราะรู้จักกันมานานตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ เช่นเดียวกัน ได้ทราบว่าท่านเป็นผู้บริหารที่ดีมีคุณธรรมและมีคุณภาพอยู่แถวหน้าของอบต.ซึ่งค่อนข้างหายากอยู่ จึงตั้งใจไปแนะนำสมาพันธ์ข้าราชการและลูกจ้างท้องถิ่นไทยให้ท่านรู้จักและเรียนเชิญเป็นที่ปรึกษา ซึ่งท่านก็ตอบรับด้วยความยินดี หลายคนอาจมองว่า เอ้าแล้วไม่ทำงานหรือไร ก็ต้องบอกว่า ไม่ได้ทำงานครับ เพราะผมลาพักผ่อนครับ ใช้สิทธิที่มีอยู่เพื่อเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มาทำงานให้กับส่วนรวม เพราะปกติผมก็ไม่ได้ไปพักผ่อนอยู่แล้ว จึงขอสิทธินั้นมาทำงานเพื่อส่วนรวมดีกว่าครับ

ณ ภูฟ้าใสรีสอร์ท - แคมป์สน- อ.เข้าค้อ จ.เพชรบูรณ์ เช้าวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๓

          การจัดอบรมที่โคราช ยอมรับว่า ต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ๕๐๐ คน มีผู้แจ้งความประสงค์เข้าอบรมจำนวน ๔๓๐ คน เข้าอบรมจริงจำนวน ๓๘๕ คน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่มาลงทะเบียนหน้างานอยู่จำนวนหนึ่ง ดังนั้น คนที่แจ้งความประสงค์เข้าอบรมแต่ไม่มาเข้าอบรมมีอยู่ประมาณ ๑๐๐ คน ซึ่งก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงพอสมควร เท่าที่วิเคราะห์ฯกันน่าจะมีสาเหตุ ๒ เรื่องหลักครับ หนึ่งก็คือ สถานที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดและไกลศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสองคือ ช่วงเวลาดังกล่าวฝนตกหนักตั้งแต่วันแรกของการจัดโครงการ ทำให้หลายคนที่แสดงความจำนงค์ไว้เปลี่ยนใจไม่มาเข้าร่วม แต่ก็ต้องขอบคุณเพื่อน ๆ ๓๘๕ ท่านที่ตั้งใจเข้าอบรมและอยู่ตลอดในการอบรมครั้งนี้ รวมทั้งคุณอังศุพร ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมเมาน์เทิ่นวิวฯ ที่เห็นใจคณะทำงานลดจำนวนอาหารและเครื่องดื่มที่การันตีเอาไว้ ทำให้งานรอดตัวไม่เจ็บตัวครับ

หน.พราหมณ์ นิยะบุตร หน.ธงชัย ศรีงิ้วราย

          ในการฝึกอบรมครั้งนี้ หน.พราหมณ์ นิยะบุตร ก็ได้แจ้งความคืบหน้าเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ..... ซึ่งยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกายังไม่แล้วเสร็จ อยู่หมวดสุดท้ายคือ หมวดเฉพาะกาล จากนั้นก็จะพิจารณาเก็บตกอีกครั้ง คาดว่าจะแล้วเสร็จและส่งให้คณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบอีกครั้งก่อนนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรประมาณต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ส่วนสภาผู้แทนฯจะอยู่พิจารณาได้หรือไม่ หน.พราหมณ์ฯบอกว่า ไม่รับประกัน อีกเรื่อง ความคืบหน้า กรณีที่อนุกรรมการด้านโครงสร้างฯของ ก.ท.หรือ ก.กลางของเทศบาล ได้เห็นชอบให้ปรับหลักเกณฑ์ให้เทศบาลสามารถกำหนดตำแหน่งปลัดเทศบาลระดับ ๘ ได้โดยนำเงินอุดหนุนมารวมกับเงินรายได้ไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านนั้น ปรากฎว่า ที่ประชุมร่วมระหว่าง ก.ท. ,ก.จ.,และก.อบต. ซึ่งประชุมไปเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคมที่ผ่านมา ไม่เห็นชอบโดยที่ประชุมขอให้นำกลับไปทบทวนใหม่ ข่าวแจ้งว่าผู้แทนก.อบต.เห็นว่า หากจะปรับควรปรับพร้อมกันไปกับอบต.ด้วย (และยังมีแหล่งข่าวแจ้งมาภายหลังว่า กรมส่งเสริมฯไม่เห็นด้วย) ดังนั้น ท่านปลัดเทศบาลทั้งหลายที่กำลังเตรียมปรับเรื่องนี้ต้องร้องเพลงรอไปก่อนครับ สำหรับหัวหน้าธงชัย ศรีงิ้วราย ท่านได้แจ้งข่าวความคืบหน้า กรณีที่กรมส่งเสริมฯเสนอแก้ไขระเบียบว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ประเด็นการรถยนต์ส่วนตัวในการเดินทางไปราชการไม่ต้องขออนุญาตผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ให้จบที่นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น หน.ธงชัยแจ้งความคืบหน้าให้ทราบว่า กระทรวงมหาดไทยไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ไปลดอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งเรื่องนี้ ก็คงขอความร่วมมือจากท่านปลัดทวีศักดิ์ฯ ในฐานะประธานสมาพันธ์ปลัดอบต.แห่งประเทศไทยได้ประสานกับท่านปลัดสรณะ เทพเนาว์ ในฐานะนายกสมาคมพนักงานเทศบาลแห่งประเทศไทย ได้ช่วยจัดผลักดันให้มีการแก้ไขเรื่องนี้ด้วย เพราะอย่าลืมว่า จังหวัดส่วนใหญ่ไม่ได้มอบอำนาจนี้ให้นายอำเภอในการอนุญาตให้ใช้รถยนต์ส่วนตัวเดินทางไปราชการ ทำให้มีความลำบากต่อเพื่อน ๆ ที่อยู่กับเกาะ-ภูเขา-ดอย หรือพื้นที่ห่างไกล หรือจะเรียกว่า "ไกลปืนเที่ยง" ก็ว่าได้ มีความลำบากมาก จะไปราชการทีต้องวิ่งมาขออนุญาตอำเภอหรือจังหวัดมันดูยังไง ๆ อยู่ครับ

ป.พิชิต เจริญผล ปลัดอบต.ตาดทอง ยโสฯ แวะมาเยี่ยม ป.เณร และ ป.แจ้ ก.อบต.จังหวัดโคราช มาให้กำลังใจ

          ในการอบรมครั้งนี้ ได้พบปะพูดคุยกับคณะทำงานสายอีสานหลายคน หนึ่งในนั้น ก็คือท่านปลัดเฉลิม โพธิ์ไพร ปลัดอบต.หาดแพง จ.นครพนม ท่านได้นำกฎ ก.พ. ว่าด้วยการเลื่อนเงินเดือน พ.ศ. ๒๕๕๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๒ ข้อ ๑๒ กำหนดไว้ว่า "ผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งเลื่อนเงินเดือนจะนำเอาเหตุที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดถูกแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนในกรณีถูกกล่าวหาว่า กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงหรือถูกฟ้องคดีอาญา มาเป็นเหตุในการไม่พิจารณาเลื่อนเงินเดือนให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นไม่ได้" โดยข้อนี้ท่านปลัดเฉลิมบอกว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้แก้ไข ดังนั้น สมควรที่ต้องมีการแก้ไขให้ไม่ด้อยกว่าข้าราชการพลเรือน ซึ่งเรื่องนี้ผมไม่มั่นใจว่า ข้าราชการส่วนท้องถิ่นมีการแก้ไขหรือยัง แต่เท่าที่ทราบมาก็ยังไม่มีการแก้ไขเรื่องนี้ จึงอยากฝากท่านปลัดเทศบาล และท่านปลัดอบต.ที่เป็นผู้แทน ก.กลางทั้งหลาย ขอให้นำประเด็นนี้เร่งรัดแก้ไขให้เพื่อน ๆ ด้วยครับ เพราะเรื่องนี้ถือว่า เป็นการริดรอนสิทธิของผู้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง เพราะการถูกตั้งกรรมการสอบฯมิได้หมายความว่า ผู้นั้นเป็นผู้ผิดเปรียบเสมือนผู้ต้องหาเป็นผู้เพียงผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น ยังมิได้เป็นนักโทษที่ถูกลงโทษว่ามีความผิดแล้ว (รายละเอียดกฎก.พ.ดูได้ที่นี่)

ส่วนหนึ่งของผู้เข้าอบรม

          อีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมคาดว่าหลาย ๆ คนยังคงไม่ทราบนั้นก็คือ รัฐบาลแก้ไขกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๒ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ ที่ผ่านมา โดยมีการเพิ่มเติมความในมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ ความว่า "การยกเลิกตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนันและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน จะกระทำมิได้" นั่นก็หมายความว่า ต่อไปนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. องค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จะยกเลิกตำแหน่งเหล่านี้ไม่ได้ เทศบาลตำบลจะยกเป็นเทศบาลเมืองก็ไม่ต้องกลัวกำนันผู้ใหญ่บ้านจะประท้วงอีก และแน่นอนว่า ตำแหน่งเหล่านี้ คงจะเป็นตำแหน่งที่ขัดแย้งกับหลักการของการปกครองท้องถิ่นที่ไม่มีในวงการวิชาการอย่างแน่นอนและต้องถกเถียงกันต่อไปในอนาคต สมาชิกสภาอบต.และสมาชิกสภาเทศบาลหลายคนก็กำลังคิดอยู่ว่า เป็นกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน น่าจะดีกว่าเป็นผู้แทนอบต.หรือเทศบาล เพราะเลือกครั้งเดียวเป็นได้ตลอด ๖๐ ปี หากมีเงินหน่อยอยากเป็นกำนันก็คงไม่ยากลงทุนครั้งเดียวแต่คุ้มนาน ค่าตอบแทนก็เพิ่มขึ้นเท่าตัว แถมยังมีสวัสดิการเพียบไม่ว่า ค่ารักษาพยาบาลและค่าเล่าเรียนบุตร ปืนก็พกได้ง่าย อิทธิพล/อำนาจ/บารมีก็สูงกว่า ส.อบต.หรือ ส.ท.เป็นไหน ๆ ดังนั้น ผมเชื่อว่า ต่อไป ส.อบต. หรือ ส.ท. อาจมีลาออกไปสมัครเป็นผู้ใหญ่บ้านเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน แต่หากมองมุมบวกก็ถือว่า พวกเราข้าราชการส่วนท้องถิ่นก็น่าจะอุ่นใจขึ้นที่มีฝ่ายปกครองเข้ามาคานอำนาจฝ่ายการเมืองในท้องถิ่นเป็นที่พึ่งพิงในยามที่เดือดร้อนได้ครับ (รายละเอียดคลิกดูได้ที่นี่)

บรรยากาศของการลงทะเบียนอบรมค่อนข้างอบอุ่น

          สุดท้ายสำหรับวันนี้ ฝากแจ้งข่าวเพื่อน ๆ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฝึกอบรมหลักสูตร "สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และความก้าวหน้าของข้าราชการส่วนท้องถิ่น" รุ่นที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๑๘ - ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ณ โรงแรมทวินโลตัส อ.เมืองนครศรีธรรมราช สามารถแจ้งชื่อเข้าอบรมและชำระเงินได้ภายในวันที่ ๕ กุมภาพันธ์นี้ รุ่นที่ ๔ ณ โรงแรมจอมเทียนปาล์มบีช โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๓ สามารถแจ้งชื่อและชำระเงินค่าลงทะเบียนได้ภายในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ เท่านั้นครับ ทั้งสองรุ่นไม่รับลงทะเบียนหน้างานและไม่รับเงินหน้างาน เนื่องจากต้องการันตีเรื่องอาหารและเครื่องดื่มกับทางโรงแรมล่วงหน้า ๒ สัปดาห์ หากเพื่อน ๆ ไม่ชำระภายในกำหนดก็จะไม่มีสิทธิเข้าอบรมในครั้งนี้ และขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินค่าลงทะเบียน กรณีไม่เข้าอบรมแต่สามารถเปลี่ยนคนเข้าอบรมได้ ต้องเห็นใจทั้งสองฝ่ายครับ ฝ่ายดำเนินการก็ต้องการันตีและต้องเสี่ยงต่อการขาดทุน แต่ละท่านที่มาทำงานก็ตั้งใจและเสียสละกำลังกาย กำลังใจ กำลังสมองมาช่วยกันอย่างเต็มที่ หากยังต้องเสียสละเงินทองส่วนตัวอีกสงสัยครอบครัว สามี-ภรรยา คงไม่สนับสนุนให้ทำงานอีกต่อไป เพราะมีหลายหลักสูตร หลายสมาคมฯ ที่จัดโครงการลักษณะนี้แล้วทุ่มเต็มที่ เพื่อน ๆ แจ้งว่า มาแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ แต่พอถึงเวลาบอกกันง่าย ๆ ว่า "พอดีเจ้านายเรียกประชุมด่วน" คำพูดแค่นี้ท่านอาจไม่รู้ว่า ไปทำลายความรู้สึกของเพื่อนท่านที่เคยมีต่อกันนั้นอย่างใหญ่หลวงและท่านกำลังจะเสียเพื่อน และเสียบุคลากรที่จะมาปกป้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ของส่วนรวมไปอีกหนึ่งคน สองคน และอาจค่อย ๆ หายไปจนหมดสิ้นครับ สำหรับผู้เข้าอบรมก็เห็นใจครับว่าท่านต้องยืมเงินก่อนเดินทางประมาณหนึ่งหรือสองสัปดาห์ แต่สำหรับเงินค่าลงทะเบียน สามารถชำระก่อนหนึ่งสัปดาห์ได้ครับ โดยแบบตอบรับหรือการแจ้งชื่อเข้าอบรมอาจแจ้งล่วงหน้าก่อนนั้น หากเพื่อน ๆ ไม่ได้ชำระเงินก่อนก็จะไม่มีรายชื่อเข้าอบรม และจะมาโวยวายหรือต่อว่าให้กับคณะทำงานในวันลงทะเบียนอีกไม่ได้นะครับ เพราะหลายท่านก็ขอมา แต่พอถึงเวลาก็ไม่มาเอาดื้อ ๆ ทำให้คณะทำงานค่อนข้างเหนื่อยครับ สำหรับวันนี้ลาไปก่อนครับ สวัสดีครับ.
          

 

พิพัฒน์ วรสิทธิดำรง
phiphatw@hotmail.com
http://phiphatw.hi5.com
http://twitter.com/phiphatw
๒๖ มกราคม ๒๕๕๓

 

 

 

         (หมายเหตุ.- ท่านสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นหรือร่วมคุยหรือเสนอแนะกับคอลัมน์นี้เพิ่มเติม โดยส่งจดหมายมาทางอีเมล์ phiphatw@hotmail.com)

 

ถาม-ตอบเกี่ยวกับปัญหาแนวทางปฏิบัติราชการตามระเบียบกฎหมาย
กับ ป.นันทวิทย์ เงี้ยวชัยภูมิ ท้องถิ่นอำเภอหางดง เชียงใหม่ ที่ chief_handong@hotmail.com

ถาม-ตอบเกี่ยวปัญหาการบริหารงานบุคคล กับ หน.พราหมณ์ นิยะบุตร กรมส่งเสริมฯ phrarm_n@yahoo.com หรือ
นางสาวศิรินทิพย์ หลักดี นักบริหารงานทั่วไป ๖ หน.ฝ่ายอำนวยการ (บุคลากร ๖) ทต.สุเทพ อ.เมืองฯ เชียงใหม่ ที่ sirintip_st@hotmail.com

อ่านคอลัมน์นี้ย้อนหลัง คลิกที่นี่

 

Web Design Factory
Web Design Articles